Corrupted Blood incident เมื่อเกมออนไลน์เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่

6
โรคระบาดถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สั่นคลอนการดำรงอยู่ของมนุษยชาติมาตั้งแต่สมัยอดีต ซึ่งถือป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้มนุษย์อย่างเราสูญพันธุ์ได้ แต่ถ้าหากโรคระบาดเกิดขึ้นในเกมออนไลน์ ในโลกสมมุติที่เราไม่ต้องเสี่ยงชีวิตติดเชื้อเองจริงๆ พวกเขาจะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร แล้วมันต่างจากโลกความเป็นจริงหรือไม่?
 
– รู้จักกับเกม –
ย้อนกลับไปเมื่อสมัยเกมที่มีชื่อว่า World of Warcraft เป็นเกมแนว MMORPG ออนไลน์เต็มรูปแบบผู้เล่นสามารถเลือกเล่นเป็นเผ่าต่างๆ ในเกมได้ เลือกอาชีพได้ ตั้งแต่นักรบ นักเวทย์ นักบวช ดรูอิด พาคุณและผู้เล่นคนอื่นๆ เข้าไปต่อสู้กับบอสใน Dungeon โดยตัวเกมจะมีฝ่ายให้เลือก 2 ฝ่ายซึ่งไม่ถูกกัน ไม่สามารถแชทคุยกันข้ามฝ่ายได้ รวมถึงสามารถต่อสู้กันได้ทุกที่เมื่อเจอหน้ากัน ถือเป็นหนึ่งในเกมออนไลน์ที่ฮิตมากๆ ในฝั่งผู้เล่นตะวันตก
 
– โรคระบาดในเกม? –
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2005 มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นจนทำให้โลกต้องจดจำในชื่อว่า Corrupted Blood incident เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อทาง Blizzard เจ้าของค่ายเกมอัพเดท Patch 1.7 Rise of Blood God เข้ามาในเกม มีการเพิ่มเควสท์ และบอสใหม่หลายตัว แต่ตัวที่เป็นประเด็นและเป็นต้นตอของการระบาดคือบอสที่มีชื่อว่า Hakkar the Soulflayer ซึ่งเป็นบอสตัวใหญ่ของเกมที่ได้เพิ่มเข้ามา
 
Hakkar the Soulflayer มีสกิลที่ชื่อว่า Corrupt Blood แปลไทยประมาณว่า โลหิตมลทิน ซึ่งจะทำให้เป้าหมายที่โดนสกิลนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น หรือสัตว์เลี้ยงของผู้เล่นติดสถานะเลือดค่อยๆ ลด และกระจายไปยังเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งโดยปกติเมื่อจัดการบอสเสร็จแล้ว สถานะผิดปกติทุกอย่างที่ติดตัวผู้เล่นจะหายไป ซึ่งมันก็หายไปจริงๆ
 
แต่….สัตว์เลี้ยงของเรามันดันไม่หาย! ในฮันเตอร์ และวอร์ล็อค ที่สามารถเรียกสัตว์เลี้ยงออกมาช่วยต่อสู้ได้ แต่มันเกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อผู้เล่นเรียกเก็บสัตว์เลี้ยงที่โดนสกิล Corrupt Blood กลับเข้าไป แล้วเดินทางกลับมายังเมืองของตัวเอง แต่พอเรียกสัตว์เลี้ยงออกมาที่เมือง สกิลมันยังอยู่! นั่นทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อยู่ในเมืองติด Corrupt Blood กันไปเรื่อยๆ จนเริ่มล้มตายกันไปทีละคน ไม่เว้นแม้แต่ NPC ขายของภายในเกม ที่ติดสกิลนี้แต่ไม่ตาย ดันกลายมาเป็นพาหะนำโรค Corrupt Blood แบบไม่แสดงอาการภายนอกให้เห็น เพียงแค่เดินเฉียดใกล้ๆ ก็ติดโรคนี้แล้ว
 
ผู้เล่นที่กำลังจับจ่ายใช้สอยของต่างๆ และไม่รู้เรื่องอะไรก็ทยอยติดโรคระบาดกันหมด กลายเป็นว่าเมืองหลวงที่พลุกพล่าน อย่างเมืองสตอร์มวินอันเป็นเมืองหลวงของเหล่า Alliance หรือ โอกริมมา เมืองหลักฝ่าย Hoarde สองฝ่ายที่เป็นอริกัน มีแต่ซากศพของผู้เล่นนอนเกลื่อนกลาด ศพที่เน่าเปื่อยและผุพังอย่างรวดเร็ว (ย้ำว่าในเกมนะ) ทิ้งไว้เพียงซากโครงกระดูกเป็นหลักฐานของความสยดสยองของโรคระบาด Corrupt Blood นี้ ถึงแม้จะตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ แต่ก็ต้องจ่ายค่าซ่อมอุปกรณ์ที่พังด้วยราคาที่แพงมาก
 
– การรับมือของผู้เล่น –
มีการแจ้งไปยังบริษัท Blizzard ถึงเหตุการณ์โรคระบาดในเกมที่เกิดขึ้น แต่เหมือนการแก้ไม่สามารถทำได้ทันที ทำให้ผู้เล่นต้องพึ่งพาตัวเอง ผู้เล่นหลายคนได้อพยพจากเมืองใหญ่มาอยู่เมืองรอง หรือชนบทอันห่างไกลเพื่อหลบหนีจากโรคระบาดนี้ ผู้เล่นหลายคนจัดตั้งทีมช่วยเหลือ เป็นอาสาสมัครเข้ามาดูแลความเรียบร้อย เช่น แจ้งเตือนว่าเขตไหนกำลังมีโรคระบาด จัดตั้งเขตปลอดโรคขึ้นมา มีเขตกักกันผู้ติดเชื้อ และศูนย์รับมือภัยพิบัติ รวมถึงผู้เล่นที่มีสกิลในการฟื้นฟูพลังชีวิตอย่าง Priest หรือ Shaman ก็อาสาทำหน้าที่เป็นหมอ เพื่อคอยร่ายเวทย์ฟื้นฟูให้แก่คนที่ติดเชื้อ โดยทั้งหมดนี้ผู้เล่นทำกันเองทั้งหมด
 
– มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ –
ความใคร่รู้ของมนุษย์ ที่ทำให้ผู้เล่นบางส่วน สนใจว่าเกิดอะไรขึ้น และล็อกอินเข้าเกม จงใจเดินทางไปยังพื้นที่โรคระบาดเพื่อไปเห็นด้วยตาตัวเอง บ้างด้วยความประมาทพาสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อนี้เข้าสู่ชุมชน Priest และ Shaman บางส่วน ใกล้ชิดผู้ป่วยเกินไปจนติดเชื้อเสียเอง บางคนตัดสินใจช่างมัน แล้วกลับไปดำเนินชีวิตปกติ โดยไม่สนว่าตัวเองติดเชื้ออยู่และกลายเป็นพาหะซึ่งนำมาสู่การล่มสลายของเมืองเล็กบางเมืองไปเลย หรือบางคนแค่ต้องการเห็นโลกลุกเป็นไฟ เลือกเส้นทางที่สร้างความเดือดร้อนเพื่อความสะใจของตัวเอง เดินทางไปยังพื้นที่โรคระบาด แล้ววาร์ปไปยังพื้นที่เมืองรองที่เป็นเขตปลอดภัยเพื่อแพร่เชื้อ
 
เขตกักกัน ที่ตั้งไว้ค่อยๆ พังลงทีละ แห่งเมืองเล็กที่เริ่มถูกแพร่ ภาพของซากโครงกระดูกจำนวนมาก ค่อยๆ เกิดขึ้นตามเมืองต่างๆ แม้ว่าจะตั้งเขตกักกันโรค มีการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีผู้เล่นบางส่วนที่สร้างสถาณการณ์อยู่เรื่อยๆ
 
แต่เกมมันก็คือเกม เมื่อผู้เล่นตาย ก็กลับไปเกิดใหม่ กลายเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด เหตุการณ์โรคระบาดที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ จนสุดท้าย Blizzard ตัดสินใจทำการ Reset Server และออก Patch แก้ไขเหตุการณ์นี้ แต่กว่าจะทำสำเร็จเวลาก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว
 
– หลังการล่มสลาย –
หลังจาก Blizzard ตัดสินใจทำการ Reset Server ให้ทุกอย่างกลับไปเป็นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ด้วยความร่วมมือร่วมใจ พฤติกรรมในเกมเหล่านี้กลายมาเป็นดัชนีชี้วัดในด้านจริยธรรม พฤติกรรม สภาพสังคม และวัฒนธรรมของเกมเมอร์ไปโดยไม่รู้ตัว
 
เหตุการณ์นี้มีหน่วยงานต่างๆ มากมายให้ความสนใจและหยิบยกเป็นกรณีศึกษามากมาย เหตุผลหลักเลยก็คือ เพราะเหตุการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก หลักร้อยปีขึ้น และไม่เคยมีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของมนุษย์ภายใต้ภาวะโรคระบาดมาก่อน ข้อมูลของ Corrupt Blood จึงเป็นข้อมูลที่มีค่าในการศึกษาเพื่อปรับใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
 
ทางฝั่ง CDC หรือ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ ติดต่อไปยังบริษัท Blizzard เพื่อขอข้อมูลภายในเกมจากเหตุการณ์นี้ เพื่อใช้ในงานวิจัยและรับมือภัยพิบัติในอนาคต
 
นักแพทย์โรคระบาดวิทยาอิสราเอล มีบทความทางการแพทย์ออกมาถึงเหตุการณ์นี้ โดยหยิบยกว่าเหมือนการระบาดของโรคซาร์ และโรคไข้หวัดนก รวมถึงเสนอให้มีการวิจัยเพิ่มเติมในโลกของเกม เรียกได้ว่าเหตุการณ์นี้ทำเอานักวิจัยระบาดวิทยานี้ตื่นตัวกันมาก
 
– การนำมาปรับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน –
เรื่องไปเข้าถึงหูศูนย์วิจัยข่าวกรองและภัยของการก่อการร้าย โดยหยิบยกการที่มีผู้เล่นบางส่วนที่จงใจแพร่เชื้อ มาเป็นกรณีศึกษา เพื่อใช้รับมือภัยผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาวุธชีวภาพ
 
ในภาวะ COVID 19 เช่นนี้ การศึกษาเหตุการณ์ Corrupted Blood ก็ถูกนำมาใช้อ้างอิงและคาดคะเนพฤติกรรมมนุษย์ภายใต้ภาวะโรคระบาดอีกครั้ง เพื่อให้เข้าใจถึงเส้นทางการระบาด โดยอิงไปที่พฤติกรรมมนุษย์เป็นหลัก แม้ว่าในเกม ผู้ติดเชื้อมากสุดแค่ทำให้เกิดความรำคาญ ผู้เล่นสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้เสมอ แต่ในชีวิตจริง ที่ผู้เล่นคือคนจริงๆ มีป่วยและตายจริงๆ ยิ่งทำให้การระบาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเกมครั้งนี้ ถูกหยิบยกมาใช้ศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
 
 
สามารถรับฟังเวอร์ชั่นพอดแคสต์ได้ที่:
SoundCloud: https://bit.ly/34M6B9S
 
Apple Podcast: https://apple.co/2TMh3Im