ENTERTAINMENT5 หลากทฤษฎีปริศนา ในคดีการเสียชีวิตของยอดกังฟู “บรูซ ลี" (Bruce-Lee)

5 หลากทฤษฎีปริศนา ในคดีการเสียชีวิตของยอดกังฟู “บรูซ ลี” (Bruce-Lee)

หากพูดถึงนักแสดงชาวเอเชีย ในบทนักสู้บู๊ถึงใจ ไอคอนของใครๆ ก็คงหนีไม่พ้น “บรูซ ลี” Bruce-Lee นักแสดงมากฝีมือ และเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะป้องกันตัวหลายแขนง ด้วยฝีมือเหนือชั้น มีความแข็งแรงระดับคว่ำชาวตะวันตกด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว เคลื่อนไหวว่องไวเกินมนุษย์ ชื่อเสียงกระฉ่อนจนโลกต้องจารึก แต่กลับเสียชีวิตลงในวัย 32 ปี ด้วยเหตุผลอันเหลือเชื่อ!?

“ ชีวิตของ Bruce-Lee นักสู้ตัวจริง ”

ประวัติของ ‘บรูซ ลี’ เดิมทีชื่อ “หลี่ เสี่ยวหลง” เกิดในปี ค.ศ.1940 ที่รัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ตัวเขาเลยได้ถือสัญชาติอเมริกัน ส่วนชื่อ “บรูซ” ก็ได้มาจากคุณพยาบาลที่ทำคลอดช่วยตั้งให้ เพราะฟังดูเรียกง่าย และมีความเป็นอเมริกัน

Advertisements

ด้านชีวิตส่วนตัว ต้องบอกว่าเขาคือ “นักสู้ตัวจริง” ไม่อิงเฉพาะในภาพยนตร์เท่านั้น ช่วงวัยรุ่นเขาค่อนข้างห้าว ชอบมีเรื่องยกพวกตีกับชาวบ้าน จนวันหนึ่งโดนรุมอัดเละเทะ เขาเลยตั้งเป้าว่า “ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้!”

เขาตัดสินหันหลังให้กับการเรียน แล้วไปเอาดีด้านการต่อสู้ ฝากตัวเป็นศิษย์กับปรมาจารย์กังฟูจีนชื่อดังหลายท่าน โดยหนึ่งในนั้นคือ “อาจารย์ยิป มัน” และนอกจากศาสตร์กังฟู เขายังศึกษาในแขนงคาราเต้ญี่ปุ่นด้วย

4 ปีต่อมา เมื่อเขาฝึกฝนจนเข้าฝัก เก่งกล้าพร้อมจะออกไปโบยบินในโลกกว้าง เขาก็ไปมีเรื่องกับกลุ่มนักเลงขาใหญ่ในฮ่องกง จนต้องถูกส่งตัวไปอเมริกาในวัย 19 ปี และมีโอกาสได้เข้ามาร่วมแสดงใน “The Green Hornet” (เพชฌฆาตหน้ากากแตน) ในบทเพื่อนพระเอก แต่ดันเด่นกว่าพระเอก แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้ดังเปรี้ยง ก็เลยกลับไปโฟกัสที่การสอนกังฟูเหมือนเดิม

จนกระทั่งในวัย 31 ปี ตอนเขาย้ายไปฮ่องกง และได้ไปพบกับ Raymond Chow ซึ่งจะมาพลิกบทบาทชีวิตให้บรูซตลอดกาลด้วยภาพยนตร์ “The Big Boss” (ไอ้หนุ่ม ซินตึ๊ง) ผลงานอันลือลั่น ที่ทำให้เขาดังเปรี้ยงจนถึงทุกวันนี้

ความเก่งกาจของบรูซ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก ทั้งศิลปะการต่อสู้ที่สวยงาม และความแข็งแรงที่สามารถคว่ำชาวตะวันตกได้เพียงแค่ 1 ฝ่าเท้า มีบุคคลชั้นครู จากศาสตร์การต่อสู้หลายแขนงมาท้าประลองกับเขารายวัน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไปแทบทุกราย หนุ่มเอเชียรายนี้กลายเป็นปรากฏการณ์กระแสคลั่งไคล้ ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง จนเกิดเหตุไม่คาดฝัน เขาเสียชีวิตลงแบบงงๆ หลังจากถูกพบในบ้านพักของเพื่อนคนหนึ่ง ภายหลังถึงมีการวินิจฉัยทางการแพทย์ว่า “แพ้ยาแก้ปวด”

แต่เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมสุดยอดกังฟู ผู้แข็งแกร่งอย่าง “บรูซ ลี” ถึงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในวัยเพียง 32 ปี ทิ้งไว้เพียงตำนานจนถึงทุกวันนี้ ก็มีความพยายามจะอธิบายถึงสาเหตุการตายของเขามากมาย ทั้งทฤษฎีทางการแพทย์ ไปจนถึงทฤษฎีสมคบคิดที่ชวนติดตามต่างๆ นานา จะมีอะไรบ้างสามารถสืบหาได้ในบทความนี้เลยครับ

ชนะสิบทิศ แต่เสียชีวิตเพราะแพ้ยาแก้ปวด..

หลังจาก บรูซ เสียชีวิต ก็มีการสืบสวน ชันสูตรต่างๆ จนทางศาลและแพทย์ผู้วินิจฉัย ได้แถลงว่า “เขาเสียชีวิตด้วยอาการสมองบวม จากการแพ้ยาแก้ปวด”

ในวันเกิดเหตุ บรูซ มีนัดกับดินเนอร์กับ เบ็ตตี้ ดาราสาวที่อยู่ในสถานะ “เพื่อนสนิท”
เธอเล่าว่าวันนั้นเขาบ่นว่าปวดหัว เธอเลยเอายาแอสไพรินชนิดแรง ให้เขากิน บรูซก็หลับไปด้วยความเพลีย หลังจากนั้นเธอก็พยายามปลุก เพราะถึงเวลาที่ต้องไปร้านอาหารที่จองไว้ แต่บรูซก็แน่นิ่งไม่ไหวติง จนเธอต้องเรียกรถโรงพยาบาล

ภายหลังก็มีข่าวว่า บรูซ เสียชีวิตระหว่างทางไปรักษา โดยเกิดจากการแพ้ยาอย่างรุนแรง ทำให้สมองบวม

คดีนี้ก็ปิดไป โดยถือเป็น “อุบัติเหตุ” เพราะไม่ได้มีใครตั้งใจจะให้เขาตาย แต่อีกหลายปีต่อมา ก็ได้มีสื่อฮ่องกง เปิดเผยรายงานทฤษฎีการเสียชีวิตของบรูซขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ลมบ้าหมูพิฆาต

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ปี 2006 ได้มีสื่อฮ่องกงเปิดเผยรายงานของคุณ “ฟิลคินส์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐอเมริกา ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ ‘บรูซ ลี’ ด้วยข้อสันนิษฐานใหม่ว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่เขาจะเสียชีวิตด้วย “โรคลมบ้าหมู” อย่างเฉียบพลัน

ข้อสันนิษฐานนี้ถือว่าไปหักล้างกับคำวินิจฉัยเดิมที่คนเข้าใจมาตลอดว่า บรูซ ตายเพราะ “ยาแก้ปวด” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญรายนี้ได้ติดตามคดีนี้มาหลายปี และกล่าวย้ำว่าผลวินิจฉัยเดิมผิดพลาดแน่นอน

ฟิลคินส์ มั่นใจว่าการเสียชีวิตของบรูซ เป็นเพราะโรคลมบ้าหมู อันเกิดจากภาวะอ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย และทำงานหนัก ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เพราะช่วงนั้นบรูซโด่งดังมาก โหมทำงานจนอดนอน อดอาหาร รวมถึงเครียดจัด ส่งผลให้หัวใจและปอดหยุดทำงานอย่างฉับพลัน

Advertisements

หลักฐานสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ก็คือร่างกายของบรูซไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บ รวมถึง “ไม่มีสารพิษตกค้างในร่างกาย” (ยกเว้นกัญชา) ทั้งยังพบสารประกอบในยาแก้ปวดที่บรูซกินเข้าไปในปริมาณน้อยมากๆ ซึ่งไม่มีทางอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

แนวคิดนี้ก็มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ เพราะบรูซ เป็นคนดังที่ใครๆ ก็ให้ความสนใจ ดังนั้นก็เลยมีทฤษฎีอีกมากมาย ที่พยายามจะชี้ว่าเป็นต้นเหตุในคดีนี้ อย่างในทฤษฎีถัดไปที่ว่าด้วยการมีศัตรูทั่วโลกของเขา อาจเป็นตัวการให้เขาเสียชีวิตก็เป็นได้..

สกัดจุด หยุดชีพจร

ทฤษฎีนี้ให้ความเห็นว่า บรูซ เป็นคนที่โด่งดังมากทั้งในแง่ของนักแสดง และ “นักสู้” ดังนั้นย่อมไม่แปลกที่เขาจะมีศัตรูทั่วโลก

แต่ละวันเขาต้องเผชิญกับการท้าประลอง โดยปรมาจารย์ยอดฝีมือหลายท่าน ทั้งญี่ปุ่น และชาวจีน
เพราะใครๆ ก็อยากจะได้ชื่อว่าชนะยอดกังฟูอย่าง บรูซ ลี

จึงมีทฤษฎีที่ว่าเขาน่าจะถูก “ฆาตกรรมด้วยวิชาสกัดจุด” โดยอาจเป็นฝีมือของจอมยุทธจีน หรือนินจาญี่ปุ่น คงจะมีช่วงหนึ่งที่ บรูซ นอนพักอยู่ นักฆ่าระดับสูงคนนั้นก็แอบย่องเบาเข้ามาสกัดจุด และต้องมีฝีมือสูงมาก เพราะลงมือแบบไร้เสียง เงียบสนิท จากนั้นก็หลบหนีออกไปอย่างไร้ร่องรอย

หลักฐานสนับสนุนคือ ในช่วงแรกที่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นช่างคลุมเครือเหลือเกิน คนที่เชื่อในทฤษฎีลอบสังหาร จึงมั่นใจเพราะการฆ่าคนด้วยวิชาสกัดจุด จะไม่สามารถสืบสาเหตุการตายที่แท้จริงได้!

อีกหนึ่งเหตุผลที่สนับสนุนแนวคิดนี้คือ การที่ บรูซ ลี ไปเปิดกังฟูให้กับชาวตะวันตก เปรียบเสมือนเอา “ศิลปะประจำชาติ” ไปให้คนอื่น ซึ่งเป็นของที่จีนหวงเอามากๆ ดังนั้นเขาจึงถือเป็นภัยคุกคามสำหรับจีน ก็เลยโดนสั่งเก็บ

แผนสังหาร สยบตำนานเอเชียน

ทฤษฎีที่ว่าด้วยการลอบสังหารเช่นเดียวกัน แต่เป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่างเชื้อชาติ
เขาให้ความเห็นว่า ชาวตะวันตกมักจะดูถูกชาวเอเชียอยู่เสมอ แต่การปรากฏตัวของ บรูซ ลี ที่ทรงพลังทั้งในด้านพละกำลัง การต่อสู้ อิทธิพล การแสดง มันไปสั่นคลอนอำนาจดั้งเดิมของชาวตะวันตกใจแคบ (ในตอนนั้น)

ความสามารถอันเหลือล้นของบรูซ ทั้งเตะคว่ำ ต่อยร่วง ไม่ว่ากี่คนต่อกี่คน มันคือการแทงใจดำ เท่านั้นยังไม่พอ บรูซ ยังเคยเปิดสอนกังฟูให้ชาวผิวสีด้วย ก็เลยเป็นปมให้พวกคลั่งชาติ เหยียดผิวเกิดเหม็นหน้าเอา ทำให้เขาถูกสายลับอเมริกา ลอบสังหารด้วยวิธีการไฮเทคเกินจะพิสูจน์ในสมัยนั้น

ตายเพราะยุ่งกับคนมีเจ้าของ..

ทฤษฎีนี้ให้ความเห็นว่า บรูซ เสียชีวิตเพราะไปยุ่งกับหญิงสาวผิดคน เพราะคุณเบ็ตตี้ ที่เราได้พูดถึงไปตั้งแต่ต้นบทความ คือภรรยาเก่าของ “ชาร์ลเฮียง” หรือก็คือมาเฟียขาใหญ่ประจำฮ่องกง
และเป็นที่รู้กันดีว่า หากไปขัดแข้งขัดขาเขาล่ะก็ มีใบสั่งมาเยือนแทบทุกราย

ทำให้แนวคิดนี้เชื่อว่าการเสียชีวิตของบรูซ ถือเป็น “การฆาตกรรม” ที่ถูกจัดฉากมาอย่างแนบเนียน ความจริงมีทฤษฎีอีกมากมายที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีของเขา ทั้งองค์กรลับ อิลลูมินาติ ไปจนถึงอาถรรพ์ คำสาปประจำตระกูล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของทุกท่าน ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร

แต่ทฤษฎีที่ว่ากันว่าน่าเชื่อถือที่สุด ก็คือลมบ้าหมูพิฆาต เพราะมีข้อมูลยืนยันว่าโรคนี้มักเกิดกับผู้ชายที่อยู่ในวัยหนุ่ม อายุระหว่าง 20-40 ปีโดยมีสาเหตุหลักเป็นเพราะอดนอน ซึ่งส่งผลต่อสมอง ซึ่งทำให้มีอาการทางประสาท หรือระบบทางเดินหายใจขัดข้อง และจะมีโอกาสเป็นมากขึ้นกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์และใช้ยาเป็นประจำ

รับฟังได้ที่ ปริศนาการเสียชีวิตยอดกังฟู “บรูซ ลี” | File Not Found EP.34

#missiontopluto
#missiontoplutopodcast
#filenotfoundpodcast

ดูเนื้อหาอื่นๆ ของ File Not Found ได้ที่ https://missiontothemoon.co/category/podcast/file-not-found/

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน
Pannawit Thavarawuth
นักหิวข้าวมันไก่ ที่ชอบเรื่องสนุก ๆ และเชื่อในคำว่า "Now or Never"