หาจุดสมดุลของชีวิตให้เจอ

LEGO ที่ผมและลูกสาวต่อด้วยกันครับ

ผมเป็นคนชอบทดลองอะไรกับตัวเองเสมอๆ โดยเฉพาะความพยายามในการหาจุดสมดุลที่เราสามารถทำได้ทั้งเรื่องที่เรารัก ดูแลคนรอบข้างได้ และดูแลตัวเองได้ คือพยายามจะทำให้ได้ดีในทุกเรื่อง ขอสารภาพจากใจจริงเลยว่า กว่าจะเจอทางของตัวเอง เจ็บมาเยอะครับ เยอะจริงๆ

ก่อนเล่าต้องขอ hilight ประโยคนี้ก่อนเลยว่าสิ่งที่คุณกำลังจะได้อ่านนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ครับ

มีคนเคยถามผมว่าที่ทำอะไรเยอะๆ แบบนี้มีความสุขเหรอ

ผมขอตอบแบบจริงๆ เลยนะครับว่า มีความสุขครับ และรู้สึกคุ้มมากด้วย แต่ความสุขที่ว่ามันไม่ได้เป็นความสุขแบบที่เหมือนกินขนมแล้วมีความสุข หรือ gratification ที่มักจะมาเร็วไปเร็ว คือ ตอนกินขนมก็สุขดีหลังจากนั้นมันก็หายไป

แต่ความสุขที่ผมหมายถึง คือ การได้เห็นสิ่งที่เราลงแรงไปออกดอกออกผลครับ

ศูนย์กลางของทุกอย่างที่ผมทำตอนนี้ อยู่รวมกันที่คำว่า balance ครับ ไม่ใช่ work life balance แต่เป็นแค่ life balance เฉยๆ คือสมดุลชีวิตนั้นแหละครับ

สำหรับผม ผมค้นพบว่าการบริหารระดับพลังงานของชีวิตคือกุญแจของเรื่องทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การบริหารแค่เวลาอย่างเดียว เอาจริงๆ พลังงานสำคัญกว่ามากครับ

จะเล่าชีวิตของผมให้ฟังครับ อย่างที่บอกตอนต้นครับว่า อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับใครก็ได้ครับ

เรื่องของการนอน และ สะท้อนความคิด : Sleep & Self Reflection

สิ่งนี้อาจจะสำคัญหรือเป็นแก่นของเรื่องทั้งหมดเลยก็ว่าได้ครับ 

สิ่งที่ผมคำนึงถึงตลอดตอนนี้คือเวลานอนครับ ผมเข้านอนเร็วมากประมาณ 20:30 -21:00 เพราะเดี๋ยวนี้ netflix อะไรก็ไม่ได้ดู​เลย ก่อนเข้านอนสิ่งที่ต้องทำเลย คือการนั่งสมาธิครับ แค่ 10-15 นาที แต่ทำต่อเนื่องเห็นผลมากๆ ครับ และช่วงที่ไม่ทำก็เห็นผลแย่ๆ เหมือนกัน

ผมจะตื่นนอนค่อนข้างเช้าประมาณ 3:30 หรือ 4:00 ถ้าวันไหนมีวิ่งก็จะออกจากบ้านเลยครับ แต่ถ้าวันไหนไปยกเวทที่ฟิตเนส ก็จะได้ทำงานก่อน

ช่วงทำงานตอนเช้าตรู่นี้ คือการเตรียมการครับ เช่น เตรียมการว่าจะคุยกับใคร เรื่องอะไร objective ของการคุยคืออะไร หรือ เตรียมการว่าวันนี้จะต้องทำอะไรให้เสร็จบ้าง, hilight of the day คืออะไร

บางครั้งก็จะใช้เวลาช่วงนี้ตกผลึกครับ เช่น ถ้าพึ่งได้รับ feedback มา จะมาตกผลึกว่าเราสามารถปรับปรุงพฤติกรรมอะไรของเราได้บ้าง 

อีกอย่างที่ชอบทำตอนช่วงเวลานี้คือ การเก็บตกสิ่งที่เป็น self reflection ที่เราอาจจะไม่ได้ทำคืนก่อนหน้านี้เช่น การเขียนไดอารี่ เป็นต้นครับ

สุขภาพและการออกกำลังกาย : Fitness & Health

เนื่องจากหลังๆ มายกเวทค่อนข้างบ่อย ต้องบอกว่าติดใจครับ เพราะหุ่นดีขึ้นแบบทันตาเห็นจริง คือรู้สึกภูมิใจกับผลงานของตัวเองมาก นอกจากนั้นแล้วการยกเวทสร้างกล้ามเนื้อยังช่วยให้ผมวิ่งได้ดีขึ้นด้วยครับ

พอต้องจัดเวลามายกเวท ก็ทำให้เวลาวิ่งน้อยลง เดี๋ยวนี้ผมวิ่งเหลือเดือนละประมาณ 175 – 200 กิโล นอกจากเดือนที่แข่งมาราธอนอาจจะเยอะกว่านี้

เอาจริงๆ วิ่งน้อยลง แต่วิ่งดีขึ้นครับ

ส่วนอีกเรื่องคืออาหาร

แต่ก่อนไม่ได้คิดว่าจะเกี่ยว แต่พอมาทานอาหารดีๆ พบว่าชีวิตมีความสุขขึ้นครับ แค่เราต้องเปลี่ยนมุมมองของเราต่ออาหารเท่านั่นเอง ตอนนี้ผมพยายามทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงแต่ง หรือแปรรูปอะไรมาก ผมไม่ได้นับแคล หรือ เข้มงวดกับตัวเองมาก แค่พยายามมีสติเวลาจะเลือกทานอาหารเท่านั้นเองครับ

ไอเดียคือเราต้องควบคุมอาหารอย่าให้อาหารควบคุมเรา

IF (Intermittent Fasting)

ปัจจัยหลักที่ร้อยเรียงเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกันก็คือ IF นี่แหละครับ เพราะมันถูกจริตผมมาก จากคนที่เคยโมโหหิวมาก และบ่ายๆ จะง่วงมาก ตอนนี้มีพลังตลอดบ่าย ทำงาน productive ขึ้นเยอะครับ

ครอบครัว : Family

ไม่น่าเชื่อว่ายิ่งจัดอะไรแน่นๆ ในตารางงาน จะยิ่งมีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น เดี๋ยวนี้ขั้นต่ำตอนเย็นต้องมีเวลากับลูกชั่วโมงกว่าๆ ถ้าเสาร์ อาทิตย์จะเยอะกว่านั้นเยอะ

นอกจากจากเวลากับลูกแล้วเวลากับ ภรรยา และคุณพ่อคุณแม่ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ทุกวันนี้ออกไปเดทกับภรรยาบ่อยกว่าสมัยก่อน และมีโอกาสคุยกับพ่อแม่ยาวๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้ง บางทีคุยกันหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็มี

อีกเรื่องคือเดี๋ยวนี้พาลูกไปเที่ยวบ่อยกว่าสมัยก่อนมากครับ

งาน : Work

ตอนนี้รู้สึกว่าทำงานละเอียดขึ้น สำหรับงานหลักที่ศรีจันทร์ สนุกมากขึ้น เริ่มได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่อยู่นอกกรอบของธุรกิจที่เราทำมาหลายปีมากขึ้น ปีนี้มีแบรนด์ใหม่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการน่าจะสนุกขึ้นไปอีก เพราะได้ลองทั้งเรื่อง brand ทั้งเรื่อง business model

ส่วนแบรนด์หลักสองแบรนด์คือ SRICHAND และ sasi นั้น ตอนนี้เน้นสร้างความแข็งแรงให้สุดทาง ซึ่งก็เป็นงานที่ต้องใช้สมองเยอะ ละเอียด และต้องหนักแน่นด้วย

แต่ก่อนเคยรู้สึกหนืดๆ กับงานที่ศรีจันทร์ แต่ตอนนี้มันส์มากๆ ครับ อยากพัฒนา อยากทำอะไรใหม่ๆ ตลอด ของแบบนี้ขึ้นกับมุมมองจริงๆ

ส่วนงานของ Mission to the Moon Media บริษัทเล็กๆ ที่พึ่งตั้งไม่กี่เดือน ตอนนี้มีพนักงาน 3 คน นั่งอยู่รวมกันอยู่ที่ศรีจันทร์นี่แหละครับ

Mission to the Moon Media ก็เป็นความสนุกอีกแบบ ได้ทำ podcast แบบ daily ถึง 3 รายการ และความท้าทายมีมาตลอด อย่างรายการข่าวรายการใหม่ (mission world news report) ก็ทำให้รู้ว่าการทำรายการข่าวนี่โคตรยาก แต่ไม่เป็นไรครับ เราจะพัฒนาไปเรื่อยๆ เชื่อว่าไม่เกิน 2 เดือนจะดีแบบจำของเดิมไม่ได้

อ่อ เดี๋ยวอีกไม่นานจะมี podcast รายการที่ 4 ของ mission to the moon ที่ฉีกจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ของเรา เนื้อหาก็เป็นอีกแบบเลย จะออกมาให้ท่านได้ฟังกันอีกไม่เกิน 1 เดือน

ส่วน content อื่นๆ ก็ยังทำ ผมพบว่าถ้าเราตั้งใจ การเขียนบทความทุกวัน วันละหนึ่งบทความก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป พอเริ่มทำได้แล้วมันก็ทำต่อไปได้เองเรื่อยๆ อันนี้ถือว่าเป็นการเตรียมต้นฉบับหนังสือเล่ม 8 ไปด้วยเลย

ส่วนเรื่อง super productive talk show ที่จะจัดในอีกไม่กี่วันนี้ ยอมรับว่าเหนื่อยจริง แต่เชื่อว่าผลของมันจะออกมาคุ้มสุดๆ ครับ

Mission to the Moon มีโปรเจคใหม่เยอะมาก ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน เช่น เร็วๆ นี้เดี๋ยวนี้ merchandiser แบบเก๋ๆ มาขาย

ทุกวันนี้ทั้งงานศรีจันทร์และงาน Mission สนุกมาก รู้สึกขอบคุณทุกคนที่ทำงานด้วยกันว่าเรามาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นพลังงานให้กันและกันจริงๆ

การเงินและการลงทุน : Financial Investment

แต่ก่อนใช้เงินเปลืองมาก ไร้สาระมาก ซื้อของบ้าบออะไรไม่รู้มาเต็มไปหมด ตอนนี้คิดใหม่ มีความสุขที่จะได้เก็บเงิน ได้ลงทุน และใช้เงินแบบพอประมาณ

เงินที่ใช้ส่วนใหญ่ไม่เอาไปซื้อของครับ เอาไปซื้อเวลาดีๆ ของชีวิต เช่น

  • พาลูกไปเที่ยวบ่อยๆ มากๆ
  • จ้างเทรนเนอร์​
  • เอาเงินไปวิ่งมาราธอนในสนามที่เราอยากไป
  • ซื้อหนังสือ
  • ฯลฯ

ส่วนเงินที่เหลือเอามาลงทุนแบบจริงจังกว่าสมัยก่อนเยอะมาก เดี๋ยวนี้สนุกกับการลงทุนและเห็นผลของมันงอกเงย

สิ่งรบกวน : Distraction

ตั้งแต่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ผมลบ app Facebook, Instagram, Twitter และ Chrome ออกจากมือถือ แล้วมาเล่นตอนเปิดคอมแทน แต่ละวันประหยัดเวลาไปได้หลายชั่วโมงครับ เพราะเล่นในคอมแป๊ปเดียวก็เบื่อแล้ว

ผมว่าอันนี้ก็เป็นอีกกุญแจสำคัญที่ทำให้ผมมีเวลาไปทำอย่างอื่นครับ

ผมเชื่อว่าที่สุดแล้วทุกคนต้องหาจุดที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมที่สุดให้ได้ และสนุกกับชีวิต

สำหรับผม ชีวิตที่ดี สนุก และมีความสุข ทั้งสำหรับเราและคนรอบข้าง น่าจะเป็นเป้าหมายที่อยากให้เราตื่นมาใช้ชีวิตทุกวันครับ