INSPIRATIONแด่...ช่วงเวลาที่สุกงอม เพราะชีวิตไม่ต้องรีบก็ประสบความสำเร็จได้

แด่…ช่วงเวลาที่สุกงอม เพราะชีวิตไม่ต้องรีบก็ประสบความสำเร็จได้

เป็นกันไหม? อยากรีบประสบความสำเร็จเร็วๆ เมื่อเห็นคนรอบตัวประสบความสำเร็จนำหน้าไปก่อนเรา จนเกิดความรู้สึกแย่ ไร้ค่า เพราะคิดว่าช่วงอายุเท่านี้ ตัวเองควรมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้แล้ว 

ในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นคนอายุน้อยๆ ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ค่อยๆ หล่อหลอมความคิดผู้คน จนทำให้บรรทัดฐานสังคมเปลี่ยนแปลงไป เราเริ่มหันมาเชิดชูคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ และคิดว่า ‘ยิ่งประสบความสำเร็จเร็วยิ่งดี’ ค่านิยมกำหนดเส้นทางทุกช่วงอายุของเราไว้ว่า “อายุเท่านี้ต้องเรียนจบได้แล้ว” “ทำไมยังไม่ซื้อรถอีก” “จะ 30 แล้ว ยังไม่ซื้อบ้านอีกเหรอ”  “รีบๆ แต่งงานเข้าล่ะ ไม่งั้นขึ้นคานแน่” 

คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่สังคมวาดไว้ เมื่อคนรอบตัวบอกว่า ‘ดี’ เราจึงเชื่อและทำตาม แต่เราเคยลองคิดดูหรือไม่ว่า สิ่งที่พวกเขาบอกว่าดี จริงๆ แล้วมันดีสำหรับเราจริงหรือ? 

Advertisements

ชุดความคิดที่ว่า ‘ยิ่งประสบความสำเร็จเร็วยิ่งดี’  ถูกใส่เข้ามาในหัวเรา เป็นสูตรสำเร็จที่ใครๆ คิดว่ามันจะนำพาเราไปสู่ชีวิตที่มั่นคง ทว่า ชีวิตไม่ใช่เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีแบบแผนหรือมีขั้นตอนอะไรที่ซับซ้อนเลย ชีวิตนั้นเรียบง่าย และดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน เราทุกคนล้วนมีเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ล้วนมีคุณค่า มีความถนัดในแบบฉบับตัวเอง และมี ‘จังหวะชีวิต’ เป็นของตัวเอง 

เหนื่อยไหม? ที่ต้องวิ่งไล่ตามคนอื่นให้ทัน ลองหยุดพักแล้วค่อยๆ ดื่มด่ำกับความสวยงามข้างทางดูสิ การที่เรามุ่งไปที่เป้าหมายมากเกินไป อาจทำให้เราละเลยความสวยงามรอบตัวไป เป้าหมายก็ไปไม่ถึง แถมยังไม่มีความสุขกับการวิ่งตามเป้าหมายอีกต่างหาก 

ลองกลับมาโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าดูบ้าง ความสุขจากการได้จิบกาแฟยามเช้า แสงแดดยามบ่ายแก่ๆ ที่สาดส่องเข้ามาที่ห้องของเรา ทั้งรุนแรงและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน หรือจะเป็นลมเย็นๆ ชื่นใจที่ปะทะกับใบหน้าของเราอย่างแผ่วเบาในวันที่สิ้นหวัง  ให้เวลากับความสุขเล็กๆ เหล่านี้ด้วย เพราะเราไม่ได้มีชีวิตเพื่อแข่งขันกับใคร แต่เรามีชีวิตเพื่อ ‘ใช้ชีวิต’

mm2021

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ผลไม้ที่ถูกบ่ม รสชาติย่อมไม่สามารถสู้ผลไม้ที่สุกตามธรรมชาติได้

เราทุกคนต่างมีจังหวะสุกงอม อย่าเร่งรีบที่จะพิชิตเป้าหมายเพราะเห็นคนอื่นเดินนำเราไปก่อน การไปถึงเส้นชัยก่อนไม่ได้หมายความว่าใครเก่งกว่าใคร แต่เป็นเรื่องของการที่เรา ‘ได้อะไร’ จากมันบ้าง คนที่ประสบความสำเร็จเร็ว พวกเขามีความมั่นใจ มีความมั่นคงในชีวิต ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จช้า เป็นก้าวเดินที่ช้า ทว่า ‘มั่นคง’ คนเหล่านี้จะได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด  มีเวลาค้นหาตัวเอง และมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่าๆ กับคนกลุ่มแรกเช่นกัน 

Chia-Jung Tsay รองศาสตราจารย์จาก University College London กล่าวว่า คนที่ประสบความสำเร็จช้า อาจเผชิญกับความท้าทายเพื่อบรรลุเป้าหมายมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้พวกเขาสามารถปรับตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก ความไม่แน่นอน หรือความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การที่เราจัดการกับความผิดหวังและความท้าทายในชีวิตได้ จะทำให้เรารู้สึกพอใจกับชีวิตและมีความสุขได้อีกด้วย

เห็นไหมว่า การที่เราประสบความสำเร็จช้า ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากมัน และแม้ว่าเราจะเดินช้ากว่าคนอื่น แต่สุดท้ายเราก็ไปถึงเป้าหมายเหมือนกันนะ

Advertisements

เบื้องหลังความสำเร็จของ Rich Karlgaard นักข่าวและนักเขียนชาวอเมริกัน หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาเคยเป็นพนักงานล้างจานและพนักงานรักษาความปลอดภัยมาก่อน หลังจากที่เขาได้ทดลองและหาแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้เขาก้าวเข้าสู่วงการนิตยสารแห่งหนึ่งใน Silicon Valley และในที่สุดเขากลายเป็นผู้จัดพิมพ์นิตยสาร Forbes

เพราะฉะนั้น ไม่ต้องรีบใช้ชีวิตเหมือนทำมิชชันก็ได้ ชีวิตเราไม่ได้จบลงที่อายุ 40 ปีเสียหน่อย

Rich Karlgaard ผู้เขียนหนังสือ ‘Late Bloomers: The Power of Patience in a World Obsessed with Early Achievement’ ได้อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของนักประสาทวิทยาและผลการวิจัยเอาไว้ว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จช้าจะมีความทะเยอทะยานและความพยายามอย่างเต็มเปี่ยมในวัย 40 – 64 ปี เป็นช่วงเวลาแห่งการบรรลุศักยภาพขั้นสูงสุดของเรา

นอกจากนี้ การวิจัยของ Todd Rose นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์จาก Harvard Graduate School พบว่า “คนวัย 40 50 และ 60 ปีที่ไม่ประสบความสำเร็จ มักมีผลงานที่ดีเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ” อย่าง Anna Mary Robertson Moses จิตรกรที่มีชื่อเสียงตอนอายุ 75 ปี  Harlan David Sanders หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ผู้พัน แซนเดอส์ ก่อตั้งบริษัทเมื่ออายุ 65 ปี นักเขียน Julia Child ผู้ที่ไม่เคยเรียนทำอาหารจนกระทั่งอายุ 40 ปี กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารระดับโลกได้ในเวลาต่อมา ทุกคนเดินทางไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว ไม่มีใครสามารถกำหนดความสำเร็จของเราได้ และไม่มีสูตรตายตัวเช่นกัน

สำหรับใครที่กำลังสงสัยในตัวเองว่า เราเก่งไม่พอหรือเปล่า ทำไมยังไม่ประสบความสำเร็จเสียที ขอให้รู้ว่า บางทีเราอาจกำลังอยู่ระหว่างทางการเดินทางที่ทั้งคดเคี้ยวและยากลำบากนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่ความสำเร็จในอนาคต เป็นโอกาสที่ทำให้เราพบเจออะไรที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และค้นพบว่า ชีวิตที่สุกงอมนั้น หอมหวานเสมอ

อ้างอิง
https://bbc.in/3E3ZdWl
https://bit.ly/2Z9lkLB
https://bit.ly/3vt9IiV
https://bit.ly/3B1nxpV

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#inspiration

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Pattraporn Hoy
นักศึกษาเอกวรรณกรรมจีนผู้เชื่อว่าวันที่ดีเริ่มต้นด้วยการกินของอร่อย