ENTERTAINMENTรู้จัก “ร่างทรง” จากหลากวัฒนธรรมทั่วโลก

รู้จัก “ร่างทรง” จากหลากวัฒนธรรมทั่วโลก

ต้อนรับการมาของภาพยนตร์ไทยที่หลายคนตั้งตารออย่าง “ร่างทรง” (The Medium) ที่ไปสร้างประสบการณ์ขวัญผวากันไปทั่วเอเชียแล้ว และในที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้กลับมาฉายสู่ถิ่นกำเนิดของมันเสียที

วันนี้เราเลยจะโหมโรงสักเล็กน้อย ด้วยการพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่า “คนทรง” จากแต่ละวัฒนธรรมทั่วโลก เพราะจากการสัมภาษณ์คุณโต้ง บรรจง ถึงเบื้องหลังภาพยนตร์ ร่างทรง เราได้เห็นว่าความจริงแล้วการเข้าทรง คือวัฒนธรรมที่ปรากฏอยู่ทั่วโลก และมีความคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

วันนี้เราเลยจะพาไปรู้จักวัฒนธรรมร่างทรงจากทั่วโลก โดย “Shamanism” หรือ “Shaman” คือคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีความเชื่อเรื่องวิญญาณ หยิบยืมพลังมาใช้รักษา ควบคุมลมฟ้าอากาศ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้นำด้านศาสนา และกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะถูกแบ่งออกเป็นหลักๆ 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
คนทรง (Medium) ผู้ร่ายคาถา (Sorcerer) ผู้เผยพระวจนะ (Prophet) ผู้หยั่งรู้ (Seer)

Advertisements

ซึ่งเราจะมาพูดถึงเฉพาะ “คนทรง” (Medium) เพราะความหมายของคำว่า คนทรง ก็คือเป็นผู้ที่ใช้ร่างตัวเองเป็นสื่อกลางระหว่างภพ แบ่งเป็น “คนทรงวิญญาณ” และ “คนทรงเจ้า” ซึ่งจะเห็นได้บ่อยๆ ในประเทศไทยบ้านเรา

ร่างทรง

คนทรง – เกาหลีใต้

ลักษณะความเชื่อของ “คนทรง” ในวัฒนธรรมเกาหลีใต้นั้นใกล้กับบ้านเราเป็นอย่างมาก เพื่อใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างเทพเจ้าและมนุษย์บนโลก โดยจะใช้วิธีออกมาร่ายรำหรือระบำเข้าจังหวะเพลง 

โดยมีมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนที่ผู้ปกครองบ้านเมืองจะใช้คนทรง ในการทำพิธีเพื่อติดต่อกับเทพเจ้า เพื่อขอคำแนะนำ รักษาโรค ทำนายอนาคต หรือทำพิธีปลุกเสกหรือสาปแช่งศัตรูตามความเชื่อ เราจะเห็นได้ชัดจากบทบาท อิทธิพล และอำนาจ ของผู้ทำหน้าที่เป็นคนทรงในสมัยก่อน ซึ่งถ้าจะให้เห็นภาพชัดที่สุด เราจะขอแนะนำให้คุณไปดูเรื่องซีรีส์เรื่อง The Moon that Embraces the Sun

จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมคนทรง ของเกาหลีใต้และไทยเองนั้นมีจุดร่วมและวัตถุประสงค์ที่คล้ายกันมาก จึงไม่แปลกเลยที่ภาพยนตร์เรื่อง “ร่างทรง” (The Medium) จะเข้าถึงคนเกาหลีใต้เป็นอย่างดีจนออกตัวร้อนแรงที่สุดในช่วงที่ผ่านมา

ร่างทรง

มิโกะ – ญี่ปุ่น

หญิงสาวร่างทรงแห่งองค์เทพ “มิโกะ” ใครที่เคยไปญี่ปุ่นอาจจะคุ้นเคยกับภาพของหญิงสาวที่มาพร้อมกับเครื่องแต่งกายสีขาวแดง คอยทำหน้าที่จัดจำหน่ายเครื่องรางและต้อนรับผู้คนที่มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้า 

ซึ่งในอดีตพวกเธอคือผู้ทำพิธีกรรมบวงสรวงเทพเจ้า เช่น การสวดมนตร์ และเต้นระบำ หรือแม้แต่เป็น “ร่างทรง” ของเทพเจ้าตามความเชื่อเพื่อรับคำพยากรณ์ และไปเผยแพร่สู่คนอื่นๆ 

ซึ่งปัจจุบัน มิโกะ ได้ลดบทบาทและหน้าที่ของตัวเองตามความเชื่อของญี่ปุ่นสมัยใหม่ และเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นผู้ช่วยนักบวชในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ

Advertisements
ร่างทรง

ดรูอิด – ชาวเคลต์ ยุโรปตอนเหนือ

ย้ายมาทางฝั่งตะวันตกกันบ้างกับ ดรูอิด (Druid) ผู้วิเศษแห่งพงไพร ผู้ใช้พลังวิญญาณในการสื่อสารกับธรรมชาติและสัตว์ ดรูอิดเป็นที่รู้จักกันดีในทางตอนเหนือของทวีปยุโรป (ชาวเคลต์) ซึ่งรวมอยู่ในความเชื่อเรื่องของตำนานเทพนอร์ส 

ภาพลักษณ์ที่เรามักจะคุ้นเคยกันส่วนใหญ่ ดรูอิด มักจะมาในแนวของผู้วิเศษที่ใช้พลังแห่งพงไพร ทำหน้าที่สื่อวิญญาณกับธรรมชาติ เป็นนักพยากรณ์ผู้ใช้ธรรมชาติเป็นสื่อกลางเป็นหลัก แต่บทบาทจริงๆ ของชาวดรูอิดตามประวัติศาสตร์แล้วดูจะไปในทางของนักบวช/นักกฎหมายเสียมากกว่า

สังคมของชาวเคลต์จะอยู่รวมกันเป็นเผ่าและแบ่งชนชั้นออกเป็น อัศวินนักรบ, ดรูอิด และเกษตรกรชาวบ้านทั่วไป ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของดรูอิดก็คือการเป็นผู้นำทางด้านศาสนาของเผ่า แถมยังต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านการศีกษา เป็นที่ปรึกษาของผู้นำ และพิพากษาคนผิด (หรือบางครั้งก็ไม่ผิด) 

คำว่า ดรูอิด แปลว่า ผู้ทรงภูมิ หรือผู้มองเห็นอนาคต เป็นผู้หยั่งรู้ที่ให้คำปรึกษาแก่กษัตริย์หรือหัวหน้าเผ่าอยู่บ่อยๆ ทำให้ชาวเคลต์จึงนับถือดรูอิดเพราะถือว่าดรูอิดคือผู้ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าและมีพลังเกี่ยวกับธรรมชาติ (ซึ่งจริงๆ ก็คือเป็นผู้มีความรู้มาก จนคนสมัยนั้นมองเป็นผู้วิเศษนั่นเอง) 

ร่างทรง

เชแมน – ชนพื้นเมืองอเมริกา

เชแมน หรือ ชาแมน (Shaman) คือผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ ทำพิธีกรรมเพื่อเข้าถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ เพื่อนำมารักษาโรคหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเผ่า ชาแมนของอินเดียนชนพื้นเมืองอเมริกาไม่ใช่ศาสนาแต่เป็นคำสอนที่ยึดตามความเชื่อที่ว่าธรรมชาติไม่อาจอยู่ภายใต้การควบคุมใด โดยพวกเขาจะอัญเชิญวิญญาณสัตว์หรือวิญญาณบรรพบุรุษมาเข้าทรงเพื่อทำพิธีต่างๆ ตามความเชื่อ

ความสามารถส่วนใหญ่ของพวกเขามักจะเกี่ยวข้องกับสัตว์และวิญญาณสัตว์ เพื่อยืมพลังจากสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ บ้างก็ให้วิญญาณสัตว์เหล่านั้นมาเข้าทรง ในรูปแบบของความฝัน เพื่อพยากรณ์ ปลุกเสกวัตถุสิ่งของ นอกจากนั้นเหล่าชาแมนยังผสมผสานศาสตร์ต่างๆ ทางความเชื่อเข้าไว้ด้วยกันอีกเช่น Animism, Totemism, Ritualism และ Fetishism เมื่อรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยกันจึงเกิดเป็นศาสนาของเหล่า ชาแมน (Shaman) ที่ชนพื้นเมืองอเมริกานับถือนั่นเอง

แปลและเรียบเรียงจาก
https://bit.ly/3bat9DG
https://bit.ly/3vLyjiZ
https://bit.ly/3nxuSZv

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#trend

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/entertainment/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Thongtong Mahavichit
Don't try this at home