ENTERTAINMENTสัญญะที่ถูกซ่อนใน "Spiral" เกมลอกอำมหิต ภาคต่อแห่งจักรวาล SAW

สัญญะที่ถูกซ่อนใน “Spiral” เกมลอกอำมหิต ภาคต่อแห่งจักรวาล SAW

จาก “SAW เกม..ตัด..ต่อ..ตาย” แฟรนไชส์สุดโหดขวัญใจของใครหลายๆ คน สู่ภาพยนตร์เรื่องใหม่ในจักรวาลเดียวกัน “Spiral เกมลอกอำมหิต” ภาคนี้หนังยังคงความโหดและน่าตื่นเต้นไม่แพ้ภาคก่อนๆ แถมเพิ่มความเป็นหนังสืบสวนสอบสวนให้คนดูลุ้นไปด้วย ทำเอาผู้ชมขบคิดตลอดเรื่องว่า..

ใครกันที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก “หัวหมู” อันน่าสยดสยอง..
ใครกันที่คอยส่ง “กล่องระทึกขวัญ” บอกใบ้ว่าใครจะ “ตาย” เป็นรายต่อไป..
ใครกันคือ “ฆาตกร” อำมหิตที่ชวนเล่น “เกมที่ต้องแลกด้วยชีวิต” เช่นนี้!

นอกจากความโหดร้ายที่พาเอาคนดูเสียวไส้และความสนุกชวนลุ้นระทึกที่มอบให้ Spiral ยังชวนคิดถึงประเด็นที่ใหญ่กว่าและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ (Symbols) ที่แฝงไว้ด้วยความหมาย ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่อยากพลาด! ติดตามรับชม “Spiral เกมลอกอำมหิต” กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ 18 พฤศจิกายน 2564 ในโรงภาพยนตร์

Advertisements

และสำหรับใครที่ดูแล้ว สงสัย ใคร่รู้ เรามาดูกันดีกว่าว่าสัญญะที่น่าสนใจจากในเรื่องมีอะไรบ้าง!

** Spoiler Alert! : บทความต่อจากนี้เปิดเผยเนื้อหาในภาพยนตร์ **

Spiral

1. สัญลักษณ์ก้นหอย (Spiral)

สัญลักษณ์ก้นหอยเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์เก่าแก่ที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะบนเปลือกหอย ในพายุหมุน หรือในน้ำวน เราจะเห็นสัญลักษณ์นี้ในหลายๆ วัฒนธรรมทั่วโลก ว่ากันว่าสัญลักษณ์ก้นหอยนี้ เป็นสัญลักษณ์โบราณอันแรกในวัฒนธรรมเซลติก (Celtic) เสียด้วยซ้ำ

โดยทั่วไป ความหมายของสัญลักษณ์ก้นหอยคือการเติบโต วิวัฒนาการ และการเกิดใหม่ แต่ในบางบริบท สัญลักษณ์นี้มักมีความข้องเกี่ยวกับผู้หญิงหรือเทพที่เป็นผู้หญิง เพราะเส้นวงกลมที่หมุนไปเรื่อยๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุดนี้เอง เปรียบได้กับวงจรชีวิต การเจริญพันธุ์ และความอุดมสมบูรณ์

ส่วนใน “Spiral เกมลอกอำมหิต” สัญลักษณ์นี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีการปรากฏให้เห็นตลอดเรื่อง โดยเฉพาะในการทิ้งเบาะแสไว้ของฆาตกร จริงๆ แล้วสัญลักษณ์นี้ปรากฏใน SAW ภาคก่อนๆ มาแล้วบนใบหน้าของบิลลีหุ่นเชิด (Billy The Puppet) ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีนั่นเอง แต่นอกจากจะเป็นการอ้างอิงถึงภาคก่อนๆ แล้ว ในเรื่องนี้สัญลักษณ์ก้นหอยยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีที่สิ้นสุดของปัญหาในเรื่อง อย่าง “การใช้ความรุนแรงของตำรวจ” (Police Brutality) 

การใช้ความรุนแรงของตำรวจ คือ การที่ตำรวจใช้อำนาจ เครื่องแบบ และกระบอกปืนสร้างความชอบธรรมในการทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ผู้อื่นหรือเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ในหลายประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งไทยเองก็ต้องเจอกับปัญหาเช่นนี้ประจำ

ใน Spiral ตัวร้ายอย่างวิลเลียม (Max Minghella) บอกว่า “สัญลักษณ์ก้นหอยคือสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการ และการพัฒนา” เราอาจตีความได้ว่าก้นหอยในเรื่องนี้หมายถึงความไม่มีที่สิ้นสุด เพราะวิลเลียมมองว่าต่อให้เขาฆ่าตำรวจเลวๆ ไปสักคน ปัญหาก็ไม่ได้หายไปไหนเพราะ ‘ระบบ’ และ ‘อำนาจ’ ยังเอื้อให้เกิดตำรวจไร้ศีลธรรมแบบนี้ขึ้นมาใหม่เสมอ ปัญหาจะผุดขึ้นใหม่ซ้ำๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับสัญลักษณ์ก้นหอย

หรือหากเรามองในอีกมุม อาจตีความได้ว่าก้นหอยหมายถึงการปฏิรูป เพราะในตอนท้ายวิลเลียมได้ชวนซีค (Chris Rock) พระเอกของเรื่อง มาร่วมอุดมการณ์กำจัดตำรวจเลวๆ ให้สิ้นซาก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าบางทีเขาอาจต้องการปฏิรูป (Reform) ด้วยวิธีการอะไรสักอย่างให้ปัญหานี้หมดไปเลยก็ได้ ผู้ชมอย่างเราคงต้องรอดูกันในภาคต่อไปอีกทีว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

Spiral

2. หมู (Pig)

ตั้งแต่ฆาตกรที่ใส่หน้ากากหัวหมู ไปจนถึงการทิ้งซากศพหมูไว้ขู่ขวัญตัวเอก ทำเอาหลายคนต้องสงสัยว่าสัตว์ตัวนี้มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้กันแน่นะ!

แต่สำหรับคนที่เคยดูหนังต่างประเทศบ่อยๆ คงรู้กันแล้วว่า “Pig” (หมู) คือคำดูถูกที่มักใช้กับตำรวจนั่นเอง แต่ว่าคำคำนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรทำไมถึงใช้คำนี้กับตำรวจ? เรามาย้อนดูกันหน่อยดีกว่า

Advertisements

จริงๆ คำว่า “Pig” มีการใช้กันมาอย่างยาวนานในประเทศอังกฤษตั้งแต่สมัยก่อน เพื่อดูถูกใครก็ได้ที่เราไม่ชอบ (ส่วนใหญ่มักจะใช้กับผู้ชาย) ไม่ได้จำกัดแค่ตำรวจเท่านั้น

ในลอนดอนเมื่อปี 1874  มีพจนานุกรมศัพท์สแลงเล่มหนึ่งระบุนิยามของคำว่า “Pig” ไว้ว่า ‘ตำรวจหรือคนที่ให้เบาะแสตำรวจ’ แม้จะไม่มีการระบุชัดเจนว่าทำไมต้องหมู แต่ก็มีการสันนิษฐานกันว่า เพราะเวลาที่ตำรวจสืบสวนตามหาเบาะแสนั้น เหมือนกับหมูที่ดมหาอาหารด้วยจมูกหมูเลย อย่างไรก็ตาม บ้างก็มองว่าเป็นเพราะหมูเป็นสัตว์สกปรก ทานแม้แต่สิ่งปฏิกูลของตัวมันเอง (ซึ่งเหตุผลนี้คล้ายกับการที่บางศาสนาห้ามรับประทานเนื้อหมูเพราะความสกปรก)

การใช้คำว่า “Pig” เพื่อดูถูกตำรวจเริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในยุค 1960 หรือช่วงสงครามเวียดนาม ในช่วงนั้นมีการประท้วงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย แต่เหตุการณ์ที่ทำให้คำคำนี้เป็นที่รู้จักกันคือเหตุการณ์ประท้วงในเมืองชิคาโก โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “Yippies” ซึ่งพวกเขาตะโกนด่าตำรวจว่า Pig ตอนที่ถูกสลายการชุมนุม และหนังสือพิมพ์เจ้าหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีการพาดหัวข่าวว่า “ตำรวจถูกเรียกว่าหมู” (Police Called Pigs) นับตั้งแต่นั้นมาคำดูถูกตำรวจนี้จึงเป็นที่รู้จักไปทั่ว

ดังนั้นการเลือกใช้หมูเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นบ่อยๆ ในเรื่องเล่าถึงการแก้แค้นตำรวจนั่นเอง 

Spiral

3. เลข 8

สงสัยไหมว่าทำไม “มาตรา 8” หรือ “Article 8” ที่พูดถึงบ่อยๆ ในหนังนั้นมาจากไหน และจากตัวเลขทั้งหมดมากมายหลายร้อยเลข ทำไมต้องเลข 8 กันนะ

แม้ในหนังจะไม่อธิบายว่ามาตรา 8 นี้มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง แต่เราก็พอจะเดาจากบริบทได้คร่าวๆ ว่ามาตรานี้เพิ่ม ‘อำนาจ’ และความชอบธรรมในการใช้ ‘ความรุนแรง’ ให้แก่ตำรวจ จริงอยู่ที่มาตรานี้จะทำให้อาชญากรรมลดลงอย่างมาก แต่ก็ทำให้ตำรวจหลายคนชั่วช้ายิ่งกว่าเดิม จนเกิดเหตุการณ์อย่างในหนัง

ส่วนสาเหตุที่หนังเลือกเลข 8 นั้นอาจเป็นเพราะความหมายของเลข เรารู้กันดีว่าเลข 8 มักถูกตีความในแง่ของความเป็นนิรันดร์หรือตลอดไป (Infinity) แต่ในขณะเดียวกันตัวเลขนี้ก็สื่อถึงความไม่มีที่สิ้นสุดและไร้ขอบเขตอีกด้วย อาจเป็นไปได้ว่าหนังต้องการสื่อถึงอำนาจที่มากเกินไปของตำรวจ

หมายเหตุ* มาตรา 8 นี้เป็นเพียงกฎหมายในจักรวาลของ SAW เท่านั้น

Spiral

4. ตุ๊กตาหุ่นเชิด (Puppet)

หนังเรื่องนี้ยังมีการใช้หุ่นเชิดเพื่อคงความเป็นจักรวาล SAW เช่นเดียวกับภาคก่อนๆ ที่มีการใช้หุ่นเชิดอย่าง Billy the Puppet แต่เพื่อคงธีมในการสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับตำรวจ หุ่นเชิดในภาคนี้จึงกลายเป็นตุ๊กตาหมูนั่นเอง

ในด้านความหมาย หุ่นเชิดมักถูกใช้ในแง่ของการถูกควบคุม ชักโยงอยู่เบื้องหลัง ในตอนท้ายของเรื่องเราจะเห็นว่า มาร์คัส (Samuel L. Jackson) ถูกตรึงแขนขาและควบคุมราวกับเป็นหุ่นเชิด เพื่อเอาคืนการที่เขาเป็นคนอยู่เบื้องหลังมาตรา 8 และความรุนแรงในตำรวจที่เกิดขึ้นในเรื่องนั่นเอง

อ้างอิงจาก:
https://bit.ly/3qKyEly
https://bit.ly/3wVqtUB
https://bit.ly/3CqqpNx
https://bit.ly/32cNc3c

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#spiral

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Tanyaporn Thasak
ผู้โดยสารคนหนึ่งบนยาน Mission To The Moon ที่หลงใหลในวรรณกรรม ภาพยนตร์ บทกวี การอ่าน การเขียน และการนอน