ENTERTAINMENT8 บทพูดโคตรคลิเช่ จากหนังสยองขวัญ ที่ถูกนำมาใช้ซ้ำจนโคตรเปื่อย

8 บทพูดโคตรคลิเช่ จากหนังสยองขวัญ ที่ถูกนำมาใช้ซ้ำจนโคตรเปื่อย

ใครเป็นแฟนหนังสยองขวัญ ยกมือ!!.
นอกจากฉากไล่ฆ่า ฆาตกรใจโหด เนื้อเรื่องซ่อนปม ผสมความลุ้นระทึก ใจเต้นตึกๆ ตักๆ ไปกับตัวละครผู้อาภัพ อีกหนึ่งอย่างที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคย หรือเคยชินกับความเป็น “หนังสยองขวัญ” ก็น่าจะหนีไม่พ้น “ประโยคจำเจ (Cliche)” ที่ดูแล้วยังไง๊ ยังไง ก็เดาได้ว่าฉากแบบนี้ ตัวละครจะต้องพูดว่า___!?

ซึ่งมันซ้ำซาก จำเจ จนอดคิดไม่ได้ว่ามันไม่มีประโยคอื่นนอกจากนี้แล้วใช่ไหม >0<

ถ้ายังไม่เห็นภาพ เดี๋ยวจะลองสร้างฉากกันให้พอนึกออก ยกตัวอย่างเช่น
**ฉากไล่ฆ่า**

Advertisements

ฆาตกร: “แกหนีไม่รอดหรอก!”
เหยื่อ: “แกเป็นใคร!? ปล่อยฉันไปเถอะ ไม่นะ โอ้พระเจ้า”

บทสนทนานี้ เชื่อว่าเราแทบจะเจอในหนังสยองขวัญสัก 90% เห็นจะได้ ไม่ว่าเรื่องไหน สถานการณ์ใด ตัวละครทั้งสองนี้ ก็พร้อมจะพรั่งพรูคำพูดเหล่านี้ออกมา เราเลยเรียบเรียงบทความจากเว็บไซต์ bloody-disgusting.com (แหล่งเนื้อหาสำหรับคอหนังสยองขวัญแบบจัดเต็ม)

โดยบทความนี้ว่าไว้ด้วยเรื่องของ “ประโยคจำเจ (Cliche)” ที่ถูกใช้ซ้ำในหนังสยองขวัญจนเปื่อย ซึ่งเรารวบรวมมา พร้อมแปลความหมายให้จบ จะมีอะไรบ้าง ไปดู!

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 8 “There’s something out there.”

คำแปล: มีอะไรก็ไม่รู้อยู่ตรงนั้น
ประโยคใกล้เคียง: “Did you hear that?”; “Something weird is going on.”
ความหมาย: ความฉิบหายกำลังจะเกิดขึ้น

ใช้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนจะมีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นกับกลุ่มเหยื่อ เป็นบทพูดของตัวละครที่ช่างสังเกต อาจเป็นผู้หญิง / ผู้ชาย (ออกแนวเนิร์ด) และแน่นอนว่าคนคนนี้ จะถูกกลุ่มคนรอบตัวล้อเลียนว่าเขาเป็นบ้า ขี้ระแวงไปเอง เสียสติ หรือพูดง่ายๆ ว่า “ติ๋ม”

แต่ในที่สุดคนที่พูดประโยคนี้ออกมา ก็คือคนที่มีโอกาสในการรอดชีวิตมากที่สุด และมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ เพราะความขี้ระแวง ช่างสังเกตนั่นแหละ

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 7 “You’re just imagining things.”

คำแปล: แกแค่คิดไปเอง
ประโยคใกล้เคียง: “You’re Crazy”; “You need some rest”
ความหมาย: ไม่ได้คิดไปเอง และคนพูดคำนี้มักจะตาย

ต่อจากประโยคก่อนหน้า บทนี้จะต้องถูกใช้เป็นเหมือนการ์ดกับดัก ที่ทำงานอัตโนมัติ เมื่อมีเนิร์ดประจำกลุ่มสังเกตถึงอะไรผิดปกติ

เจ้าของบทนี้ มักจะเป็นผู้ชายแนวห้าวๆ อาจเป็นนักกีฬา หรือหัวโจกประจำกลุ่ม และบ่อยครั้ง หมอนี่จะต้องเป็นแฟนของ “สาวคนสุดท้าย” และแน่นอน ผู้ชายห้าวๆ ดูพึ่งพาได้ ไม่เคยรอดสักคน พวกเขามีสิทธิตายได้ตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยด้วยซ้ำ

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 6 “Don’t go out there!”

คำแปล: อย่าไปตรงนั้น!
ประโยคใกล้เคียง: “Let’s just get out of here”; “Don’t leave me!”
ความหมาย: ประโยคที่ใช้ก่อนจะมีคนตัดสินใจทำอะไรแย่ๆ เช่นออกไปตาย
.
90% ของบทนี้ จะถูกพูดออกมาโดยตัวละครหญิง เมื่อสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติขึ้น ซึ่งแปลกมาก ที่ตัวละครชายที่อยู่ด้วยกัน กลับคิดไม่ได้ อาจจะอยากโชว์เท่ หรือประมาท จนสุดท้ายก็เดินออกไป และทำให้ชีวิตของทุกคนตกอยู่ในอันตราย

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 5 “Oh, my god”

คำแปล: โอ้พระเจ้า
ประโยคใกล้เคียง: ไม่มี
ความหมาย: มีเรื่องฉิบหายเกิดขึ้นแล้ว

ใช้ตอนที่เหยื่อรู้ตัวว่า ฆาตกรกำลังเดินตรงมาหาพวกเขา หรือตอนที่พวกเขาดันไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรม

เห็นได้บ่อยๆ ในตัวอย่างภาพยนตร์ ก่อนจะตัดฉาก “Jump Scare” ขึ้นมาต่อท้ายให้คนตกใจเล่น และขึ้นฉากดำจบตัวอย่างไปแบบแสนคุ้นเคย

Advertisements
บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 4 “Run”

คำแปล: วิ่ง!
ประโยคใกล้เคียง: “He’s coming!”; “Look out!”
ความหมาย: มีฆาตกรจะไล่ฆ่า แต่ดันมีคนไม่รู้ว่าต้องวิ่งหนี เลยต้องมีคนบอก

บทนี้ก็มักจะเจอตั้งแต่ในตัวอย่างภาพยนตร์เช่นกัน โดยเป็นช่วงคั่น ก่อนจะคัทเร็วๆ แสดงให้เห็นฉากโหดเลือดสาด ฆาตกรวิ่งไล่ เหยื่อวิ่งหนี กรีดร้อง อย่างทรมาน

และในหนัง บทนี้จะถูกพูดก็ต่อเมื่อฆาตกรตรงดิ่งมาหากลุ่มเหยื่อ แต่คนอื่นๆ ดันสติแตก เลยต้องให้ตัวละครเนิร์ด กระตุกจิตว่า “เฮ้ย พวกเอ็งต้องวิ่งหนีสิวะ!”

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 3 “Why are you doing this?”.

คำแปล: ทำไมคุณถึงทำแบบนี้?
ประโยคใกล้เคียง: “Who are you?”; “What do you want from me?”
ความหมาย: ใช้เมื่อตัวละครกำลังร้องขอชีวิต

ประโยคนี้ จะใช้โดยเหยื่อที่กำลังถูกจับอยู่ในรังเชือดของฆาตกร หรือหนีไม่พ้น และกำลังจะโดนเชือด
ซึ่งคนพูด อาจใช้เพื่อร้องขอชีวิต หรือไม่ก็คิดว่าถ้าจะตายแล้วก็ขอรู้หน่อยเถอะว่า ฆ่าตูทำไม!?

ซึ่งมันทำให้คนดู เข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังของฆาตกรมากขึ้น ว่าอะไรที่ผลักดันให้เขามาไล่ฆ่าคน

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 2 “If you let me go, I won’t tell anyone, I swear!”

คำแปล: ถ้าคุณปล่อยฉันไป สาบานฉันจะไม่บอกใคร!
ประโยคใกล้เคียง: “You don’t have to do this!”
ความหมาย: ใครที่พูดประโยคนี้ มักจะตาย

ประโยคนี้จะมาต่อเนื่องจากประโยคก่อนหน้า เป็นการพูดแบบสิ้นคิดของเหยื่อที่กำลังจะตาย เพราะไม่เคยมีฆาตกรคนไหนในประวัติศาสตร์ ที่ได้ยินประโยคนี้แล้วจะตอบกลับว่า “อ้าวเหรอ ไม่บอกตำรวจแน่นะ?” แล้วปล่อยเหยื่อไป

จุดจบของคนพูดบทนี้ ก็คือกลายเป็นศพไปคุยกับรากมะม่วงแน่นอน

บทพูดโคตรคลิเช่

อันดับที่ 1 “Go to hell!”

คำแปล: ไปลงนรกซะ!
ประโยคใกล้เคียง: “Go to hell!”; “I’ll see you in hell!”; “Eat this!”
ความหมาย: คำประกาศชัยชนะของตัวเอก ก่อนเอาคืนฆาตกรอย่างสาสม

เมื่อเหยื่อ (คนดี) พลิกสถานการณ์ได้ ฆาตกร (คนร้าย) กลายเป็นฝ่ายโดนเล่นงาน นี่คือคำพูดสุดท้าย ของตัวละครเอก ก่อนจะใช้ “ท่าไม้ตาย” จู่โจมใส่ฆาตกร จากนั้นก็เป็นการจบเรื่องไปแบบเท่ๆ

ซึ่งเมื่อก่อนก็คงเท่จริง แต่หลังจากที่บทนี้ถูกใช้ไปกว่า 300 ล้านเรื่องในหนังสยองขวัญ ก็ต้องยอมรับว่า มันจำเจไม่ไหวแล้ว พอได้แล้วว!!

แปลและเรียบเรียงจาก:
https://bit.ly/3o41Dzy

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#mystery #horror

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/entertainment/

Advertisements

Lastest

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี
Pannawit Thavarawuth
นักหิวข้าวมันไก่ ที่ชอบเรื่องสนุก ๆ และเชื่อในคำว่า "Now or Never"

Related Articles

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

Walmart ซุ่มเงียบ! เตรียมพัฒนาเทคโนโลยี พาค้าปลีกสู่โลก Metaverse

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Walmart บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่สัญชาติสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการเพื่อเข้าสู่โลก Metaverse อย่างเงียบๆ หลังมีการเปิดเผยว่า Walmart ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าหลายรายการที่สื่อให้เห็นว่าบริษัทเตรียมที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจสู่การจัดตั้งคริปโทเคอร์เรนซี และออก Non-fungible Token (NFT) เป็นของตัวเองในอนาคต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า