ENTERTAINMENT“ไม่มีอะไรหวานอร่อยไปกว่าเนื้อสามีของฉันแล้ว” - Omaima Nelson: คำสารภาพสุดหลอน จากฆาตกรกินคน

“ไม่มีอะไรหวานอร่อยไปกว่าเนื้อสามีของฉันแล้ว” – Omaima Nelson: คำสารภาพสุดหลอน จากฆาตกรกินคน


*สามารถเปิดฟังโดยปิดหน้าจอมือถือได้ 

คำเตือน! เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรงและอาจชวนสะอิดสะเอียน

รักแรกพบเพียงสบตา ไม่กี่ปีต่อมา ภรรยากลายเป็นฆาตกร
ซึ่งวลีที่บอกว่า “ความรักนั้นกินไม่ได้” อาจใช้ไม่ได้ในครั้งนี้…

เรื่องราวนี้เริ่มต้นจาก Omaima Nelson หญิงสาวชาวอียิปต์วัย 22 ปี ที่พบรักกับ William Nelson (Bill) หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันวัย 56 ปี โดยทั้งคู่ปิ๊งรักหลังสบตา และตกลงปลงใจ ย้ายตามไปอยู่ด้วยกันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน

ไม่กี่วันถัดมา ด้วยความ “คลิก” และ “คลั่งรัก” ทำให้หนุ่ม Bill ตัดสินใจขอ Omaima แต่งงาน!
ซึ่งเธอก็ตอบตกลงอย่างไม่รีรอ

ปูมหลังชีวิตของ Bill เรียกได้ว่า “เกือบจะสมบูรณ์” แม้อายุจะก้าวสู่วัยกลางคน แต่เขาก็ยังคงดูดี มีฐานะมั่นคง และตามหาหญิงสาวที่จะมาเคียงข้าง

ในขณะที่ชีวิตของ Omaima ไม่ได้สวยงาม เธอเกิดในบ้านที่ยากจน ถูกทำร้ายและล่วงละเมิดทางเพศจากคนเป็น “พ่อ” และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เธอต้องถูก “ขลิบอวัยวะเพศหญิง” ตั้งแต่เด็ก ซึ่งส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

เมื่อฐานะไม่ดี และถูกกระทำย่ำยีมาตลอด ทำให้ในวันหนึ่ง Omaima และคุณแม่ ได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาอยู่ในสลัมเมืองไคโร ดินแดนที่ได้ชื่อว่า “เมืองแห่งความตาย”

จน Omaima อายุได้ 18 ปี เธอก็พบกับชาวอเมริกันคนหนึ่งและมีความสัมพันธ์กัน หลังจากนั้นจึงได้ย้ายไปอยู่ที่อเมริกา

หลังจากย้ายมาอเมริกาได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็เลิกรากัน Omaima ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอีกครั้ง พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ไม่รู้จักใคร ไร้ที่พึ่งพา แต่เธอก็เห็นโอกาสจากรูปลักษณ์ที่ดูดีของตัวเอง เอาตัวรอดด้วยการรับงานถ่ายแบบบ้าง ลักขโมยบ้าง และ “คบแฟนหนุ่มหลายคน” เพื่อหาคนเลี้ยง วนไปเรื่อยๆ

แต่การเลิกรากันแต่ละครั้ง ไม่มีครั้งไหนที่เลิกกันแบบธรรมดา มีข้อมูลว่าหนึ่งในแฟนเก่า เล่าว่าเขาเคยถูกจับมัดเก้าอี้ เอาปืนจี้ชิงทรัพย์ แล้วเธอก็หนีหายไป

เช้าวันหนึ่ง Omaima ได้เดินทางมาหา Jose Esquivel (อดีตคู่เดต) ถึงหน้าบ้าน ด้วยสภาพเปื้อนเลือด บนมือมีบาดแผล และใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา เธอเล่าว่าได้พลั้งมือฆ่าสามีเพื่อป้องกันตัว

โดยเธอได้ทำการจัดการศพของเขาแล้ว แต่เธอทำคนเดียวไม่ไหว ต้องให้ Jose มาช่วย แลกกับเงิน 75,000 USD กับรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน

เมื่อ Jose ได้ยินข้อเสนอ ก็ทำทีเป็นตกลง แต่เมื่อ Omaima ได้จากไปแล้ว เขาจึงรีบโทรแจ้งตำรวจอย่างรวดเร็ว จนไม่นานก็ตามตัวเจอ พร้อมหลักฐานเป็นชิ้นส่วนศพมนุษย์มากมายในถังขยะ ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นศพของคนที่ถูก Bill ฆ่า เธอเพียงถูกใช้มาช่วยกำจัดศพเท่านั้น

เมื่อตรวจสอบในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องช็อกเพราะสภาพบ้านนั้นเละเทะราวกับเกิดสงคราม ในห้องน้ำพบหนังที่ถูกถลกไว้ นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์ผสมอยู่ในไก่งวง และน้ำซอส แถมยังมีศีรษะไหม้เกรียม เหมือนถูกนำไปย่าง แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น

เมื่อนำตัวไปสอบสวน Omaima ให้การวกไปวนมา บางครั้งเธอก็ทำเหมือน Bill ยังมีชีวิตอยู่ บางครั้งก็อ้างว่าได้ยินปีศาจกระซิบว่าสามีเธอเสียชีวิตไปแล้ว และจากคำให้การที่กล่าวว่าถูกทำร้ายร่างกาย ก็ขัดกับหลักฐานทางนิติเวชที่ออกมายืนยัน

ขณะอยู่ในศาล ได้มีประโยคหนึ่ง ที่ทำเอาคนทั้งศาลต้องช็อก โดยเธอกล่าวว่า

“ฉันได้ปรุงซี่โครงของบิลในซอสบาร์บีคิวและกินมันเข้าไป ก่อนที่จะร้องอุทานออกมาว่า มันหวานมาก มันไม่มีอะไรหวานอร่อยไปกว่าเนื้อสามีของฉันอีกแล้ว!!!”

แต่เรื่องที่เธออ้างว่ากินเนื้อสามีเข้าไป ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะนักจิตวิทยาเห็นว่าสิ่งที่เธอพูดอาจไม่เป็นความจริง น่าจะเกิดจากอาการจิตหลอนทำให้จินตนาการไปเอง

ในเดือนธันวาคมปี 1992 Omaima ได้รับการพิจารณาคดีในข้อหาฆาตกรรมสามี ด้วยเจตนา “ปล้นทรัพย์” โดยหลอกล่อด้วยกิจกรรมทางเพศ ซึ่งเธอเองยังให้การปฏิเสธตลอดมา และยังคงยืนยันว่าถูกสามี ล่วงละเมิดทางเพศ และทำร้ายมาตลอด ซึ่งทุกอย่างเธอทำไปเพราะ “ป้องกันตัว”

ปัจจุบัน Omaima ยังคงถูกจำคุกและจะได้โอกาสยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 3 ในปี 2026 โดยอายุได้ 58 ปี

Advertisements

รับฟัง Egyptian Man-Eater ใครบอกว่ารักกินไม่ได้ ฉบับเต็มได้ที่ 👇

#filenotfoundpodcast
#plutomysteryclub
#missiontoplutopodcast

Advertisements

LASTEST ARTICLES

LASTEST PODCAST

Thongtong Mahavichit
Don't try this at home

POPULAR ARTICLES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า