Google ถูกฟ้อง 5,000 ล้านเหรียญ ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ใน “Incognito Mode”

627

Google ฐานละเมิดความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ใน Incognito Mode | รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock Thailand

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • Google ถูกฟ้องฐานละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน จากการเก็บข้อมูลประวัติการค้นหาของผู้ใช้งานในโหมด Incognito Mode หรือโหมดส่วนตัว (Private Mode)
  • Google ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ พร้อมบอกว่า ผู้ใช้งานรู้เรื่องการเก็บข้อมูลก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผู้ใช้งานหลายคนออกมาโต้กลับ ไม่เคยรู้ว่ามีการเก็บประวัติการค้นหา ขณะใช้ Incognito Mode

บริษัทกฎหมาย Boies Schiller Flexner ได้ยื่นฟ้อง Google เป็นเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ด้วยการเก็บข้อมูลการค้นหา แม้ว่าผู้ใช้จะอยู่ใน Incognito Mode หรือโหมดส่วนตัว(Private Mode) ก็ตาม

โดยทางผู้ยื่นฟ้อง บอกว่า Google เริ่มเก็บข้อมูลของผู้ใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2016 เป็นต้นมา และมีผู้ใช้หลายล้านคนที่ถูกเก็บข้อมูลไป ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Google Analytics, Ad Manager

Google ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที และชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้หลอกลวง หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ Incognito Mode แต่อย่างใด เนื่องจาก Google ได้แจ้งกับผู้ใช้งานชัดเจนแล้วว่า การเก็บข้อมูลจะดำเนินต่อไป แม้ว่าจะใช้งานในโหมด Incognito Mode ก็ตาม

และกล่าวอีกว่า ผู้ใช้งานต่างทราบเรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว แต่หลายคนกลับออกมาบอกว่า เขาไม่เคยรู้เลยว่ามีการเก็บประวัติการค้นหาขณะใช้งาน Incognito Mode

หากมาลองดูฟีเจอร์ Incognito Mode อย่างละเอียด จะพบว่า การใช้งานในโหมดนี้ทำให้ประวัติการค้นหาต่างๆ ไม่ถูกบันทึกลงในอุปกรณ์ที่เราใช้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ในกรณีที่ไปใช้งานอุปกรณ์สาธารณะ

แต่ประเด็นที่หลายคนกังวล คือ การเก็บข้อมูลส่วนตัวจากเว็บไซต์ยังคงเกิดขึ้นอยู่ เพราะต่อให้เปิดใช้งาน Incognito Mode แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เจ้าของเว็บไซต์ รวมถึง Google ยังสามารถเก็บ IP Address ได้อยู่ดี เท่ากับว่า Incognito Mode ป้องกันข้อมูลได้เพียงฉากหน้าเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มียังบทสรุปที่แน่ชัดว่า ฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะคดี แต่หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ประชาชนต่างแสดงความไม่พอใจอย่างมาก ชาวอเมริกันหลายคนกล่าวว่า Google ไม่มีสิทธิ์มาเก็บข้อมูลใดๆ หากพวกเขาไม่ยินยอม