INSPIRATIONทำงานให้เหมือนเล่นเกม! อยากก้าวหน้าในชีวิต ต้องลองคิดแบบเกมเมอร์

ทำงานให้เหมือนเล่นเกม! อยากก้าวหน้าในชีวิต ต้องลองคิดแบบเกมเมอร์

ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม นักเรียน คนทำงานออฟฟิศ นักประดิษฐ์ ผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือนักธุรกิจรายใหญ่ ทุกคนล้วนมีเป้าหมายของตัวเองกันทั้งนั้น และกว่าจะไปถึงยังปลายทางที่ตั้งไว้ เราก็จะต้องผ่านด่านและบททดสอบต่างๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ชี้ให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว พวกเราก็คือ “ผู้เล่นเกม” หรือ “เกมเมอร์” (Gamer) นั่นเอง

“เกมเมอร์” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้เล่นที่มีภารกิจให้ผ่านไปแต่ละด่าน เพื่อทำลายล้างเหล่าเอเลียน หรือสังหารบอสตัวร้ายที่คอยโจมตี แต่หมายถึง “ผู้เล่นที่มีการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์” (Strategic Decision Making) และ “ลงมือทำอย่างมีแบบแผน” เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้

“แค่มีกลยุทธ์ก็เท่ากับได้ก้าวเข้าไปในโลกแห่งเกมแล้ว”

การจะเป็นผู้เล่นเกมที่ดีนั้นจะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นผู้หยั่งรู้ และปรับตัวได้ กล่าวคือ ทุกการกระทำจะต้องผ่านการคิด การไตร่ตรองก่อนเสมอ มีการวางแผนอย่างชาญฉลาดและมีสติ เพื่อไปยังเป้าหมายที่ชัดเจน และกลายเป็น “ผู้ชนะ” ในที่สุด หากเรามีสิ่งเหล่านี้ เท่ากับว่าตอนนี้เรากำลังสวมบทบาท “ผู้เล่นเกม” และก้าวขาเข้าไปในเกมเรียบร้อยแล้ว

Advertisements

แต่จะทำอย่างไรให้เราเป็นผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพ และสามารถไปยังเป้าหมายจนกลายเป็นผู้ชนะในเกมชีวิตเกมนี้ ลองมาดูวิธีคิดในแบบฉบับเกมเมอร์กัน!

1. เรากำลังเล่นเกมอะไรอยู่

[ ] ขึ้นไปทีละขั้น ตามแบบแผนที่วางไว้
[ ] ทำตามคำสั่งหัวหน้า
[ ] ไล่ตามฝัน ทำตามใจตัวเอง
[ ] ทุ่มเท ทำงานหนักเท่าที่จะทำได้
[ ] หาเงินเพื่อใช้ชีวิต
[ ] สร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง
[ ] ทำบางสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนให้สำเร็จ
[ ] ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี สร้างทีมเวิร์กที่ดี
[ ] ทำต่อไป ไม่ถอยจนกว่าคนอื่นจะยอมแพ้
[ ] เล่นเพื่อชนะ ไม่ใช่เพื่อแพ้ ไม่ยอมเป็นที่สอง

ลองเช็กดูว่าเป้าหมายของเราคืออะไร กลยุทธ์อะไรบ้างที่ทำให้เรามีจุดขายและกลายเป็นจุดแข็งให้กับตัวเองได้ นอกจากนี้ เราควรถามตัวเองด้วยว่า สิ่งที่เป็นอยู่มันเหมาะกับเราแล้วจริงๆ ไหม เราทำมันได้ดีจริงๆ สามารถใช้ทักษะต่างๆ ที่มีได้อย่างเต็มที่ หรือแค่รู้สึกสบายใจและมองว่ามันเป็นเพียง Comfort Zone เท่านั้น เพราะการมีเป้าหมายที่ชัดเจนจากการทำสิ่งที่ชอบและเป็นตัวเราจริงๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จอีกเท่าตัว

2. อะไรทำให้เกมนั้นคุ้มค่าที่จะเล่น

หากถามคำถามกับช่างก่ออิฐ 3 คนว่า “พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่?” คนแรกตอบว่า “กำลังทำงานอยู่” คนที่สองตอบว่า “กำลังหาเลี้ยงครอบครัว” และคนสุดท้ายตอบว่า “กำลังสร้างอนุสาวรีย์ที่จะคงอยู่ไปอีกยาวนานหลายศตวรรษ” จากคำตอบของทั้ง 3 คน ขณะที่พวกเขากำลังทำสิ่งเดียวกันแต่กลับได้คำตอบกลับมาคนละแบบ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แรงจูงใจของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น ลองย้อนกลับมาคิดเกี่ยวกับเกมของเรากันบ้าง ว่าแรงจูงใจที่ทำให้เราเล่นเกมคืออะไร

ตามหลักการแล้ว ทุกเกมที่เราเล่นจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราทำบางสิ่งบางอย่าง เช่น ทำให้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร หรือเรียกอีกอย่างว่าการมีเป้าหมาย ในทางกลับกัน หากเรารู้สึกเครียด เบื่อ ว่างเปล่า และกำลังโหยหาบางสิ่ง หากเป็นเช่นนั้นแล้วอาจจะต้องพิจารณาว่าควรจะเปลี่ยนเกมที่กำลังเล่นอยู่หรือไม่ ผ่าน 2 ทางเลือก คือ การกำหนดเป้าหมายใหม่ และการเปลี่ยนแรงจูงใจ นั่นเอง

3. ใครเป็นผู้ตั้งกฎในเกม

หากพูดถึง “กฎ” นั้นมีหลายแบบ ทั้ง “กฎที่ตั้งไว้แล้ว” ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนมันได้เลย อย่างกฎทางฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ในอีกทางหนึ่ง ยังมี “กฎที่เราสร้างขึ้นมาเอง” ที่เกิดจากนิสัย ความเชื่อ สมมติฐาน ประสบการณ์ และอีกมากมาย เรียกได้ว่ามีผลต่อการตัดสินใจในการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเราได้

Advertisements

หากเราต้องเลือกระหว่าง “เกมที่มีความเสี่ยงต่ำ” กับ “เกมที่มีความท้าทาย” จะตัดสินใจเลือกอะไร ทุกการเลือกและตัดสินใจล้วนขึ้นอยู่กับเรา ผ่านกฎและข้อจำกัดที่เราเป็นผู้กำหนดเอง เช่น หากวางแผนจะสร้างครอบครัว การเลือกงานที่มั่นคงน่าจะเหมาะกว่าการเลือกงานที่มีความท้าทาย เป็นต้น

4. เราให้คะแนน/นับแต้มอย่างไร

หากมองในมุมมองธุรกิจ จะมีคำว่า “ส่วนแบ่งการตลาด” หรือ “Market Share” คือ ตัวเลขหรือเปอร์เซ็นต์ที่ใช้บอกสัดส่วนของยอดขาย เมื่อเทียบกับยอดขายสินค้าในแบบเดียวกันจากทุกแบรนด์ ซึ่งเป็น “เกมผลรวมศูนย์” หรือ “Zero-Sum Game” ที่จะมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะอยู่ในเกม หากเราเป็นผู้ชนะ เราจะได้ผลประโยชน์มากกว่าฝ่ายที่แพ้

หลายคนต่างก็ต้องการ “ก้าวไปข้างหน้า” แต่คำถามคือ เราจะก้าวไปข้างหน้าใคร?

“การได้ก้าวไปข้างหน้า” อาจเป็นเพียงความรู้สึกที่ได้ชนะใครสักคน มีบางคนที่ช้ากว่าเรา และตามเราอยู่ข้างหลังเท่านั้นหรือเปล่า เราต้องลองหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่า “ชัยชนะที่แท้จริง” สำหรับเรานั้นคืออะไรกันแน่ เงิน ชื่อเสียง ภาระหน้าที่ ความสุข ความพึงพอใจ ผลงาน การมีผู้ติดตาม ความมั่นคงปลอดภัย ชีวิตที่เรียบง่าย โลกที่สงบสุข และอีกมากมาย เพราะการอยู่เหนือกว่าคนอื่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จเสมอไป

5. เรากำลังเล่นเกมของใคร

ตั้งแต่เด็กจนโต หลายคนต่างอยู่กับความคาดหวังของคนอื่น เราต้องทำแบบนี้เท่านั้นถึงจะเป็นที่ยอมรับของ “คนอื่น” และ “สังคม” ข้อความเหล่านี้ถูกส่งต่อกันมาเรื่อยๆ ทั้งผ่านภาพยนตร์ เพลง อาจารย์ ญาติ แม้กระทั่งเรื่องราวชีวิต ประสบการณ์ต่างๆ ของศิลปินที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยมีเด็กคนไหนพูดออกมาว่า “เมื่อโตขึ้น ผมจะทำตามสิ่งที่สังคมคาดหวังให้เป็น” หรือ “หนูไม่มีความฝัน ทำอะไรก็ได้ที่ทุกคนอยากให้ทำ” สุดท้ายแล้ว เราคือผู้เดินเกมและเป็นผู้กำหนดเลือกอาชีพและทางเดินให้ตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน เราอาจลองเปลี่ยนเกมไปหลายรอบแล้ว และอาจจะเปลี่ยนมันอีกครั้งก็เป็นได้ เพื่อค้นหาตัวเองและค้นพบสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสู่เป้าหมายที่เราเป็นผู้กำหนดเอง

มีเพียงเราเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดและตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับเรามากที่สุด ประสบการณ์ต่างๆ จะสอนให้เรารู้ได้เองว่าเกมแบบไหนที่เหมาะกับเรา และเราควรจะลงเล่น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง จะสามารถทำให้เราเป็นผู้ชนะในเกมที่เราเลือกเองได้แน่นอน


แปลและเรียบเรียงจาก: https://bit.ly/3ayK56F

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#inspiration

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน