ENTERTAINMENT ‘ความเครียดจากการกักตัว’ ผลกระทบที่น่ากลัวไม่แพ้การแพร่ระบาดของไวรัส

‘ความเครียดจากการกักตัว’ ผลกระทบที่น่ากลัวไม่แพ้การแพร่ระบาดของไวรัส

ช่วงนี้ทุกคนเป็นไงกันบ้างครับ เครียดไหม? ผลกระทบจากการระบาดครั้งนี้มันหนักหนาจริงๆ มีแต่เรื่องชวนหดหู่ ทั้งจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต อุปสรรคในอาชีพการงานของเพื่อนๆ หลายคน แต่นอกจากนี้ ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องคงเป็นสิ่งที่เราน่าจะรู้สึกคล้ายๆ กัน คือช่วงนี้ ‘เครียด’ เนอะ

‘ความเครียด’ เกิดจากทั้งความกังวลเรื่องการแพร่ระบาด นโยบายจัดการจากภาครัฐ ความล่าช้าของวัคซีน และความตกต่ำของเศรษฐกิจ การกักตัวอย่างยาวนานที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ทุกอย่างดูยากไปหมด

กิจกรรมที่เคยทำคลายเครียดอย่างดูหนัง กินข้าวนอกบ้าน ออกไปเที่ยวตามประสามนุษย์คนหนึ่งแบบเมื่อก่อน ก็ทำไม่ได้แล้ว ท่ามกลางการระบาดใหญ่แบบนี้ ทุกคนต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง กลัวจะนำเชื้อมาติดคนในบ้าน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความเครียดสะสมต่อเนื่อง และส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราโดยไม่รู้ตัว

Dr. Robert Leahy ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่ NewYork-Presbyterian/Weill Cornell Medical Center บอกว่า “ช่วงวิกฤตนี้คือมรสุมปัญหาความเครียด” หลายคนรู้สึกซึมเศร้า หมดหวัง หดหู่ ซึ่งกระทบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งด้านการนอนหลับ การกิน ความสามารถในการทำงาน และอารมณ์ หลายคนมักจะรู้สึกว่างเปล่า หงุดหงิด เกรี้ยวกราดมากขึ้นจากความเครียดสะสม

แล้วเราจะจัดการกับความเครียดได้ไหม?

วันนี้ผมนำ 4 วิธีจัดการกับความเครียด แนะนำโดย Dr. Robert Leahy ถึงแม้อาจจะยาก แต่อยากให้ทุกคนลองดูนะครับ

1. ตั้งเป้าหมาย และมองหาความหวัง

ฟังดูยากมาก ยิ่งในช่วงนี้ที่ดูสิ้นหวังไปหมด แต่ลองพยายามมองข้ามไปถึงอนาคตที่เราจะมีโอกาส ทำอะไรกับมันได้มากขึ้น เช่น “ถ้าโควิดหมดจะออกเที่ยวทั่วโลก” เพื่อชดเชยโอกาสที่พลาดไปหลายครั้ง ระหว่างนี้ก็ใช้เวลาเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายในอนาคต ถึงตอนนั้นน่าจะสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย (แหงสิ เก็บกดมานานน)

2. จัดตารางเวลาชีวิต

ช่วงกักตัว ตารางชีวิตของหลายคนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ทั้งเวลางาน และเวลาพักผ่อน เดิมทีการเก็บของกลับจากออฟฟิศจะถือเป็นสัญญาณว่าชีวิตหลังจากช่วงเวลานี้จะเข้าสู่โหมด ‘ปราศจากงาน’ และจะมีแต่ ‘การพักผ่อน’ แต่การ Work From Home ที่เป็นสภาพแวดล้อมเดิมๆ ทำให้เราแยกเวลางาน กับเวลาพักไม่ออก เลยยิ่งทำให้เครียดเพราะพื้นที่ปราศจากงานหายไป

ดังนั้นเราจึงต้องตั้งตารางเวลาชีวิต เช่น เก้าโมงเช้า ถึงหกโมงเย็น ให้เป็นเวลางาน และหลังจากนั้นพักผ่อน กำหนดกิจกรรมปิดท้ายวันที่ชอบ และตั้งเป้ารายการสิ่งที่ต้องทำในวันถัดไป
เพื่อช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าต้องทำอะไรบ้าง เวลาพักผ่อนคือช่วงไหน

3. ใช้เวลาส่วนตัว (อันมหาศาล) ให้เกิดประโยชน์

การกักตัว ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือน ‘ติดคุก’ ออกไปไหนไม่ได้ ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิต
มีแค่การใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ซึ่งตรงนี้หลายคนอาจมองข้ามประโยชน์ของมันไป

ลองตั้งเป้าหมายให้ตัวเองทำอะไรที่ชอบ เช่น ฝึกทำอาหาร ทำขนม ออกกำลังกาย ลดหุ่นแบบจริงจัง
เป้าหมายเหล่านี้จะช่วยให้เราโฟกัส และลืมความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างกักตัวได้ ผลสุดท้ายยังได้ประโยชน์จากการทำสิ่งที่ชอบด้วยนะ อย่างผมเองก็ลดน้ำหนักช่วงกักตัวจนสำเร็จได้

4. พยายามติดต่อกับคนรอบข้าง (แม้จะไม่ได้เจอตัว)

การกักตัวไม่ได้หมายถึงการตัดขาด เรายังมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘อินเทอร์เน็ต’
หากิจกรรมทำร่วมกันแบบออนไลน์ บรรเทาความเหงาในช่วงนี้ หรืออย่างน้อยก็ใช้การโทรคุย แบ่งปันเรื่องราวที่เจอระหว่างวัน ก็ช่วยให้เรารู้สึกถึงความรัก เหมือนว่ายังมีคนที่คอยรับฟังอยู่ข้างๆ ไม่ได้หายไปไหน

สุดท้ายนี้ขอให้กำลังใจทุกคนที่กำลังประสบปัญหาความเครียดในขณะนี้นะครับ เราจะผ่านไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง สู้ต่อไปด้วยกัน ฮึบ!



แปลและเรียบเรียงจาก :
https://bit.ly/3foHLBY

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#people
#depression

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/online-content/

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Pannawit Thavarawuth
นักหิวข้าวมันไก่ ที่ชอบเรื่องสนุก ๆ และเชื่อในคำว่า "Now or Never"