MARKETINGขายอะไรดี? ในวันที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “สุขภาพกายและใจ”

ขายอะไรดี? ในวันที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ “สุขภาพกายและใจ”

คุณกำลังโดนยิงโฆษณาจาก Nintendo Switch, แหวนเพื่อการออกกำลังกาย, เทียนหอม, คอลลาเจนกระป๋อง หรือแม้แต่วิดีโอที่ช่วยทำสมาธิอยู่หรือเปล่า? สินค้าเหล่านี้มักมาจากความสนใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล หรือการพูดคุยในชีวิตประจำวัน ที่ระบบ AI ตรวจจับและส่งข้อมูลไปประมวลผล จนออกมาเป็น “แอด” หรือโฆษณาผ่านสายตาของเรายามเล่นโซเชียลมีเดียนั่นเอง

ถ้าหากลองมองให้ลึกลงไป เราอาจพบว่า สิ่งที่ถูกแนะนำขึ้นมานั้นมีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเป็นสินค้าที่จัดอยู่ในหมวด “ช่วยเติมเต็มชีวิตและจิตใจให้ดีขึ้น” ซึ่งสะท้อนว่าเรากำลังใส่ใจความเป็นอยู่ของตนเอง ไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกายในฟิตเนสหรือทานอาหารให้ครบห้าหมู่ แต่ยังต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของร่างกายและจิตใจของเราด้วย

แล้วคนอื่นๆ ทั่วโลกล่ะ กำลังใส่ใจเรื่องนี้เหมือนกับเราไหม?

Advertisements

ในปี 2020 ข้อมูลจาก McKinsey’s Future of Wellness Survey ที่เก็บข้อมูลจาก 6 ประเทศ ได้แก่ บราซิล จีน ญี่ปุ่น อังกฤษและอเมริกา ซึ่งผู้เข้าร่วมแบบสอบถามนี้กว่า 6 พันคนต่างมองว่า ความเป็นอยู่ที่ดี คือ “สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต” ของพวกเขา

และ McKinsey ยังคาดการณ์ว่า ตลาดที่ขายสินค้าเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีจะมีมูลค่าถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสามารถเติบโตได้ถึงปีละ 5-10% 

ผู้บริโภคซื้ออะไรถึงทำให้ตลาดสามารถเติบโตได้ขนาดนี้? เรามารู้จัก 6 มุมมองความเป็นอยู่ที่ดีผ่านสายตาผู้บริโภคกันเถอะ!

“ความเป็นอยู่ที่ดี” คืออะไรบ้างในสายตาของผู้บริโภค?

จากแบบสอบถามข้างต้นของ McKinsey ได้เปิดเผยมุมมองความเป็นอยู่ที่ดีผ่าน 6 หมวดหมู่สินค้าที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้มากที่สุด ดังต่อไปนี้

1. สินค้าเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น (Better Health)

หมวดนี้อาจฟังดูธรรมดาดั้งเดิม แต่กลับก้าวหน้าไปด้วยเทคโนโลยีจากยาชนิดใหม่ อาหารเสริม รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ติดตามสุขภาพขนาดพกพาเพื่อให้ผู้ใช้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ดูได้จาก Apple Watch ที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและบันทึกข้อมูลสุขภาพด้านอื่นๆ ได้แบบออลอินวัน

นอกจากนี้ เรามักเห็นแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เข้ามาเจาะตลาดด้วยการให้บริการด้านการแพทย์ เช่น นัดหมายไปพบแพทย์ รับใบสั่งยา และอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถติดตามสุขภาพและอาการของพวกเขาระหว่างรอรอบนัดหมาย เช่น ChiiWii / Raksa

2. สินค้าเพื่อพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย (Better Fitness)

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เรารักษาสุขภาพลำบากมากขึ้น เพราะเราไม่สามารถออกไปร้านยิมแถวบ้านหรือออกกำลังกายได้ตามปกติเหมือนที่เคยทำมาก่อน 

ข้อมูลจากผลการวิจัยในอังกฤษ ชื่อ “How The Pandemic Is Changing Our Exercise Habits” ในปี 2020 พบว่า หลังรัฐบาลประกาศสั่งให้ประชาชนล็อกดาวน์ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ออกกำลังกายน้อยลง และแม้จะหมดช่วงล็อกดาวน์ไปแล้ว คนส่วนมากกลับไม่ไปออกกำลังกายในระดับที่พวกเขาเคยทำในช่วงก่อนจะมีล็อกดาวน์ 

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนจะยังคงเข้าฟิตเนสกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแค่พวกเขาจะเริ่มหาซื้อสินค้าที่ช่วยให้ออกกำลังกายที่บ้านได้สะดวกมากขึ้น เช่น Peloton (เครื่องออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน) Mirror (กระจกที่เหมือนจอภาพฉายท่าออกกำลังกาย) และ Tonal (เครื่องออกกำลังกายแบบยกน้ำหนัก)

3. สินค้าที่มีสารอาหารมากขึ้น (Better Nutrition)

ผู้คนจะหันมาเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ใช่แค่รสชาติอร่อย แต่ต้องครบห้าหมู่และเหมาะสมกับสุขภาพที่ดีของพวกเขามากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 3 บอกว่า พวกเขาสนใจและเตรียมวางแผนที่จะดูแลสุขภาพผ่านขั้นตอนต่างๆ เช่น

หาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้พวกเขารู้ปริมาณสารอาหาร ซื้อโปรแกรมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เลือกดีท็อกซ์ร่างกายด้วยการดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น และสมัครบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารให้มากขึ้นในปีต่อๆ ไป

Advertisements

4. สินค้าเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น (Better Appearance)

“ความงามมักมาคู่กับสุขภาพที่ดี” นี่คือคำจำกัดความที่ผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหา ทำให้บริษัทต่างๆ เลือกผลิตสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้ซื้อ เช่น เสื้อผ้าแนว “Athleisure” ที่สามารถใส่ได้ทั้งช่วงธรรมดาและช่วงออกกำลังกาย สกินแคร์ และอาหารเสริมคอลลาเจนต่างๆ

รวมไปถึงบริการด้านความงามต่างๆ ที่ไม่ใช่การศัลยกรรม เช่น การฟื้นฟูคอลลาเจนในผิว (Microneedling) การทำเลเซอร์ และการผลัดเซลล์ผิวด้วยแรงดันน้ำและอากาศ (Oxygen Jet) ล้วนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้นเช่นกัน 

5. สินค้าเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น (Better Sleep)

เพราะการนอนหลับที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ทำให้สินค้าหมวดหมู่นี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม และอีกหนึ่งเหตุผลคือ ความเครียดในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้ผู้คนเกินครึ่งทั่วโลกหันมาใส่ใจกับคุณภาพการนอนหลับของตนมากขึ้นผ่านการซื้อสินค้าเหล่านี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ

เช่น แอปพลิเคชันติดตามจำนวนชั่วโมงที่เรานอนหลับ และสินค้าที่ช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่น ผ้าม่านแบบ Blackout ที่สามารถกันแสงได้ถึง 100% และผ้าห่มถ่วงน้ำหนัก (Gravity Blanket) ซึ่งช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของผู้ใช้ ลดความเครียด ทำให้หลับได้ยาวนานขึ้น

6. สินค้าเพื่อสมาธิที่ดีขึ้น (Better Mindfulness)

ผู้บริโภคไม่ได้โฟกัสแค่สุขภาพร่างกายภายนอก แต่สุขภาพใจก็สำคัญเช่นกัน ยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั่วโลกรายงานปัญหาด้านความตึงเครียดในจิตใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแบบสอบถามของ Mckinsey พบว่า ผู้บริโภคเกินครึ่งคาดหวังให้มีสินค้าและบริการที่ช่วยให้จิตใจของพวกเขาจดจ่อกับสมาธิได้ดีขึ้น 

ความต้องการนี้ทำให้เกิดสินค้าต่างๆ ที่ช่วยให้สามารถทำสมาธิได้ดีขึ้น เช่น แอปพลิเคชัน Headspace, Calm หรือการให้บริการด้านการทำสมาธิอย่าง Travaasa, Soothe และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำสมาธิคาดว่าจะสามารถเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

mm2021

เราจะเห็นได้ชัดว่า แต่ละหมวดหมู่ของสินค้าล้วนมีแก่นหลักคือ “การทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น” แม้ทุกหมวดจะเน้นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี แต่ผู้บริโภคจากแต่ละประเทศอาจตอบสนองต่อสินค้าแต่ละหมวดหมู่ไม่เท่ากัน

จากแบบสำรวจเผยว่า ผู้บริโภคในญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ “สินค้าเพื่อภาพลักษณ์” เป็นอันดับหนึ่ง แต่ในเยอรมนีกลับให้ความสำคัญกับ Fitness ขณะที่ประเทศบราซิลและอเมริกาสนใจด้านการทำสมาธิมากที่สุด ส่วนประเทศจีนและอังกฤษเน้นไปทางสารอาหาร

การเปลี่ยนแปลงเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภคไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป แต่รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านสุขภาพใหม่ๆ ดังนั้นบริษัทต่างๆ สามารถดูความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภค และออกแบบสินค้าให้มีความเหมาะสมมากขึ้นได้ เมื่อนั้นไม่ใช่แค่บริษัทจะได้เงินจากกระเป๋าของลูกค้า แต่อาจถึงขั้นสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้วงการการดูแลสุขภาพก็เป็นได้

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ
– 8 เทรนด์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจในปีหน้า
– ก้าวผ่านจาก New Normal สู่ “Next Normal” ด้วย 4 เทรนด์หลักหลังยุคโควิด-19

แปลและเรียบเรียง
https://mck.co/3I2L7qL

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#marketing

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

Related Articles

สรุปเทรนด์ 2021 กับพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) เปลี่ยนไป

ใครจะเชื่อว่า Live นอนก็สามารถขายได้และมีคนดูกว่าหมื่นคนใครจะเชื่อว่า Live ธรรมะจะเข้าถึงง่ายและยังสร้างปรากฏการณ์คนดูกว่าครึ่งล้าน ใครจะเชื่อว่า ‘กล่องสุ่ม’ ที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร แต่กลับได้รับความนิยมอย่างมากนาทีนี้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อแล้ว เพราะตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา เราทุกคนล้วนเห็นกับตาและพบเจอด้วยตัวเองแล้วว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ทั้งในมุมของผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะหากใครติดตามข่าวหรือโซเชียลมีเดียจะพบว่ามีเรื่องราวและประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะได้รับวัคซีนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ‘โอมิครอน’ กำลังสร้างความน่ากังวลไม่น้อย...

ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมีจริงไหม? ค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ กับหนังสือ ‘The Midnight Library’

เรากำลังโหยหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่า? แล้วความสมบูรณ์แบบที่ว่ามีหน้าตาอย่างไร การได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ทำอะไรเพื่อสังคม หรือได้เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ หรือว่าจริงๆ แล้วความสมบูรณ์แบบของชีวิตนั้นอาจไม่มีอยู่จริง

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า