ENTERTAINMENTH.P. Lovecraft ”อิธากวา” (Ithaqua) เทพแห่งการบูชายัญและลมหนาว

H.P. Lovecraft ”อิธากวา” (Ithaqua) เทพแห่งการบูชายัญและลมหนาว

H.P. Lovecraft ”อิธากวา” (Ithaqua) เทพแห่งการบูชายัญและลมหนาว *สามารถเปิดฟังบนหน้าจอมือถือได้*

อิธากวา (Ithaqua) อสุรกายตัวใหญ่ยักษ์ที่ผสมระหว่างเยติกับเวนดิโก ที่อาศัยอยู่ในเขตหนาวเย็น สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แถมยังดุร้ายและคอยรับเครื่องบูชายัญจากเหล่าสาวก จนเป็นที่มาของชื่อ เทพแห่งการบูชายัญและลมหนาว

ปรากฏในเรื่องสั้นชื่อ The Thing That Walked on the Wind (บางสิ่งที่เหาะเหินเหนือลม) ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Strange Tales ปี 1933 เป็นผลงานของนักเขียนชื่อ August Derleth ชายที่มีบทบาทสำคัญกับผลงานของ H.P. Lovecraft เป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ที่สร้างสำนักพิมพ์ที่นำเรื่องของ H.P. Lovecraft และเหล่าผองเพื่อนมารวบรวมไว้ แต่ภายหลังเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “จักรวาลของ Lovecraft” ขึ้น

The Thing That Walked on the Wind (บางสิ่งที่เหาะเหินเหนือลม)
August Derleth, Strange Tales, Jan 1933

ค่ำคืนหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1930 ณ เมืองเล็กๆ อันโดดเดี่ยวกลางป่าเขาในแคนาดาที่เรียกว่า Stillwater คนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองทั้งหมดได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาทั้งหมดได้หายตัวไปหลังจากที่พายุหิมะเคลื่อนผ่าน จนเวลาลวงมานานกว่า 1 ปี

กระทั่งเดือนมีนาคม วันที่ 7 ตำรวจลาดตระเวนบนหลังม้ารายหนึ่งนามว่า โรเบิร์ต นอร์ริส (Robert Norris) ได้หายตัวไปอย่างลึกลับด้วยอีกคน จนกระทั่งในอีกหลายเดือนต่อมาในวันที่ 17 ตุลาคม มีผู้ที่พบร่างไร้วิญญาณของเขานอนจมอยู่ลึกลงไปข้างใต้กองหิมะห่างจากค่ายนาวิซซา (Navissa Camp) ประมาณสี่ไมล์

เขาได้ทิ้งรายงานเอาไว้ฉบับหนึ่งให้กับจอห์น ดัลเฮาซี่ (John Dalhousei) ที่เป็นหัวหน้าของเขา รายงานที่ถูกเขียนขึ้นโดยนอร์ริสฉบับนี้คือ เบาะแสสำคัญที่ช่วยไขปริศนาให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชาวเมือง Stillwater และตัวเขา

ในช่วงหัวค่ำ นอร์ริสเพิ่งจะเดินทางมาถึงค่ายนาวิซซา ขณะที่เขากำลังยืนรับลมอยู่ที่ด้านนอก จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงลมหนาวยะเยือกที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ เขาพบว่าแสงดาวบนฟ้าได้ดับวูบลงเหมือนกับคืนเดือนดับ ทันใดนั้นเองก็มีร่างที่ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าสามร่าง สองร่างค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาเหมือนกับขนนก ในขณะที่อีกร่างหนึ่งนั้นได้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง

มีสองร่างที่รอดชีวิตนั้นเป็นชาย ในขณะที่อีกร่างหนึ่งที่เสียชีวิตนั้นเป็นหญิง ด้วยความช่วยเหลือของคุณหมอยามิสัน (Dr. Jamison) พวกเขาสามารถที่จะนำผู้ที่รอดกลับสู่ที่พักเพื่อรับรักษา และได้ติดต่อกับหมอชันสูตรเพื่อที่จะค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความตายของหญิงสาวในทันที

จากเอกสารที่พบบนตัวของชายที่รอดชีวิตทั้งสอง นอร์ริสพบข้อเท็จจริงที่ว่าชายทั้งสองคนก็คือ อัลลิสัน เวนท์เวิร์ธ (Allison Wentworth) และเจมส์ แม็คโดนัลด์ (James Macdonald) ชายสองคนที่เคยได้เดินทางไปยัง Stillwater ในคืนปริศนาและได้หายสาบสูญไปพร้อมกับพวกชาวเมือง ส่วนหญิงสาวผู้เสียชีวิตก็คือ ไอรีน (Irene Masitte) ลูกสาวของเจ้าของโรงเตี๊ยมในเมือง Stillwater ที่เคยได้หายสาบสูญไปเช่นกัน

เวนท์เวิร์ธก็คือผู้ที่ได้สติคืนมาก่อนแม็คโดนัลด์ แต่เขาก็ยังคงไม่อาจที่จะพูดจาสื่อสารได้ไม่ดีนัก และบ่นพึมพำในสิ่งที่ยากจะฟังได้ศัพท์ “ยมทูตเดินดิน… เทพแห่งสายลม… การบูชายัญ… ไอรีนผู้ถูกเลือก… แบล็กวูดเคยเขียนเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้… ดิโอลด์วัน… ธาตุทั้งสี่…”

คุณหมอได้เล่าให้กับนอร์ริสได้ฟังเกี่ยวกับธาตุโบราณทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม และไฟ รวมไปถึงเรื่องเล่าประหลาดเกี่ยวกับชาวเมือง Stillwater ที่ได้นับถือเทพโบราณที่เป็นธาตุลม พิธีบูชายัญของชาวเมือง รวมไปถึงอสุรกายร่างใหญ่อันลี้ลับที่เคยได้ปรากฏตัวขึ้นให้ได้พบในละแวกนั้น

จังหวะนี้เองที่เวนท์เวิร์ธได้คืนสติขึ้นมาเป็นระยะสั้นๆ เวนท์เวิร์ธได้เอ่ยถามเกี่ยวกับแม็คโนนัลด์ที่เป็นสหาย นอกจากนี้ยังได้เตือนนอร์นิสเกี่ยวกับบางสิ่งที่จะหวนคืนกลับมาล่าตัวเขาก่อนที่จะกลับไปสู่สภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นอีกครั้ง คุณหมอยามิสันเชื่อว่าชายผู้รอดชีวิตทั้งสองกำลังจะตาย คุณหมอเชื่อว่าในช่วงเวลาเกือบปีที่พวกเขาได้หายตัวไป ชายทั้งสองได้ถูกนำพาเหาะเหินไปทั่ว

แต่ก่อนที่ชายทั้งสองจะสิ้นใจ นอร์ริสก็ได้มีโอกาสที่จะไถ่ถามเวนท์เวิร์ธเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นยังเมือง Stillwater เมื่อหนึ่งปีก่อน เขาพอที่จะเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดได้ว่า…

ชายทั้งสองได้เดินทางไปถึง Stillwater ในคืนที่มีพายุหิมะและได้เข้าพักในโรงเตี๊ยม ที่นี่เองที่ทั้งสองได้พบกับไอรีนที่ได้ร้องขอให้พวกเขาช่วยพาเธอหนีออกไปจากเมือง ไอรีนเล่าว่า Stillwater ได้นับถือเทพโบราณที่เรียกว่า “อิธากวา (Ithaqua)” และในค่ำคืนนี้ ชาวเมืองจะบูชายัญเธอต่อเทพองค์นั้น แต่เธอไม่ต้องการที่จะตาย ไอรีนจึงได้เอ่ยขอกับชายทั้งสองเช่นนั้น

ชายทั้งสองตกลงที่จะช่วยไอรีนหนี แต่แน่นอนว่าทั้งสามไม่อาจที่จะหนีพ้นไปจากอิธากวา และเทพแห่งลมก็ได้แสดงความพิโรธด้วยการเข่นฆ่าและกลืนกินสาวกของมันทั้งหมดเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ ต่อจากนั้นสายลมก็ได้พัดพาชายทั้งสองไปทั่วทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นนครรุลิเยห์ที่มีคธูลูหลับใหล ดินแดนของพวก Tcho-Tcho ในพม่า และสถานที่อันลี้ลับมากมายที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะไปถึง

ในช่วงท้ายของรายงานนี้เองที่นอร์ริสเพิ่งจะระลึกขึ้นได้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เห็นในคืนที่ชายทั้งสองและไอรีนได้ร่วงหล่นจากฟ้า แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นเมฆที่เคลื่อนคลุมแสงดาวก็คืออิธากวา เขาจดจำได้ว่ามีสิ่งที่แวววาวเหมือนกับดวงดาวสองดวงบนท้องฟ้า นั่นคงจะเป็นดวงตาของมันที่กำลังจับจ้องลงมาที่เขา

ในส่วนสุดท้ายของรายงาน นอร์ริสได้บันทึกเกี่ยวกับประสบการณ์สยองที่เขาได้เผชิญ เขาเล่าว่าในวันที่ 5 มีนาคม มีบางสิ่งที่ได้ติดตามเขาไปทั่วและได้เฝ้ามองเขาอยู่จากบนฟ้า เพราะรายงานส่วนนี้เองที่ทำให้นอร์ริสถูกวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าเขาได้เสียสติไปเสียแล้ว นอร์ริสได้หายตัวไปหลังจากที่ได้เขียนรายงานส่วนสุดท้ายนั้น

จอห์น ดูฮาวซีให้ความเห็นว่านอร์ริสอาจจะไม่ได้เสียสติเหมือนที่ถูกวินิจฉัยและเรื่องราวทั้งหลายที่ถูกบันทึกในรายงานเป็นความจริง เพราะเมื่อตอนที่เขาได้พบวัตถุโบราณอันแปลกประหลาดและล้ำค่ามากมายภายในกระเป๋าของนอร์ริสผู้ล่วงลับ เขาเชื่อว่านอร์ริสคงจะเคยได้แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนยังสถานที่อันแปลกประหลาดมาแล้วจริงๆ

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดของ The Thing That Walked on the Wind ที่งานเขียนจัดอยู่ในช่วงเดียวกันกับ H.P. Lovecraft ที่ในขณะนั้น นิยายเรื่องสั้นสยองขวัญ กำลังเป็นที่นิยมให้หมู่นักอ่าน

ไม่เพียงเท่านี้หากใครอยากฟังที่มาที่ไหน หรืออยากรู้จัก อิธากวา (Ithaqua) ให้มากขึ้น ได้ที่: H.P. Lovecraft ”อิธากวา” เทพแห่งการบูชายัญและลมหนาว | Time to Play EP.82

Advertisements

#MissionToPlutoPodcast
#TimeToPlayPodcast
#HPLovecraft

Advertisements
Thongtong Mahavichit
Don't try this at home

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า