ENTERTAINMENT5 บทเรียนที่โรงเรียนไม่สอน Sex Education Season 3

5 บทเรียนที่โรงเรียนไม่สอน Sex Education Season 3

**มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Sex Education ทั้ง 3 Season**
.
.
.

Sex Education ซีรีส์วัยว้าวุ่นที่มีแกนหลักเป็นเรื่อง “เพศศึกษา” ที่จะพาทุกคนไปเปิดอกและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศและเซ็กซ์ให้มากขึ้น ตอนนี้เดินทางมาถึงซีซันที่ 3 แล้ว 

หลังดูจบเรามาดูกันว่ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจในซีซันที่ 3 นี้กับบ้าง และใครคิดเห็นอย่างไร อยากพูดคุยเรื่องประเด็นไหน สามารถมาคอมเมนต์พูดคุยกันที่ด้านล่างได้เลย

1. Sex ควรเป็นเรื่องของความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว

นี่คงเป็นหัวข้อและเป็นธีมหลักของเรื่อง Sex Education ทั้ง 3 Season เกี่ยวกับการให้ความรู้และความถูกต้องในเรื่องของ ‘เซ็กซ์’ ของเหล่าวัยว้าวุ่น ในโลกของ Sex Education ทำให้เห็นว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วในการนำเสนอความรู้เรื่องเซ็กซ์

เห็นได้ชัดจากในซีซัน 3 ที่เราได้เห็นว่าผู้อำนวยการคนใหม่ของโรงเรียน Moordale ที่มองว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ในโรงเรียนนั้นยากเกินกว่าจะควบคุม เธอจึงเสนอให้เปลี่ยนหลักสูตรในชั่วโมงเพศศึกษาใหม่ กลายเป็นหลักสูตรที่เน้นสร้างความกลัวเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์

แทนที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจและป้องกันอย่างถูกต้อง กลับกลายเป็นว่านักเรียนหญิงโรงเรียน Moordale ต้องมานั่งฟังประสบการณ์ท้องก่อนวัยอันควร และดูคลิปคลอดลูกที่สุดแสนจะทรมาน สร้างความกลัวเพื่อให้พวกเธอไม่กล้ามีเซ็กซ์ 

“คุณอาจจะทำให้เซ็กซ์เป็นเรื่องน่ากลัว แต่ไม่เห็นต้องกลัว มันอาจเป็นเรื่องสนุก สวยงาม และสอนให้รู้จักร่างกายของเรา คุณควรจะสอนการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ห้ามใจ เพราะวิธีนั้นใช้ไม่ได้” -เมฟ ไวลี่ย์

2. ปัญหาบางอย่างแก้ได้ หากเราเปิดใจมากพอ

ขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหา คือการยอมรับว่ามีปัญหานั้นอยู่จริง ซีซันนี้ หลายตัวละครมีเรื่องชวนหน้าปวดหัวเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือการยกปัญหาเหล่านั้นขึ้นมาพูดคุย 

ในซีซันนี้ เราจะได้เห็นตัวละครเปิดใจ พูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ ของพวกเธอไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องรักวุ่นๆ ของ โอทิส มิลเบิร์น หรือปัญหาหัวใจที่แปรเปลี่ยนไปของ เอริค ปัญหาเหล่านี้ได้รับการพูดคุยอย่างเปิดใจ และแก้ไข ซึ่งบางครั้งมันอาจจะต้องใช้ความกล้าสักหน่อยในการเผชิญหน้ากับปัญหา

ตัวอย่างที่เราเห็นชัดที่สุดอย่างอดีตครูใหญ่กรอฟฟ์ ที่ปัจจุบันตกงานและไปอาศัยอยู่บ้านพี่ชาย ซึ่งความอีโก้สูงแตะเพดานของตัวละคร จะเห็นว่าตัวละครตัวนี้ไม่ยอมเสียหน้า โกหกทั้งพี่ชายและอดีตเพื่อนร่วมงานของตัวเองว่าได้งานทำแล้ว และไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากใคร จนสุดท้ายตัวละครนี้ก็ยอมรับในความล้มเหลวของตัวเอง วางอีโก้ลง และเดินหน้าแก้ไขมันต่อไป พร้อมกับไปพูดเปิดใจและขออาศัยอยู่กับครูโคลิน อดีตเพื่อนร่วมงานของเขา

แน่นอนว่าไม่ใช้ทุกครั้งที่เราเปิดใจและปรึกษาใครสักคน ปัญหาเหล่านั้นจะถูกคลี่คลายลง แต่การได้เปิดใจและพูดคุยกับใครสักคน อย่างน้อยความหนักอึ้งของปัญหานั้นอาจจะมีเศษเสี้ยวหนึ่งของปัญหาที่ถูกหยิบยกออกไป หรือไม่ เราก็อาจจะได้เห็นมุมมองการแก้ไขปัญหาที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

3.เพื่อนแท้อยู่กับเราเสมอ

แน่นอนว่าเรื่องหนึ่งที่เราประทับใจมากที่สุดของ Sex Education คือความเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งฉากนั่งรถเมล์ในซีซันที่ 2 ยังประทับใจใครหลายๆ คนมาจนถึงวันนี้

ในซีซันนี้เองเราจะได้เห็นว่า ตัวละครทุกคนมีเพื่อน และเพื่อนทุกคนก็พร้อมจะรับฟังยกโทษให้กันเสมอ เราจะเห็นได้ชัดจากตัวละครอย่าง รูบี้ แมตธิวส์ สาวสวยไฮแฟชั่นสุดไฮโซหยิ่งยโส ที่ไม่พาเพื่อนคนไหนมาที่บ้านเลยสักครั้ง เพราะบ้านขอเธอเป็นบ้านธรรมดา คุณแม่ทำงานหนัก และมีคุณพ่อเป็นผู้ป่วยติดเตียงต้องดูแล ซึ่งขัดกับลุคและการแสดงออกของเธอที่โรงเรียนเป็นอย่างมาก

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อ รูบี้ มีปัญหาหนักใจ เพื่อนเธอก็พร้อมที่จะไปอยู่เขียงข้างเธอเสมอ โดยไม่สนเรื่องความเป็นอยู่หรือฐานะของเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังคอยปกป้องเธอไม่ให้เจ็บกับแผลเดิมๆ ที่พ่อหนุ่ม โอทิส ของเราทิ้งไว้ด้วย

4.จงภูมิใจที่ได้เป็นตัวเอง

เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนต่างกัน ตั้งแต่ซีซัน 1 สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนมากๆ เลยก็คือการที่ทุกตัวละคร ภูมิใจกับสิ่งที่พวกเขาเป็น การยอมรับว่าตัวเองมีรสนิยมทางเพศแบบไหน หรือมีความชอบส่วนตัวเป็นอย่างไร ทุกคนก็พร้อมยอมรับและเคารพในจุดนี้ 

เราจึงได้เห็นว่าทุกคนในโรงเรียน Moordale ได้แสดงออกถึงความและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องรสนิยมทางเพศที่ทุกคนมองเป็นเรื่องปกติ หรือเรื่องการแต่งตัว เช่น ลุคอายแชโดว์สุดแซ่บของเอริค ชุดแมงดาไฟของอันวาร์ หรือว่าความชอบเอเลี่ยนและเรื่องลึกลับของลิลลี่ที่ส่งผลต่อลุคการแต่งกายและรสนิยมทางเพศของเธอ 

สิ่งที่เราเห็นคือถึงแม้ความชอบของพวกเขาจะดูประหลาดไปบ้างสำหรับคนทั่วไป แต่สิ่งที่พวกเขาทำคือการ “เคารพ” สิทธิและความชอบของกันและกัน 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเรื่องการแต่งการของ โอทิส ที่เขารู้สึกอึดอัดมากที่ต้องแต่งตัวไฮแฟชั่นตามแบบ รูบี้ เพราะเขารู้สึกไม่เป็นตัวเองและไม่ปกติ การได้เปิดอกพูดคุย ทำให้ รูบี้ เองเคารพในความเป็นตัวเองของโอทิส

จะเห็นได้เลยว่า Sex Education พยายามผลักดันเรื่องความภูมิใจที่ได้เป็นตัวเองมาก และตัวละครทุกตัวในเรื่องก็ดูมีความสุขและมีชีวิตชีวาเมื่อพวกเขาได้เป็นตัวเอง และไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น

5. Growth is a Group Project การเติบโตเป็นเรื่องของงานกลุ่ม

ข้อสุดท้ายนี้คือการมัดรวมทุกอย่างจากข้อก่อนหน้านี้ กับแท็กไลน์ของซีซันที่ 3 นี้ อย่าง “Growth is a Group Project” หรือแปลง่ายๆ ว่า การเติบโตเป็นเป็นเรื่องของงานกลุ่ม เราจะเห็นได้ชัดจากซีซันนี้ที่ทุกตัวละครมีที่ให้พึ่งพิง คอยสนับสนุนกันและกัน ให้กำลังหรือแม้แต่ตักเตือน 

หรือบางตัวละครเข้ามาเติมเต็มชิ้นส่วนที่ขาดหายไปอีกของตัวละครหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องของเพื่อนที่เติบโตไปด้วยกัน บางครั้งมันก็เป็นเรื่องของครอบครัวด้วยเช่นกันที่ต้องเติบโตไปพร้อมกัน ในเรื่องเราจะเห็นว่าครอบครัวแต่ละตัวละครให้เกียรติ

ในซีซันนี้คือการร่วมกันช่วยกอบกู้เศษซากต่างๆ ที่พังไม่เป็นท่าจากซีซันก่อน เข้ามาซ่อมแซมส่วนที่กำลังพังทลาย เพราะเราได้เรียนรู้แล้วว่า “ความสัมพันธ์มันช่างเปราะบางขนาดไหน “

อดัม กรอฟฟ์ คือตัวละครที่เราเห็นว่ามีการเติบโตมากที่สุดคนหนึ่งของเรื่อง จากหัวโจกอันธพาลที่คอยแกล้งคนอื่น เรียนไม่เก่ง สู่การเป็นคนที่อยากเติบโตและดีขึ้น เราจะเห็น อดัม ไปขอให้คุณครูเอมิลี่ ช่วยสอนพิเศษให้ เพื่อให้เขาเรียนดีขึ้น หรือการที่อดัมฝึกสุนัขลงแข่งขันแถมยังอกหักจากเอริค ก็มีคุณแม่และครูเอมิลี่ตามไปให้กำลังใจติดขอบสนาม จากตอนแรกที่เขาไม่ชวนใครเลยนอกจากเอริค เพราะคิดว่าคนอื่นคงไม่สนใจเขา แต่เขาคิดผิดและคุณแม่กับครูเอมิลี่ก็แสดงให้อดัมเห็นว่า ยังมีคนที่คอยเคียงข้างเขาเสมอ

หากย้อนกลับไปจากประโยคข้างบนที่ว่า “Growth is a Group Project” การที่ใครสักคนจะเติบโตขึ้นได้ บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับ “คนรอบตัว” ที่คอยเติบโตไปพร้อมกัน ช่วยเหลือกัน เติมเต็มซึ่งกันและกัน 

และทำให้ซีซันนี้ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ที่หลายตัวละครได้เติบโตไปในทางที่พวกเขาอยากจะเป็น

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#society

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/entertainment/

 

POPULAR

Thongtong Mahavichit
Don't try this at home