INSPIRATIONเปิดเพลงฟัง VS นั่งเงียบๆ ทำงานแบบไหนช่วยโฟกัสได้ดีกว่ากัน?

เปิดเพลงฟัง VS นั่งเงียบๆ ทำงานแบบไหนช่วยโฟกัสได้ดีกว่ากัน?

คุณเป็นคนประเภทไหนตอนทำงาน ระหว่างคนที่ฟังเพลงพร้อมทำงานไปด้วย หรือคนที่ขอนั่งทำงานเงียบๆ คนเดียว ไม่อยากให้มีเสียงอะไรรบกวนเลยจะดีกว่า?

แต่รู้หรือไม่? การฟังเพลงระหว่างทำงาน สามารถช่วยให้โฟกัสงานได้ดีขึ้นได้นะ!

สำหรับคนที่ชอบทำงานเงียบๆ อาจรู้สึกว่า การฟังเพลงระหว่างทำงานเป็นการรบกวนสมาธิ จะช่วยโฟกัสการทำงานได้ยังไง แต่ก็มีผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า การเปิดเพลงคลอระหว่างทำงาน เรียกได้ว่าเป็น Music Therapy อย่างหนึ่ง สามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากงาน ส่งผลให้การทำงานออกมาได้ดียิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มสมาธิในสภาวะที่กดดัน อีกทั้งยังพบอีกว่าพนักงานที่ได้ฟังเพลงที่ชอบระหว่างทำงาน จะสามารถช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น และเสริมสร้างพลังความคิดสร้างสรรค์ได้ดีอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการทดลองพบว่า การฟังเพลงบางประเภท อย่างการฟังดนตรีที่เป็นเสียง White Noise เช่น เสียงฝนตก เสียงสายน้ำ หรือเสียงนกร้อง สามารถช่วยให้เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นโฟกัสในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น และช่วยในการจดจำได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้สมาธิสั้นแต่ไม่ได้ฟังเพลงตอนทำงาน

Advertisements

จะเห็นได้ว่า การฟังเพลงสามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานได้จริง แต่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของเพลงด้วยเช่นกัน แล้วเราจะฟังเพลงอะไร ตอนทำงานแบบไหนกันดีล่ะ?

Ambient Music: งานที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อเป็นพิเศษ

ดนตรีแอมเบียนต์ คือ เพลงที่ใช้ประกอบบรรยากาศ อาจเป็นเสียงธรรมชาติอย่าง เสียงหยดน้ำกระทบลงบนพื้นน้ำ เสียงลมพัดในป่าไผ่เบาๆ หรือเสียงเครื่องดนตรี Acoustic ซึ่งนักวิจัยจาก Rensselaer Polytechnic Institute พบว่ามนุษย์มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอยู่แล้ว การได้ฟังเสียงธรรมชาติระหว่างทำงาน จะช่วยกระตุ้นระบบการรับรู้ของมนุษย์ ทำให้มีสติจดจ่อกับงานมากยิ่งขึ้น พร้อมกับรู้สึกสงบ และสบายใจไปพร้อมๆ กัน

Classical Music: งานที่เกี่ยวกับตัวเลข ต้องการความแม่นยำ

เพราะดนตรีประเภทนี้สามารถช่วยคลายความเครียด และความตื่นเต้นลงได้ จึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย อีกทั้งยังมีผลการวิจัยพบอีกว่าการฟังเพลงประเภทนี้ทำให้เกิด Mozart Effect ซึ่งคือหลักการที่ว่า ขณะฟังเพลงที่มีคลื่นความถี่สูงจะช่วยพัฒนาความจำและการเรียนรู้ได้ดี ดนตรีคลาสสิคจึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิตอนอ่านหนังสือด้วยเหมือนกัน

Pop Music: งานเอกสาร คีย์ข้อมูล และงานด่วนใกล้เดดไลน์

มีการวิจัยพบว่าคนที่ฟังเพลงป๊อปขณะทำงานเอกสารทำให้สามารถกรอกข้อมูลได้เร็วกว่าคนไม่ฟังกว่า 58% และลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลลงได้ 14% และความเร็วของจังหวะของเพลงป๊อปก็ทำให้เหมาะกับการทำงานที่เร่งด่วน ไม่ช้าจนรู้สึกเนือยเกินไป แต่ก็ไม่เร็วเกินจนทำให้กดดัน หรือตื่นตัวจนเกินไปเช่นกัน

Dance Music: งานพิสูจน์อักษร งานที่ต้องใช้ทักษะการแก้ปัญหา

ลองฟังเพลงจังหวะเร็วๆ แบบนี้ตอนแก้งานดูสิ เพราะเพลงสนุกๆ จะทำให้คนรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย และฮึกเหิมไปตามจังหวะของดนตรี ยิ่งเพลงที่มีเสียงเบสหนักๆ ก็ยิ่งช่วยทำให้มีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และเหมาะไปกับงานที่ต้องใช้แรงและพลังงานเยอะ เวลาออกกำลังกายคนจึงชอบเปิดเพลงแนว EDM เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับจังหวะของเสียงดนตรีเร็วๆ สอดคล้องไปกับความถี่ของอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้น

เพลงที่ชอบ

หรือสุดท้ายจะฟังเพลงอะไรตอนทำงานก็ได้ ขอแค่เป็นเพลงที่คุณชอบก็พอแล้ว อาจารย์ประจำสาขาดนตรีบำบัด Teresa Lesiuk จาก Miami University พบว่า แค่การได้ฟังเพลงที่ชอบตอนทำงาน ก็สามารถช่วยปรับอารมณ์คนเราให้รู้สึกดีขึ้น และมีแรงในการทำงานต่อไป แถมยังทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไอเดียงานใหม่ๆ ออกได้ดียิ่งขึ้นด้วย

แต่ยังไงก็ตาม การฟังเพลงก็เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล บางคนก็อาจไม่ชอบให้มีเสียงอะไรรบกวนเวลาทำงานเลย หรือบางครั้งก็อาจขึ้นอยู่กับประเภทของงานที่ทำ ถ้าเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อมากๆ เสียงเพลงอาจเป็นสิ่งรบกวนในการทำงาน แต่งานที่ไม่ต้องใช้ความคิดมาก การเปิดเพลงประกอบก็จะช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวได้ดีขึ้นเหมือนกัน

เพราะดนตรีส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนเราโดยตรง ในช่วง Work From Home แบบนี้ ให้เสียงโน้ตดนตรี ท่วงทำนอง และจังหวะของเพลง ช่วยบูสต์อารมณ์บูดๆ ของคุณท่ามกลางกองงานตรงหน้า การได้ฟังเพลงเพราะๆ ก็อาจช่วยเสริมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงานแต่ละวันไม่ให้น่าเบื่ออีกต่อไป แถมการมีเพลงเปิดคลอเบาๆ ภายในห้อง ก็สามารถช่วยทำให้หายเหงาจากการต้องทำงานอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ด้วยเหมือนกันนะ 

คราวหน้าก็ลองให้ดนตรีอยู่เป็นเพื่อนคุณตอนทำงานกันดูสิ

Advertisements


เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

กายไม่ได้ไปฟังแค่เสียงก็ได้! imissmycafe.com เว็บไซต์จำลองเสียงบรรยากาศร้านกาแฟ


อ้างอิง:

https://bit.ly/3m89WsY

https://bit.ly/3iStNuk

https://bit.ly/2XCz94N

https://bit.ly/2VXcm2z

https://bit.ly/3mezBAt

https://bit.ly/3so7T51


#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#inspiration
#behavior

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Naphatsawan Sitthitham
นักศึกษาฝึกงานจากคณะศิลปศาสตร์ แต่ใจอยากเทิร์นมาสายธุรกิจ สนใจด้านการตลาดและจิตวิทยา

Related Articles

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต | MM EP.1388

ทักทายจากสหรัฐอเมริกา #2 ว่าด้วยการพักผ่อนของชีวิต ทักทายอีกครั้งจากสหรัฐอเมริกา อัปเดตชีวิตประจำวันในต่างแดน พร้อมเรื่องราวของการพักผ่อนในอุทยานแห่งชาติ Yosemite ท่ามกลางอากาศหนาว -2 องศา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า