INSPIRATION‘ต้นทุนของความทะเยอทะยาน’ เพราะกว่าชีวิตจะถึงฝั่ง อาจต้องทิ้งบางสิ่งไว้กลางทาง

‘ต้นทุนของความทะเยอทะยาน’ เพราะกว่าชีวิตจะถึงฝั่ง อาจต้องทิ้งบางสิ่งไว้กลางทาง

‘จะไปรอดเหรอ ทำไมไม่ไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้’
‘ต้องให้พ่อแม่เลี้ยงไปตลอดชีวิตใช่ไหมเนี่ย’

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์โดนยิงคำถามทำนองนี้กับสิ่งที่กำลังลงมือลงแรงทำอยู่ ทั้งจากครอบครัว ญาติ เพื่อน ตลอดจนคนที่เรารักและไว้ใจ โดยผู้ถามอาจจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเสมอไป แต่ด้วยวัฒนธรรม ความไม่เข้าใจ และช่องว่างระหว่างวัย ทำให้กลายเป็นคำถามที่ดูเหมือนจะเป็นความห่วงใย แต่กลับมีเข็มซ่อนอยู่คอยทิ่มแทงจิตใจคนฟัง และสร้างพลังลบไม่น้อยเลยทีเดียว

Advertisements

ผู้เขียนบทความเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ จึงเข้าใจดีว่าการต้องอยู่ท่ามกลางความสงสัยและการตั้งคำถามจากบุคคลที่ ‘ไม่รู้และไม่เข้าใจ’ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นมันบั่นทอนจิตใจและทำให้หมดพลังมากแค่ไหน แต่พอกลับมาคิดทบทวนอีกทีก็พบว่า เราไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างมาใส่ใจ เพราะเราพยายามมาขนาดนี้แล้ว อีกทั้งยังมีครอบครัว เพื่อน และคนรอบข้างที่พร้อมเข้าใจและสนับสนุนสิ่งที่เราทำอยู่เสมอ มันไม่สูญเปล่าแน่นอน เพียงแค่กว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้นอาจจะต้อง ‘แลก’ กับบางสิ่งและ ‘ทิ้ง’ บางอย่างไว้ข้างทางบ้าง เพราะทุกทางเลือกนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และความทะเยอทะยานก็มีต้นทุนเช่นกัน

‘ต้นทุนของความทะเยอทะยาน’ มีหน้าตาเป็นอย่างไร? ลองมาทำความรู้จักกัน!

1. ความสงสัย

น้อยคนที่จะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังพยายามทำอยู่ จนกว่าเราจะทำสำเร็จ ทำให้บ่อยครั้งที่เรามักจะต้องเจอกับคำพูด คำดูถูก ความสงสัย ความไม่เข้าใจ และการกระทำต่างๆ ที่สร้างพลังลบให้กับเราไม่น้อย ซึ่งเหมือนกับเรากำลังปีนเขาลูกหนึ่งคนเดียวพร้อมกับต้องแบกก้อนหินแห่งความสงสัยของคนอื่น ที่มันหนักอึ้งและบั่นทอนจิตใจเราพอสมควร และถ้ายิ่งออกมาจากปากของคนที่เรารักและเป็นที่พึ่งทางใจก็ทำให้จิตใจพังไม่ใช่น้อย

ตัวอย่างเช่น ในวงการสายผลิต นักเขียน นักวาด นักออกแบบ และอีกมากมาย ที่โดนมองข้ามและโดนกดดันมาโดยตลอด ทั้งจากครอบครัว คนรอบข้าง ตลอดจนคนในวงการเดียวกันเอง ‘ทำไมไม่ทำงานประจำ ทำแบบนี้มันไม่มั่นคง ไปไม่รอดหรอก’ เชื่อว่าพวกเราล้วนต้องเผชิญและต่อสู้กับแรงกดดัน ความสงสัย และความไม่เข้าใจของคนอื่นอย่างมาก เพราะน้อยคนที่จะเข้าใจและเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่

2. ความเหงา

ในช่วงแรกที่เรากำลังเริ่มนับหนึ่งอาจเป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะประสบความสำเร็จและทำตามเป้าหมายได้ง่ายๆ เพราะเรายังต้องเจออุปสรรคและความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาทดสอบไม่หยุด และยิ่งถ้ามีจุดผิดพลาดหรือสิ่งที่ทำไปมันพังออกมาไม่เป็นชิ้นดี ก็ยิ่งทำให้คนที่คอยสนับสนุนและเข้าใจนั้นค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็เหลือเพียงตัวคนเดียว หันไปทางไหนไม่เจอใครที่คอยให้คำปรึกษาหรือเป็นที่พักใจ กลายเป็นความเหงาและความโดดเดี่ยวในที่สุด เหมือนเรากำลังปีนภูเขาอยู่คนเดียวไร้เพื่อนร่วมทาง

3. ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย

เราจะเห็นว่านักธุรกิจ นักกีฬา หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ประสบความสำเร็จและกว่าจะมีวันนี้ได้นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากความมุ่งมั่น ความทะเยอทะยาน ความพยายาม และการยอมแลกบางสิ่งบางอย่าง เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าและผลลัพธ์ในระยะยาว

นั่นเพราะไม่ว่าจะทำอะไรหรือจะเลือกทางไหนก็ตาม ทุกสิ่งที่เราทำล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ซึ่งสิ่งที่ต้องจ่ายในที่นี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของจำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเสียสละเวลาส่วนตัว ไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อน ใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ยอมทิ้งความสุขเล็กๆ อย่างการกินของอร่อยๆ ดูหนังเรื่องโปรด ตลอดจนต้องแลกมากับสุขภาพกายและใจของตัวเอง

Advertisements

4. ความกดดัน

เราจะรู้สึกว่าการเผชิญกับความเครียด ความกดดัน หรือการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอระหว่างทาง อีกทั้งไม่ว่าจะเลือกเดินทางไหนก็เป็นปกติที่จะมีคนมาจดจ่อและคอยจับผิดในทุกการกระทำของเราตลอด

ดังนั้น ควรพึงระลึกไว้เสมอว่า กว่าชีวิตของเราจะไปถึงเป้าหมายและเส้นชัยได้นั้น ทุกการตัดสินใจ ทุกเส้นทางที่เลือกเดินนั้นล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย ต้องยอมเสียโอกาสและบางสิ่ง เพื่อรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคาดหวังในระยะยาวต่อไปนั่นเอง อย่าให้บุคคลอื่นที่ไม่รู้ไม่เข้าใจมาบั่นทอนพลังใจและดับไฟในตัวเรา คิดซะว่าเป็นเพราะพวกเขา ‘ไม่รู้’ เกี่ยวกับสิ่งที่เราทำจึงแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ออกมา โยนพลังลบพวกนี้ออกไปให้ไกล แล้วมุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่เราเชื่อต่อไป เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินว่า ‘คุ้ม’ หรือ ‘ไม่คุ้ม’ ก็คือตัวเราเอง

‘Remember you’ll never be criticized by people doing more than you’

‘เราจะไม่ถูกวิจารณ์จากคนที่ทำมากกว่าเรา เพราะคนกลุ่มนี้รู้ดีว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง

หากใครอยากฟังแง่มุมเกี่ยวกับ ‘ต้นทุนของความทะเยอทะยาน’ ที่คุณรวิศเคยพูดไว้ เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับตัวเอง สามารถฟังเพิ่มเติมได้ที่: ต้นทุนของความทะเยอทะยาน คืออะไรและมีอะไรบ้าง? | 5M EP.1041 (https://bit.ly/3FjQbFv)


อ้างอิง
https://bit.ly/3EputyV

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#inspiration
#softskill

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า