first principles

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • การหาเหตุผลจากการเปรียบเทียบ (analogy) เป็นการเปรียบกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่การหาเหตุผลจากหลักการแรก (first principles) จะเป็นการสกัดทุกอย่างเพื่อหารากฐานของความจริง แล้วสร้างเหตุผลขึ้นมาจากความจริงนั้น
  • ถ้าคุณใช้การคิดแบบหลักการแรก คุณจะมองปัญหาจากมุมที่แตกต่างมาก และมีโอกาสที่จะตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่เคยทำๆแบบเดิมๆมาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับสตาร์ทอัพหลายๆบริษัทใช้เปลี่ยนโลกมาแล้ว

วันนี้ได้อ่านบทความนึงที่น่าสนใจในดิอินดีเพ็นเดนต์ (The Independent) เกี่ยวกับอีลอน มักส์ อีกแล้วครับ และสำหรับผม มันมาในตอนที่ผมกำลังต้องใช้พอดีครับ

ก่อนที่ อีลอนจะมาเป็นยอดนักธุรกิจเปลี่ยนโลกแบบที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้ เขาอยู่บนเส้นทางที่จะไปเป็นนักฟิสิกส์มาก่อน อันที่จริงเขาเริ่มการศึกษาปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics) ในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดไปแล้วด้วย

แต่แม้เขาออกจากการเรียนเมื่อผ่านไปเพียงไม่กี่วันอย่างที่เราเคยอ่านๆเรื่องราวนี้กัน แต่ศาสตร์ด้านฟิสิกส์ประยุกต์นั้นทิ้งอะไรบ้างอย่างไว้ให้กับอีลอน

ไม่แน่ว่าบางที สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ฟิสิกส์ประยุกต์ได้บอกกับอีลอนคือแนวคิดของ “first principles thinking” ซึ่งมุ่งหาสาเหตุของรากฐานที่เป็นแก่นแท้ของปัญหาอย่างไม่ลดละ 

“ผมคิดว่ามันสำคัญที่จะหาเหตุผลจากหลักการแรก (first principles) มากกว่าการหาเหตุผลจากการเปรียบเทียบ (analogy)” อีลอนเคยกล่าวไว้ครั้งนึงในการให้สัมภาษณ์กับเควิน โรส

การดำเนินวิถีชีวิตตามปกติ เราใช้หลักเหตุผลโดยเปรียบเทียบเอา เพราะการเปรียบเทียบมันเหมือนกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หรือสิ่งที่คนอื่นกำลังทำอยู่ แต่กับ first principles เราจะสกัดทุกอย่างลงมาหารากฐานของความจริงที่ลึกที่สุด แล้วค่อยๆสร้างเหตุผลขึ้นมาจากรากฐานของความจริงนั้นอีลอน มักส์

แท้จริงแล้ววิธีคิดแบบ first principles นั้นมีมายาวนานมากแล้ว

กว่า 2300 ปีที่ อริสโตเติล บอกว่า first principles นั้นเป็นรากฐานของความเข้าใจในสรรพสิ่ง และ first principles ยังเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาความจริงอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปรัชญาอย่างที่อริสโตเติลทำ หรือเรื่องของธุรกิจแบบที่อีลอนทำ

ถึงแม้อีลอนจะบอกว่าการถกเถียงหรือการตามหาเกี่ยวกับ first principles นั้น “เหน็ดเหนื่อยและใช้พลังงานทางสมองอย่างมหาศาล” แต่ผลลัพธ์ของมันมีโอกาสที่จะเกิดทางออกแบบมหัศจรรย์ขึ้นได้

วีธีการคิดแบบ first principles นี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้น สเปซเอ็กซ์ (SpaceX)

ตอนที่ อีลอน มักส์ และทีมของเขาพยายามจะคำนวณว่าจรวดลำแรกของ สเปซเอ็กซ์ จะมีต้นทุนประมาณเท่าไร ที่จริงพวกเขาสามารถดูราคาจรวดที่มีคนเคยทำมาแล้ว และเริ่มเปรียบเทียบจากตรงนั้นก็ได้ (ซึ่งเป็นสิ่งที่คนปกติอย่างเราๆพึงจะทำ) แต่ทีมของอีลอนไม่ทำแบบนั้น เพราะการทำแบบนั้นเป็น analogy-based thinking (การคิดเชิงเปรียบเทียบ) ไม่ใช่ first principles thinking (การคิดเพื่อหารากฐานของข้อเท็จจริง)

สิ่งที่พวกเขาทำคือกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่ว่า แท้จริงแล้วการสร้างจรวดต้องมีอะไรบ้าง และหาต้นทุนของแต่ละส่วนที่จำเป็นในการสร้างชิ้นส่วนต่างๆ ที่พวกเขาคิดว่าจำเป็นต่อการสร้างจรวดโดยไม่ได้คำนึงถึงว่าก่อนหน้านี้จรวดเคยมีแบบไหนมาก่อน

ผลที่ออกมาจากวิธีการคิดแบบนี้น่าตกใจมากครับ สเปซเอ็กซ์สามารถสร้างจรวดด้วยต้นทุนประมาณ 2% ของราคาจรวดปกติเท่านั้นเองครับ

อีลอนยังยกตัวอย่างไว้อีกเรื่อง

เขาบอกว่าเราจะได้ยินคนพูดเสมอว่าราคาของแบตเตอรี่นั้นแพงมาก มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว และมันก็คงจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเพราะว่ามันเป็นแบบนี้มานานแล้วแหละ 

พวกเขาอาจจะพูดว่า “ราคาของมันก็คงจะอยู่แถว 600 เหรียญ/กิโลวัตต์/ชั่วโมง และในอนาคตมันก็คงจะไม่ถูกลงไปสักเท่าไหร่หรอก”

แต่ถ้าคุณใช้ first principles thinking คุณจะไม่คิดแบบนี้ แต่คุณจะตั้งคำถามด้วยคำถามที่พื้นฐานที่สุดคือ

อะไรคือสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นแบตเตอรี่ และราคา ณ วันนี้ของวัตถุดิบแต่ละอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นเท่าไร

แบตเตอรี่นั้นประกอบด้วย คาร์บอน นิเกล อลูมิเนียม โพลิเมอร์ต่างๆ และเหล็กที่หุ้มมัน

ถ้าเราดูราคาตามวัตถุดิบ แล้วไปดูราคาที่ตลาดกลางในที่นี้คือตลาดโลหะแห่งลอนดอน (London Metal Exchange) มันควรจะมีราคาเท่าไร

สรุปราคามันอยู่ที่ 80 เหรียญ/กิโลวัตต์-ชั่วโมง

นั่นหมายความว่าเราต้องหาวิธีที่ฉลาดกว่านี้ในการรวมวัตถุดิบเหล่านี้เข้ามาเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้งานเป็นแบตเตอรี่ เซลล์ (battery cell) ได้ และเราก็จะได้แบตเตอรี่ที่ถูกมากกว่าที่ใครจะนึกถึง

ข้อคิดจากเรื่องนี้: ถ้าคุณใช้ first principles thinking คุณจะมองปัญหาจากมุมที่แตกต่างมาก และมีโอกาสที่จะตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่เคยทำๆแบบเดิมๆมาอยู่แล้ว

อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมคิดว่าสตาร์ทอัพที่มาเปลี่ยนโลกหลายๆบริษัทก็มีแนวคิดทำนองนี้เช่นกัน คือมองปัญหาจากอีกมุมหนึ่ง มุมที่ไม่เคยมีใครมอง

เรื่องนี้ฟังดูง่ายๆแต่ถ้าคิดดีๆเอาไปต่อยอดได้มหาศาลครับ

ลิงก์ต้นฉบับ: http://ind.pn/2y98w8t

Photo credit: pinimg.com