ENTERTAINMENTYig เทพอสรพิษ บิดาแห่งงูทั้งปวง

Yig เทพอสรพิษ บิดาแห่งงูทั้งปวง

กลับมาที่ตัวละครออริจินอลจากทางฝั่ง H. P. Lovecraft กันบ้าง กับผลงานเขียนร่วมกับคุณ ซีเลีย บิชอป ในเรื่องของเทพยิก (Yig) เทพอสรพิษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเทพของชนเผ่ามายัน โดยเรื่องสั้นนี้มีชื่อว่า “The Curse of Yig” คำสาปแห่งยิก

The Curse of Yig (คำสาปแห่งยิก)

โดย เอช. พี. เลิฟคราฟท์ (H. P. Lovecraft)

Advertisements

และซีเลีย บิชอป (Zealia Bishop), Weird Tales, NOV 1929

ปี 1925 รัฐโอคลาโฮมา นักชาติพันธุ์วิทยารายหนึ่งกำลังศึกษาเกี่ยวกับตำนานของเทพอสรพิษ  จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ยินได้ฟังเรื่องราวของของเทพอสรพิษแห่งโอคลาโฮมา ที่มีนามว่า ยิก (Yig)

เชื่อกันว่าเทพในตำนานนี้เป็นบิดาของอสรพิษทั้งหลาย และเป็นเทพที่คนท้องถิ่นเกรงใจเกินกว่าจะเอ่ยถึง หรือบอกเล่าเรื่องให้กับใครอื่นได้ฟัง อย่างไรก็ตาม นักชาติพันธุ์วิทยาคนนี้ก็ได้ไล่ล่าศึกษา จนกระทั่งได้บังเอิญไปพบกับ ด็อกเตอร์แม็คนีล (Dr.McNeil) ผู้ดูแลโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยทางจิตกุธลีย์ (Guthrie Asylum) ที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ ด็อกเตอร์แม็คนีลได้เก็บเหยื่อรายหนึ่งที่ถูกยิกสาปเอาไว้

เหยื่อรายดังกล่าวถูกขังไว้ในห้อง B116 มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์ ร่างกายไร้ซึ่งขน ทว่าสิ่งประหลาดนี้มีรอยด่างสีน้ำตาลบนไหล่ทั้งสองข้าง มีศีรษะแบนประหลาด และมีดวงตาสีดำเหมือนลูกปัด หลังจากให้ชมหลักฐานการมีตัวตนอยู่จริงของเหยื่อต้องสาปแห่งยิก ด็อกเตอร์แม็คนีลก็ได้พานักชาติพันธุ์วิทยากลับขึ้นมายังห้องทำงาน เพื่อที่จะบอกเล่าความเป็นมาของเจ้าสิ่งนั้นให้ฟัง

เรื่องราวต้องย้อนกลับไปสู่ปี 1889 เมื่อ วอล์กเกอร์ เดวิส (Walker Davis) และภรรยาของเขาออเดรย์ เดวิส (Audrey Davis) ได้เดินทางข้ามจากรัฐอาร์คันซอ เพื่อที่จะมาลงหลักปักฐานยังที่ดินใหม่ในรัฐโอคลาโฮมา

วอล์กเกอร์ผู้เป็นสามีนั้นเป็นโรคกลัวงู เพียงแค่ได้ยินเกี่ยวกับงูก็ทำให้เขากลัวจนหน้าซีด และเพียงแค่ได้เห็นงูตัวน้อยก็ทำให้เขาตัวสั่นจนควบคุมไม่ได้ ความกลัวนี้เองก็ได้นำพามาซึ่งเรื่องร้ายที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเขา

ระหว่างการเดินทางข้ามรัฐในช่วงค่ำของวันที่ 22 ขณะที่ทั้งสองได้หยุดพักจากการเดินทาง ออเดรย์ก็ได้เห็นรังของงูหางกระดิ่ง เธอจึงได้ตัดสินใจที่จะสังหารพวกมันก่อนที่สามีจะมาพบเห็น แต่หลังจากที่เธอได้สังหารงูจนเสร็จ “วูล์ฟ” สุนัขที่ทั้งสองเลี้ยงไว้ก็ได้เห่าเรียกสามีของเธอมา วอล์กเกอร์ตกใจอย่างมากกับสิ่งที่ได้เห็น  เพราะในระหว่างการเดินทางเขามีโอกาสได้ยินตำนานของเทพยิกมาบ้าง เขาโกรธภรรยาเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าพวกเขาจะถูกตามมาล้างแค้นโดยเทพยิกผู้เป็นบิดาแห่งอสรพิษ

หลังจากเดินทางต่อมาอีกสักพัก คู่สามีภรรยาก็พบกับดินแดนที่แลดูเหมาะกับการสร้างถิ่นฐาน ทั้งสองก็เลยตัดสินใจที่จะเริ่มสร้างบ้านของตัวเองบนที่ดินแห่งนั้น

Advertisements

บ้านของทั้งสองตั้งอยู่ไม่ไกลจากป่า และห่างจากเมือง  บริเวณนั้นมีแค่บ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นอย่างกระจัดกระจายแต่ไม่เป็นชุมชน โดยครอบครัวที่ใกล้ชิดกับคู่สามีภรรยาที่สุดก็คือ ครอบครัวคอมป์ตัน (Compton) ที่มาจากอาร์คันซอเช่นกัน  สามีชื่อ โจ (Joe) ส่วนภรรยาชื่อ แซลลี (Sally) บ้านของพวกเขาตั้งอยู่ห่างออกไปจากครอบครัวเดวิสประมาณสองไมล์ (หรือกว่า 3.2 กิโลเมตร) ทั้งสองครอบครัวได้เดินทางไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ

และก็เป็นแซลลีนี่เองที่ได้บอกเล่าเรื่องสยองเกี่ยวกับเหยื่อผู้โชคร้ายรายหนึ่ง ที่ถูกรุมกัดโดยฝูงงูจนตัวบวมเป่งและระเบิด แต่ออเดรย์ก็เลือกที่จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้กับผู้เป็นสามีได้ฟัง

เหตุการณ์ฆ่างูที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางยังคงติดอยู่ภายในหัวของวอล์กเกอร์ เขาเชื่อว่ายิกจะยังคงแค้นฝังใจและไม่ยอมให้อภัยครอบครัวของเขา เขาจึงขวนขวายหาวิธีปกป้องตัวเองจากพวกยิกอยู่เป็นประจำ ด้วยการให้วิสกี้กับชาวพื้นเมืองอเมริกันเพื่อแลกกับเครื่องรางหรือคาถา ซึ่งวอล์กเกอร์ก็มักที่จะบริกรรมคาถาเหล่านั้นเป็นประจำระหว่างการทำงาน ทำให้ออเดรย์เริ่มประสาทเสียขึ้นมาบ้าง

เวลาก็ได้เคลื่อนผ่านไป จนกระทั่งฤดูเก็บเกี่ยวได้สิ้นสุดลง ในคืนวันหนึ่ง หลังจากการเลี้ยงฉลองฮาโลวีน ขณะที่คู่สามีภรรยาวอล์กเกอร์กำลังนอนอยู่ ออเดรย์เริ่มฝันเกี่ยวกับเทพยิกที่มาในรูปโฉมของปิศาจ ฝันร้ายทำให้เธอตื่นขึ้นมาและปลุกสามีให้ตื่น เมื่อวอล์กเกอร์จุดตะเกียง เขาก็พบว่าพื้นบ้านเต็มไปด้วยงูหางกระดิ่งจำนวนมาก ฝูงงูบนพื้นทำให้เขากลัวจนหมดสติไปและแสงไฟจากตะเกียงก็ได้ดับวูบลง

เมื่อออเดรย์ต้องตกอยู่ในห้องที่มืดสนิท เธอเริ่มจะคิดว่าความตายกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แต่รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงเหมือนกับร่างที่บวมเป่งเพราะพิษงูระเบิด  เธอเชื่อว่านั่นคงจะเป็นเสียงศพของสามีที่ระเบิดออกเพราะพิษของงูหางกระดิ่ง ทันใดนั้นเอง เธอก็เห็นร่างหนึ่งที่เริ่มจะเคลื่อนขยับในความมืด มันมีโครงร่างคล้ายกับมนุษย์ค่อยๆ ขยับเข้ามาหาเธอ โดยสัญชาตญาณ ออเดรย์ได้พุ่งตัวไปคว้าขวานที่อยู่ใกล้มือและสับใส่ร่างที่แลดูคล้ายกับมนุษย์นั้น

คงจะไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น ถ้าแซลลีไม่ได้แวะมาเยี่ยมบ้านของครอบครัวเดวิสในช่วงบ่ายของวันถัดมา ภายในบ้านของครอบครัวเดวิส เธอพบกับร่างของวูล์ฟที่ระเบิดเพราะถูกรุมกัดโดยงูหางกระดิ่ง ส่วนวอล์กเกอร์ก็ได้ตายเพราะถูกสับด้วยขวาน และเธอก็ได้พบเจอกับออเดรย์ที่กำลังขดตัวและส่งเสียงขู่ฟ่อๆ อยู่ภายในบ้าน

ด็อกเตอร์แม็คนีลได้จบเรื่องเล่าว่า ออเดรย์มีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปีหลังจากนั้น โดยมีบางครั้งที่เธอเริ่มจะมีสติกลับคืนมา แต่ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น เธอได้ให้กำเนิดสัตว์ประหลาดขึ้นมาสี่ตน สามในสี่ได้ตายไปก่อนหน้า และตัวประหลาดที่นักชาติพันธุ์วิทยาได้เห็นในห้องใต้ดิน ก็คือลูกของออเดรย์เพียงตัวเดียวที่รอดมา

ฟังเรื่องเล่าฉบับเต็มได้ที่: https://bit.ly/3QeuP2p

#MissionToPlutoPodcast
#timetoplaypodcast
#HPLovecraft

Advertisements
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า