ENTERTAINMENTรู้จัก "The Back Room" มิติลึกลับที่ทับซ้อนกับความเป็นจริง

รู้จัก “The Back Room” มิติลึกลับที่ทับซ้อนกับความเป็นจริง

“โลกคู่ขนาน” หรือ “มิติลึกลับ” เป็นเรื่องที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ ในภาพยนตร์ เกม หรือซีรีส์ ตัวอย่างล่าสุดที่เกือบทุกคนน่าจะรู้จักกัน ได้แก่ The Upside Down มิติสีเลือดอีกด้านของเมืองฮอว์กินส์ จากซีรีส์ดัง Stranger Things
หรือหลายคนอาจนึกไปถึง โดราเอมอน ตอนโลกคู่ขนาน ที่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด จากขวาเป็นซ้าย จากซ้ายเป็นขวา เราเชื่อกันว่าเรื่องแบบนี้มีอยู่แต่ใน “จินตนาการ” ไม่มีใน “โลกความเป็นจริง” หรอก
..แต่แล้วความเชื่อนี้ก็ถูกสั่นคลอน เมื่อคนจำนวนหนึ่งบนโลกออนไลน์เริ่มโพสต์ถึงทฤษฎีห้องลึกลับ หรือ “The Back Room” มิติทับซ้อนกับโลกความเป็นจริงของเรา ที่แปลกประหลาด เต็มไปด้วยอสุรกาย และมีกฎระเบียบต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ทำให้คนตั้งคำถามว่า หรือดินแดนลึกลับที่มนุษย์ไม่ควรย่างกรายเข้าไป ‘อาจจะ’ มีอยู่จริง

TheBackRoom คืออะไร

หากจะให้อธิบาย The Back Room ให้เข้าใจง่ายๆ ต้องชวนทุกคนย้อนนึกถึงเวลาที่เราเล่นเกมกันก่อน
เคยใช่ไหม? เวลาที่เล่นเกมอยู่ดีๆ แล้วก็เกิด “บั๊ก” (Bug) จุดบกพร่องของโปรแกรม ที่ส่งให้ตัวละครของเราทะลุไปอีกฉากได้ หรือ หลุดเข้าไปอยู่ในความเวิ้งว้างโดยบังเอิญ โดยบั๊กเช่นนี้ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า “NoClip” นั่นเอง
แล้วจะเป็นอย่างไรหากในโลกความเป็นจริงสามารถเกิดบั๊กแบบ NoClip ได้? หลายคนเชื่อว่าทฤษฎี “The Back Room” เป็นคำตอบของคำถามนี้
ทฤษฎีนี้เชื่อกันว่า หากเราเดินข้ามผ่านประตูประหลาด แตะรอยร้าวบนผนัง หรือเดินไปที่อโคจร เราอาจจะหลุดเข้าไปใน The Back Room
ซึ่งเป็นมิติลึกลับนี้ที่มีลักษณะเป็นห้องว่างๆ ต่อกันจำนวนมาก โดยผนังจะเป็นเพียงวอลล์เปเปอร์สีเหลืองที่ว่างเปล่า ใต้ฝ่าเท้าเราจะเป็นพรมสีเหลืองๆ ที่ชื้นแฉะตลอดเวลา ส่วนบนเพดานก็จะมีหลอดไฟฟลูออเรสเซนซ์ที่ส่งเสียงหึ่งๆ คล้ายแมลง ชวนให้เราเสียสมาธิหรือคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้

ห้องสีเหลืองนี้ยังต่อกันไปเรื่อยๆ จากห้องหนึ่งไปสู่อีกห้องหนึ่ง ราวกับเขาวงกต กินอาณาเขตไปกว่า 9 ล้านกิโลเมตร เท่านั้นยังไม่พอ! ยังมีสัตว์ประหลาดคอยเฝ้าแต่ละเขตแดนของมันอีก

รู้จักกับ Level ต่างๆ ของ TheBackRoom

แต่ห้องเหลืองที่เรียงรายนั้นเป็นเพียง Level 0 ให้เราฝึกเท่านั้น! โลกของ The Back Room มีซ้อนทับกันกว่า 999 Level โดยแต่ละชั้นมีกฎเกณฑ์ ผู้ปกครองเมือง และอสุรกายที่แตกต่างกันออกไป
โดยการทะลุไปยังชั้นอื่นๆ นั้นอาจเกิดขึ้น ‘โดยบังเอิญ’ หรือ ‘ตามกติกา’ ที่กำหนดไว้ของชั้นนั้นๆ ก็เป็นได้ โดยแต่ละ Level จะไม่ต่อกันตามตัวเลข เราอาจข้ามจากชั้น 2 ไปเป็น 283 ก็ได้
พอจะเข้าใจคร่าวๆ แล้วเรามาดูกันดีกว่าว่า Level ต่างๆ มีลักษณะแบบไหนบ้าง

Advertisements

Level 1 อาณานิคมของผู้พเนจร

มนุษย์ที่หลุดเข้าไปในห้องเหลือง Level 0 นั้น หากรอดมาได้ ส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันใน Level 1 ที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากที่สุด

Level 6 ห้องแสงดับ

ในมิตินี้ทุกอย่างจะมืดสนิท ไม่มีแสงใดๆ สามารถมอบความสว่างได้ แม้แต่อุปกรณ์ที่พกติดตัวมาอย่างไฟฉายหรือไม้ขีดไฟ ว่ากันว่าผู้ที่เข้าไปใน Level นี้มักจะเกิดอาการหลอน เพราะเจอทั้งความมืด เสียงกระซิบและเสียงหายใจข้างหู

Level 11 เมืองไร้สิ้นสุด

Level 11 เป็นเมืองใหญ่ มีตึกรามบ้านช่องทันสมัย แต่บางครั้งตัวตึกเองก็ตั้งอยู่ในจุดที่ประหลาด และไม่สามารถเป็นไปได้ในชีวิตจริง เช่น ตึกระฟ้าที่งอกมาจากด้านข้างของอีกตึกหนึ่ง หลายคนบอกว่าเมืองนี้ไม่เป็นอันตราย แต่หลายคนก็มองว่าไม่เหมาะกับการตั้งอาณานิคม

Level 69 ถนนนิรันดร์

Level นี้มีลักษณะเป็นถนนสายยาวที่ไร้ที่สิ้นสุด รอบข้างถูกบดบังโดยหมอก หากใครที่วาร์ปเข้ามาในมิตินี้จะเข้ามาอยู่ในรถโดยอัตโนมัติ ซึ่งฟังดูเหมือนจะปลอดภัย แต่เมื่อใดที่เราออกจากรถ สัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ในชั้นนี้จะรอขย้ำเราเป็นชิ้นๆ

Advertisements

Level 171 โถงลวงตา

เป็นล็อบบี้โรงแรมในยุค 1930 ที่มีเสียงเพลงแจ๊สบรรเลงอยู่ไกลๆ เมื่อเสียงดนตรีค่อยๆ ยืดยาน ไฟที่ประดับอยู่ข้างโถงจะเผยตัวตนที่แท้จริงและกลืนกินผู้คน

Level 974 ห้องคิตตี้

เป็นห้องสีชมพูขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว และ Wifi พร้อมใช้ โดยมีข้อเสียเพียง 2 อย่างคือ 1) ไม่มีประตูออกสู่ภายนอก และ 2) มีสัตว์ประหลาด ‘คิตตี้’ ที่สูง 3 เมตร มีสองขาคล้ายมนุษย์ ขายาว แขนยาว ไม่มีมือเท้า แต่ไม่เป็นอันตรายต่อคน
และยังมี Level อื่นๆ อีกมากมาย ที่น่าสนใจคือสิ่งที่จะช่วยให้เราเอาตัวรอดในมิตินี้ โดยไม่เสียสติไปก่อน คือ “น้ำอัลมอนด์” ที่มีรสชาติหวานๆ คล้ายกับผสมวานิลลา หากไม่มีเครื่องดื่มนี้คอยช่วย เราอาจเสียสติและติดอยู่ในนั้นตลอดกาลเช่นเดียวกับหลายๆ คน!
คำถามที่ตามมา คือ โหดขนาดนี้ แล้วใครกันที่รอดออกมาเล่าเรื่องให้ฟัง!?!

ที่มาของทฤษฎีห้องลึกลับ The Back Room

แน่นอนว่าหากมิติเหล่านี้มีอยู่จริงๆ มีคนหลงเข้าไปและออกมาเล่าเรื่องเป็นฉากๆ แบบนี้ ก็อาจจะเป็นข่าวใหญ่ในทุกประเทศไปแล้ว
แต่ที่ยังไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทฤษฎี The Back Room นี้เป็นเพียง “เรื่องราวในจินตนาการ” ของคนกลุ่มหนึ่ง ที่ต่อยอดกันมาเรื่อยๆ จนคล้ายจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดนั่นเอง

โดยเรื่องเกิดขึ้นในเว็บบอร์ด ‘4Chan’ เว็บรวมเหตุการณ์ประหลาดๆ ภาพแปลกๆ หรือเรื่องราวเพี้ยนๆ (เช่น ทฤษฎีเรื่องฮิลลารี คลินตัน ค้ามนุษย์ผ่านร้านพิซซ่า) เหตุการณ์มีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งมาตั้งกระทู้ “ขอภาพแปลกๆ” และมีผู้ใช้งานอีกคนมาโพสต์ภาพห้องสีเหลืองเป็นครั้งแรก
จากนั้นก็มีผู้ใช้งานนิรนามอีกคน นำภาพนั้นไปใช้และอ้างเป็นเรื่องเป็นราวว่านั่นคือมิติลึกลับ!

จินตนาการอันกว้างไกลของชาวเน็ตไม่ได้หยุดตรงนั้น เพราะภาพและเรื่องราวถูกนำไปเล่าต่อในเว็บบอร์ดอื่นๆ มีคนมาร่วมแจม ช่วยแต่งเติม Level ต่างๆ ของ The Back Room จนมี Level มากมาย กลายมาเป็นชุมชนออนไลน์ใหญ่ๆ ชุมชนหนึ่งนั่นเอง
(เข้าชมเว็บไซต์รายละเอียดของ The Back Room ได้ที่ : http://backrooms-wiki.wikidot.com/)

TheBackRoom กลับมาดังอีกครั้งในปี 2022

ทฤษฎีนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกมและหนังถูกสร้าง แต่ The Back Room ก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งปี 2022 ที่มีคนอัปโหลดวิดีโอชื่อว่า “The Back Room Found Footage”
วิดีโอเล่าเรื่องราวของตากล้องมือสมัครเล่น ที่หลุดเข้าไปในอีกมิติเพราะบั๊ก NoClip และต้องเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ โดยเพิ่มความสมจริงโดยใส่ฟิลเตอร์ให้ดูเป็นเทปจากกล้องเก่าๆ
วิดีโอนี้มีผู้ชมไปกว่า 34 ล้านคน ถูกใจผู้ที่ชื่นชอบแนว Analog Horror อย่างมาก (ถ้าใครใจไม่แข็งพอ เราไม่แนะนำให้ไปเสิร์ชดู)

การเดินทางอันแสนไกลของภาพห้องเหลือง

คำถามสุดท้ายที่ค้างคาใจหลายๆ คน คือ ทำไม “ภาพห้องสีเหลือง” ธรรมดาๆ จึงทำให้เกิดจินตนาการและเรื่องเล่ามากมายตามมาขนาดนี้?
เพราะภาพนี้ทำให้เรารู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลกๆ เป็นสถานที่ที่ดูคุ้นเคย แต่ก็แปลกตา หรือที่เรียกกันว่า “Liminal Space” นั่นเอง เช่น ภาพห้างที่ควรเต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คน แต่กลับรกร้างว่างเปล่า
ปรากฏการณ์ Liminal Space นี่เองที่ปลุกแรงบันดาลใจในตัวผู้พบเห็น พากันเปลี่ยน “ความธรรมดา” ให้ “ชวนสยอง” ได้ จนกลายเป็น The Back Room ที่เรารู้จักในทุกวันนี้

ฟังเรื่องเล่าแบบเต็มๆ ได้ที่ : https://youtu.be/sy7PDA4FQkY

#MissionToPlutoPodcast
#TimeToPlayPodcast

Advertisements
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า