INSPIRATION ยังทำอยู่ไหม? เช็กลิสต์ 9 สิ่งที่ ‘ฉุดรั้งชีวิต' จากความสุขและความสำเร็จ

ยังทำอยู่ไหม? เช็กลิสต์ 9 สิ่งที่ ‘ฉุดรั้งชีวิต’ จากความสุขและความสำเร็จ

ในแต่ละวันเราทำสิ่งที่เป็นตัวขโมยความสุขและความสำเร็จไปโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? 

จากบทความ “9 Simple Things I Avoid For a Greater Life” จะทำให้เรารู้ว่าเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดาบางเรื่องนั้นฉุดรั้งความก้าวหน้าและความสุขของเราโดยไม่รู้ตัว เช็กลิสต์นี้จะเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่เตือนสติให้เราได้ถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เราอาจจะได้พบกับคำตอบที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็ได้

ในวันที่คิดว่า ทำไมเราไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน ในวันที่อยู่ท่ามกลางความสับสน หรือวันที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ลองมาสำรวจตัวเองกันว่า ใน 9 ข้อนี้มีข้อไหนบ้างที่เราเคยทำหรือกำลังทำอยู่บ้าง

9 เช็กลิสต์ฉุดรั้งชีวิตไว้ไม่ให้มีความสุข

1. นำความสุขไปผูกกับเป้าหมายและวิ่งตามมันไปเรื่อยๆ  

หลายๆ คนมักวิ่งไล่ตามความสำเร็จ เพื่อที่จะมีความสุข บางคนกำหนดเป้าหมายบางอย่างเอาไว้ และไม่อาจมีความสุขได้เลยถ้าเป้าหมายนั้นยังไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน การเลื่อนตำแหน่ง หรือการมีแฟน 

แต่แล้วเมื่อได้สิ่งเหล่านั้นมา แทนที่จะพบความสุขนิรันดร์ เรากลับพบว่า ความสุขที่วาดฝันนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว คนเหล่านี้จึงต้องไปไล่ล่าเป้าหมายอื่นๆ เพื่อหวังจะมีความสุขอีกครั้ง และทำเป็นวงจรไม่มีสิ้นสุด ราวกับวิ่งอยู่บนลู่วิ่งเพื่อความสุข หรือ The Hedonic Treadmill

ลองปรับตัวเองใหม่ ด้วยการทำให้เป้าหมายที่มีเป็นเพียงเป้าหมายที่เราอยากไปถึง โดยไม่นำความสุขไปผูกติดอยู่กับมัน เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับปัจจุบันแทนสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต 

Logan Pearsall Smith กล่าวไว้ว่า “เป้าหมายชีวิตมีอยู่ 2 สิ่ง อย่างแรกทำในสิ่งที่คุณต้องการ หลังจากนั้นจงสนุกกับมัน” ดังนั้น ควรดื่มด่ำและให้ความสำคัญกับสิ่งตรงหน้า แล้วเราจะใช้ชีวิตง่ายขึ้น มีอิสระมากขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

2. ให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด 

เมื่อคุณคิดว่า “อันนี้ก็สำคัญ อันนั้นก็สำคัญ” สุดท้ายแล้วคุณจะทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง

ความต้องการที่มีหลากหลายเกินไปทำให้เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้หมด ดังนั้นเราควรต้องจัดลำดับความสำคัญ เพื่อให้เราได้กรองสิ่งที่คิดว่ามันสำคัญสำหรับเราจริงๆ

ลองถามตัวเองดูว่า การทำสิ่งนี้จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง หรือถ้าเราตัดสิ่งนี้ออกไปชีวิตเราจะเป็นอย่างไร การถามตัวเองจะทำให้เราสามารถตัดสินใจว่ามีสิ่งใดที่ควรเก็บและให้ความสำคัญ มีสิ่งใดที่ควรทิ้งเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิต เราต้องตัดบางอย่างเพื่อเก็บสิ่งที่สำคัญไว้ เมื่อเราทำเช่นนี้จะทำให้เราทุ่มเทสมาธิไปกับสิ่งที่เราให้ความสนใจจริงๆ และพัฒนามันด้วยพลังที่เต็มที่

3. พยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ 

นิสัยลึกๆ ของเรามักต้องการเอาชนะผู้อื่นอยู่เสมอ หลายคนพยายามพิสูจน์บางสิ่งบางอย่างให้ผู้อื่นเห็น หล่อเลี้ยงความสุขด้วยการเอาชนะ  ขอความคิดเห็นเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่คนอื่นอยากให้เป็น ต้องการคำชมเพื่อให้ได้มาซึ่งความภาคภูมิใจ

แม้ว่าในที่สุดเราจะพิสูจน์ตัวเองได้ แต่เราจะไม่มีวันมีความสุขได้เลย เราต้องทำ

ตามสิ่งที่คนอื่นต้องการให้เป็นอยู่ตลอด จนกลายเป็นว่าเราไม่มีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และเพราะว่าเป้าหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน นิยามของคำว่า ‘ดีพอ’ ของคนเราไม่เท่ากัน เราจึงไม่รู้เลยว่าต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นหรือยอมรับอีกนานแค่ไหน สุดท้ายเราจะตอบตัวเองไม่ได้ว่าคุณค่าและความสำเร็จของเราคืออะไรกันแน่

4. ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป 

จากการสำรวจของ Global Digital Report 2021 พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้โซเชียลมีเดียมากเป็นอันดับ 1 ของโลก ไม่ว่าจะเป็นขณะกินข้าวที่ต้องเปิดหนังดู หรือขณะรอคิวซื้ออาหาร หรือรอไฟแดง เราก็จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติเป็นพฤติกรรมที่เราทำอยู่บ่อยจนเกิดเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว 

การใช้สื่อโซเชียลมีเดียทำให้เราได้รับข่าวสารต่างๆ มากมาย บางอย่างก็สร้างความบันเทิงให้กับเรา แต่บางอย่างยิ่งอ่าน ยิ่งดูก็ยิ่งห่อเหี่ยว จนทำให้เราไม่มีความสุข

ลองวางโทรศัพท์แล้วปิดการรบกวน หยุดติดต่อ หยุดเสพข่าวสักพัก แล้วใช้เวลานี้ไปกับกิจกรรมที่คุ้มค่าและเป็นประโยชน์ในอนาคต เช่น ออกกำลังกาย ใช้เวลากับพ่อแม่ให้มากขึ้น หรือจะเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ก็ได้เช่นกัน เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นเกิดจากกิจวัตรที่เราทำอยู่ทุกวัน ลองสร้างกิจวัตรใหม่ที่ใช้ชีวิตกับหน้าจอให้พอดีกันเถอะ

5. ไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง

John Wooden กล่าวไว้ว่า “ความสำเร็จเกิดจากการที่เรารู้ว่าเราได้ทำมันเต็มที่อย่างสุดความสามารถแล้ว”

เราทุกคนต่างมีความสามารถที่เฉพาะเจาะจง แต่ละคนมีทักษะที่ถนัดและไม่ถนัด สิ่งนี้ที่เราทำอาจไม่ได้ผล แต่มีสิ่งอื่นที่เราสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม ขอให้รู้ว่าการยอมรับว่าสิ่งใดที่เราทำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และนี่คือความคิดของคนที่มีความสุข

ในทางกลับกัน คนที่ไม่มีความสุขในชีวิตมักเป็นคนที่หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองและจะไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น จนปิดกั้นการเรียนรู้ใหม่ๆ การที่เรารู้ว่าตัวเองได้พยายามอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้ว่าในที่สุดจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นๆ ได้ แต่อย่างน้อยเราจะได้ประสบการณ์และยอมรับว่ามันไม่เหมาะกับตัวเอง การปล่อยวางสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นประตูไปสู่การเปิดรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

6. ติดนิสัยนอนดึกจนทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน 

ไม่ว่าเหตุผลของการนอนดึกคือเพื่อเร่งปิดโปรเจกต์ ดูเน็ตฟลิกซ์แก้เบื่อหรืออะไรก็ตาม แต่การนอนดึกจะทำให้เวลาอันมีค่าของเราถูกขโมยไป 

ชีวิตจะเปลี่ยนเมื่อเราเข้านอนเร็ว การเข้านอนเร็วจะสามารถขจัดสิ่งรบกวนในชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี เราจะได้พักผ่อนมากขึ้น ตื่นเช้าขึ้น เและมีส่วนทำให้งานที่ตั้งเอาไว้เสร็จตรงตามเป้าหมายและมีเวลาให้กับสิ่งที่เราอยากทำมากขึ้น

ทริกก็คือ ให้ตั้งนาฬิกาปลุกตอนกลางคืนเพื่อเตือนว่าเราต้องปิดการแจ้งเตือนทุกชนิดและเตรียมตัวเข้านอน วิธีนี้จะทำให้เรานอนหลับเป็นเวลาและมีประสิทธิภาพ

7. ติดอยู่กับความสัมพันธ์แย่ๆ และไม่มูฟออน

คุยกับคนนี้ทีไร ทำไมเราหงุดหงิดทุกครั้งเลยนะ? 

เบื่อจริงๆ เพื่อนคนนี้พูดจาแดกดันอีกแล้ว

ความสัมพันธ์ที่บั่นทอนจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลง ควรหลีกเลี่ยงคนที่สร้างพลังลบให้กับเรา หลีกเลี่ยงคนที่ทำลายบรรยากาศในบทสนทนา เลิกคบคนที่ทำให้ชีวิตเราแย่ลง แต่รักษาคนที่ไม่ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว และนำพาเราไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น

แต่สุดท้าย การมีความสุขที่ยั่งยืนและมั่นคงคือการมีความสุขด้วยตัวเอง เพราะการไม่ยึดติดความสุขกับคนอื่นนั้นไม่ยั่งยืนเท่ากับความสุขที่เกิดขึ้นจากตัวเราเอง

8. กลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าตัดสินใจ รอแต่ช่วงเวลาที่เหมาะสม

แต่ละวันมีเรื่องให้เราต้องตัดสินใจอยู่ตลอด ถ้ามัวแต่กลัวการตัดสินใจผิดพลาด รอให้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคงไม่มีวันตัดสินใจสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตได้ 

“สิ่งที่ดีที่สุดคือทำสิ่งที่ถูกที่สุด รองลงมาคือทำผิด แย่ที่สุดคือการยืนเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย”

– Alfred Henry Lewis –

เพราะว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือการยืนอยู่เฉยๆ การที่เราไม่กล้าลงมือ ไม่กล้าตัดสินใจ เป็นการปิดกั้นความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้เราติดแหง็กอยู่ที่เดิม ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือแย่ อย่างน้อยเราได้เรียนรู้จากสิ่งที่เลือก เรียนรู้จากประสบการณ์และข้อผิดพลาดจากมัน เมื่อลองลงมือทำจริงๆ ผลที่ออกมาอาจไม่เหมือนกับที่เราคิดแต่แรกก็ได้

9. จริงจังกับการใช้ชีวิตมากเกินไป

ลองถามตัวเอง เราจริงจังกับชีวิตเกินไปหรือเปล่า?

เชือกที่ขึงตึงเกินไปนั้นไม่ดี แต่เชือกที่หย่อนเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน หาจุดสมดุลของการใช้ชีวิตให้เจอ แล้วเราจะพบว่าชีวิตคือการปล่อยวาง ปล่อยให้ตัวเองมีอิสระในการใช้ชีวิตบ้าง ไม่ลังเลและสนุกไปกับการทำในสิ่งที่ชอบ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นอาจดูไร้สาระในมุมมองคนอื่น แต่เราทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุข แล้วเราจะได้ค้นพบชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุกและงดงาม

บางทีความสุขไม่ใช่การมองหาและครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นการยอมรับ ปล่อยวาง ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต เราต่างมีมือเพียงสองข้าง และไม่อาจถือทุกสิ่งทุกอย่างไว้ด้วยมือเพียงสองข้างนี้ได้ การถือหลายสิ่งไว้ในเวลาเดียวกัน จะทำให้เราหนักและเหนื่อย ฉะนั้นการละทิ้งบางอย่างที่ไม่จำเป็นในชีวิตจะทำให้เราประสบความสำเร็จและมีความสุขได้อย่างแท้จริง 



เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
“Letting Go” 5 สิ่งที่ควรปล่อยเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

แปลและเรียบเรียงจาก:
https://bit.ly/3h5TwOp
https://bit.ly/3BJes5P

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#inspiration

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
บทความก่อนหน้านี้10 Pokémon สยอง ต้องหนี | Time to Play EP.50
บทความถัดไปMission Daily Report | 7 กันยายน 2021
Pattraporn Hoy
นักศึกษาเอกวรรณกรรมจีนผู้เชื่อว่าวันที่ดีเริ่มต้นด้วยการกินของอร่อย