BUSINESSบทบาทต่อไปของ A.I. ในฐานะ “ตัวช่วย” ของคนทำงานครีเอทีฟ

บทบาทต่อไปของ A.I. ในฐานะ “ตัวช่วย” ของคนทำงานครีเอทีฟ

ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ คือสิ่งที่เหล่ามนุษย์ภาคภูมิใจมาตลอด เพราะมันเป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์นั้นเรียกตัวเองว่าเป็น “สัตว์ประเสริฐ” และคงสถานะเหนือกว่าสัตว์สปีชีส์อื่นๆ บนโลกใบนี้ ซึ่งตลอดทั้งหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มนุษย์ได้ใช้ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์นั้น ประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยี นวัตกรรม และสร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นมามากมาย ตั้งแต่บทวรรณกรรมคลาสสิก ภาพยนตร์ เครื่องบิน มาจนถึงอินเทอร์เน็ต

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เทคโนโลยีนั้นได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ในหลากหลายแง่มุม เช่นการประยุกต์ใช้กระแสไฟฟ้าช่วยให้มนุษย์นั้นใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายขึ้น อินเทอร์เน็ตช่วยให้มนุษย์สามารถติดต่อกับคนในอีกซีกโลกได้ด้วยความรวดเร็ว รวมถึงหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในบางสายงานอีกด้วย

แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนามากเท่าไหร่ ก็ไม่เคยมีใครคิดว่ามันจะสามารถเข้ามาทำงานที่ต้องอาศัย “ความคิดสร้างสรรค์” ได้เลย แต่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ของคนทำงานสร้างสรรค์ในรูปแบบของ Data เท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้

Advertisements

เพราะในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีเองก็กำลังอยู่ในช่วงที่เปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีที่เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Aritificial Intelligence (AI) ที่เริ่มพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าใกล้เคียงฝีมือของมนุษย์มากทีเดียว โดยที่เราสามารถเห็นได้จาก AI อย่าง Open AI หรือ DALL-E2 ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงามและมีกลิ่นอายของความเป็นมนุษย์มากเหลือเกิน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมถึงเป็นการตั้งคำถามครั้งใหญ่ด้วยว่า AI กำลังจะเข้ามาทำงานเชิงสร้างสรรค์แทนที่มนุษย์ได้แล้วหรือยัง

แต่อันที่จริงแล้ว ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั้น ได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มานานแล้วพอสมควรต่างหาก

บทบาทของ AI ในอุตสาหกรรมงานสร้างสรรค์ ณ ปัจจุบัน

นี่อาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่น่าตกใจสำหรับบางคน แต่ว่าคนที่ทำงานอาชีพสายสร้างสรรค์หรือ Creative นั้นได้ทำงานร่วมกับ AI มานานพอสมควรแล้ว แต่อาจจะไม่ใช่รูปแบบหุ่นยนต์ที่ใครหลายคนนึกภาพไว้ แต่เป็นในรูปแบบของเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ช่วยให้การสร้างสรรค์งานต่างๆ ของพวกเขาง่ายขึ้นมากกว่า

ยกตัวอย่างโปรแกรมตัดต่อของ Adobe ที่เชื่อว่ามือตัดต่อหลายคนน่าจะรู้จักกับฟีเจอร์ต่างๆ อย่าง Content Aware Fill ของโปรแกรม Adobe After Effect หรือฟีเจอร์ Auto Ducking ของ Adobe Premiere และ Adobe Audition ซึ่งฟีเจอร์ทั้งหมดนี้นั้นล้วนแต่เป็นฟีเจอร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI เป็นตัวช่วยให้มนุษย์สามารถสร้างสรรค์งานของตัวเองได้ดีขึ้นทั้งนั้น

แต่อย่างไรก็ตาม AI ตอนนี้หลายบริษัทก็ไม่ได้มีการปิดกั้นถึงความเป็นไปได้ที่ AI นั้นจะสามารถเข้ามาทำหน้าที่บางส่วนของคนทำงานสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีได้พยายามทดสอบความเป็นไปได้นั้นอยู่เรื่อยๆ โดยสำนักพิมพ์ชื่อดังระดับโลกต่างๆ New York Times, Washington Post, และ CNN ก็ได้มีการทดลองนำ AI เข้ามาทำการรายงานข่าวแล้วเช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของการประยุกต์ใช้ AI เป็นอย่างมากเพราะไม่เคยมีใครคิดว่า งานเขียนนั้น จะสามารถถูก AI มาแทนที่ได้มากก่อน

โดย Washington Post ที่ได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์แบบ Hybrid ที่มีชื่อว่า Heliograf ขึ้นมา มีหน้าที่ในการติดตามการเลือกตั้งในเขตต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา และนำข้อมูลที่ได้มาเสนอข่าวอย่าง Real-time แต่สุดท้ายแล้ว ก็ยังต้องอาศัยฝีมือของนักข่าวที่เป็นคนจริงๆ เพื่อเข้ามาทำการปรับแต่งเนื้อหาเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ น่าอ่านมากขึ้น รวมถึงมีความเป็นมนุษย์สำหรับผู้ชมทั่วไปอีกด้วย

บทบาทใหม่ของ AI จะมา “ช่วย” แต่ไม่ได้มา “เชือด” คนทำงานครีเอทีฟ

คำถามที่ใหญ่ที่สุดในใจของคนทำงานสร้างสรรค์หลายๆ คนไม่ว่าจะเป็น นักเขียน นักข่าว กราฟิกดีไซเนอร์ หรือศิลปินก็คือ การใช้งานเทคโนโลยี AI นี้จะส่งผลกระทบมากแค่ไหนต่ออาชีพของพวกเขา รวมถึงความสามารถในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขานั้นยังมีความจำเป็นอยู่มากน้อยแค่ไหน

ถ้าให้ประเมินดูแล้ว ความเป็นไปได้ที่ AI นั้นจะมาทำหน้าที่แทนศิลปิน นักเขียน หรือกราฟิกดีไซเนอร์อย่างสมบูรณ์ภายในเวลาอันใกล้นี้คงจะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เนื่องจากว่างานส่วนใหญ่ที่ AI ทำนั้นก็ยังคงต้องการทักษะของมนุษย์ในการ “ปิดงาน” อยู่เสมอ โดยทางด้าน Taesu Kim CEO ของ Neosapience บริษัทสตาร์ตอัป AI สัญชาติเกาหลี นั้นบอกว่า AI ยังไม่สามารถทำงานเชิงครีเอทีฟแทนที่มนุษย์อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าต่อไปนี้ คนในแวดวงครีเอทีฟจะใช้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาทำงานง่ายขึ้นและประหยัดต้นทุนมากขึ้นนั่นเอง

Advertisements

ต่อให้เทคโนโลยีของ AI นั้นจะก้าวล้ำไปมากแค่ไหน การจะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นหนึ่งออกมาได้นั้นก็ยังต้องการมนุษย์ที่จะมาทำหน้าที่ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในระดับสูงอยู่ดี เช่น การพัฒนาไอเดีย การป้อนคีย์เวิร์ด การประเมิน การแก้ไขเรื่องละเอียดปลีกย่อยเพื่อทำให้งานสมบูรณ์ ในขั้นตอนสุดท้าย เพียงแต่ว่า AI นั้นจะช่วยทำให้พวกเขามีตัวเลือกในการตัดสินใจได้เยอะขึ้นภายในเวลาที่รวดเร็วขึ้น

ในเมื่อ AI นั้นทำหน้าที่ส่วนใหญ่ให้แล้ว สิ่งที่คนทำงานครีเอทีฟจะได้กลับมาก็คือ ทรัพยากรด้านเวลา และเงิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าเป็นอย่างยิ่งสำหรับ อุตสาหกรรมของการตลาดและโฆษณา เพราะมันแปลว่าพวกเขาสามารถเปิดตัวแคมเปญใหม่ได้ในพริบตา ครีเอทีฟโฆษณาสามารถใช้ AI ในการตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว

เพราะฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ความน่าจะเป็นในบทบาทของ AI นั้นคงยังไม่ใช่การมาทดแทนคนทำงานครีเอทีฟในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆ หากแต่จะมาเป็นบทบาทของ “ผู้ช่วย” เสียมากกว่า โดยที่เหล่าคนทำงานครีเอทีฟนั้นจะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ในการผลักดันและสร้างสรรค์ผลงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีก แถมยังสามารถใช้ AI มาเป็นตัวจุดประกายไอเดียเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ซึ่งก็จริงอยู่ว่าเทคโนโลยี AI นั้นจะมีความก้าวหน้าและดูคุกคามขนาดไหน คนทำงานสร้างสรรค์อาจจะยังไม่ควรหวั่นเกรงและปิดกั้นเทคโนโลยีนี้มากจนเกินไป ในทางกลับกันให้ลองคิดเสียว่ามันอาจจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ครีเอทีฟนั้นสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิมก็เป็นได้ และทุกคนเองสามารถมี AI เป็นตัวช่วยและเครื่องมือในการทำงานครีเอทีฟได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าลองใช้บริการของ Shutterstock ผ่านตัวแทนในประเทศไทย อย่าง Number 24 ที่จะช่วยให้เหล่าคนทำงานครีเอทีฟทุกคนนั้นทำงานง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นคลังเว็บไซต์รูปภาพที่รวบรวมรูปภาพประเภทต่างๆ ด้วยข้อมูลที่หลากหลาย ที่แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อใช้ AI ในการประมวลผลให้ได้ภาพที่ออกมาตรงใจเหล่าคนทำงานครีเอทีฟทั้งหลาย แถมยังสามารถแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายกันให้กับลูกค้าอีกด้วย ที่ผ่านวิเคราะห์อย่างเข้มข้นโดย AI ของ Shutterstock ที่จะทำให้ Ads โฆษณาด้านการเงินของคุณมียอดคลิกเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ Shutterstock ยังมีตัวช่วยที่เรียกได้ว่าสามารถแก้ปัญหาของชาวครีเอทีฟได้อย่างตรงจุด ด้วย Tools ที่มีชื่อว่า Predict ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่จะเป็นตัวช่วยสำหรับประกอบการตัดสินใจเวลาเลือกใช้ภาพมาทำงานครีเอทีฟต่างๆ เช่น ให้ข้อมูลว่าภาพไหนกำลังมาแรงหรือมีแนวโน้มว่าจะมีผลตอบรับที่ดีด้วย Shutterstock’s AI-powered ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนของ Creative Flow ซึ่งจะช่วยให้เหล่าคนทำงานครีเอทีฟนั้น สามารถมั่นใจได้ว่าจะผลิตคอนเทนต์ที่แข็งแรงและได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน

ซึ่ง Predict นี้เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่สามารถกำจัดปัญหาหนักอกภายในใจคนทำงานครีเอทีฟได้อย่างตรงจุดมาก เนื่องจากว่าเหล่าครีเอทีฟหลายคนนั้นยังคงทำงานด้วยพื้นฐานจากการ “คาดเดา” เป็นส่วนใหญ่ โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไอเดียของตัวเองนั้นจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ แต่ว่าด้วยตัวช่วยอย่าง Predict นั้น ปัญหาของการคาดเดาก็จะหมดไป และทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจนั่นเอง

ทั้งนี้ บริการของ Shutterstock ผ่านตัวแทนอย่าง Number 24 ยังมอบตัวช่วยให้อีกมากมายแบบฟรีๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากแพ็คเกจหลัก เช่น Showcase Search Tools ที่จะเป็นตัวช่วยในการค้นหาภาพต่างๆ ให้ออกมาอย่างแม่นยำและตรงกับที่เหล่าครีเอทีฟจินตนาการเอาไว้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางองค์ประกอบภาพ การ Reference ภาพต่างๆ จากอินเทอร์เน็ตและปริมาณ White Space บนภาพ ซึ่งจะมี AI ช่วยอำนวยความสะดวกตรงนี้ให้ด้วย

Colors Galore พาเลตต์สีหรือชุดคู่สีต่างๆ ที่จะช่วยให้ทำโปรเจกต์ของเหล่าครีเอทีฟมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยสีสันที่สวยงามที่ถูกคัดสรรมาให้แล้ว รวมถึงตัวช่วยต่างๆ อย่าง Creative Flow+, One-click background remover, Smart image resizer, Data-backed creative insights, และตัวช่วยอีกมากมายเลยทีเดียว

ถ้าหากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ Shutterstock.AI ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://number24.co.th/article/shutterstock-ai-aws หรือติดต่อ บริษัท นัมเบอร์ 24 จำกัด ผู้เป็นตัวแทนชัตเตอร์สต็อกอย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยที่ www.number24.co.th, Line OA: @number24

ที่มา:
– The Role Of AI In Creative Work : TJ Leonard, Forbes – https://bit.ly/3fN8BXm
– The future of creativity, brought to you by artificial intelligence : Taesu Kim, Venturebeat – https://bit.ly/3T88Gnz
– When AI Makes Art, Humans Supply the Creative Spark : Will Knight – https://bit.ly/3VkfnEs

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#Shutterstock
#ShutterstockThailand
#Number24Shutterstock
#Number24xShutterstock

 

Advertisements
Mission To The Moon
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า