BUSINESSอีกด้านของ AstraZeneca กับการดูแลคนไทยมานานกว่า 40 ปี

อีกด้านของ AstraZeneca กับการดูแลคนไทยมานานกว่า 40 ปี

การระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ เพราะเราไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย แต่ยังต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว โดดเดี่ยว และจำต้องเว้นระยะห่างจากคนรอบตัวที่มีความหมายต่อเรา

แต่ท่ามกลางความมืดมนนั้น ยังพอมีแสงสว่างแห่งความหวังอยู่บ้าง เพราะเราได้เห็นความมุ่งมั่นและความร่วมมือของวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ที่ได้ร่วมมือกันคิดค้นและพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพออกมาในเวลาที่รวดเร็วกว่าในอดีตมากๆ

ชื่อของบริษัทผู้พัฒนายาและวัคซีนทั้งหลายกลายเป็นชื่อสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ และหนึ่งในนั้นคือชื่อที่คนไทยคุ้นหูกันดี อย่าง “AstraZeneca”

แต่นอกจากวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว เรารู้อะไรเกี่ยวกับ AstraZeneca บ้าง

เรารู้กันไหมว่าจริงๆ แล้ว AstraZeneca ดำเนินธุรกิจในไทยมานานกว่า 40 ปี มีการคิดค้นยารักษาโรคอื่นๆ และอยู่เบื้องหลังโครงการมากมาย ที่ร่วมเสริมสร้างและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทย

วันนี้ Mission To The Moon จะพาผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอีกด้านของ AstraZeneca หรือบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้อยู่เคียงข้างคนไทยมานานกว่า 40 ปี ผ่านสรุปบทสัมภาษณ์กับคุณเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย

กว่าจะมาเป็น AstraZeneca

บริษัท AstraZeneca ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1999 จากการควบรวมกิจการของบริษัท Astra AB แห่งสวีเดนและบริษัท Zeneca Group แห่งสหราชอาณาจักร ปัจจุบัน AstraZeneca มีพนักงานมากกว่า 76,000 คน และมีสำนักงานกว่า 26 แห่งใน 16 ประเทศทั่วโลก

ส่วนในประเทศไทยนั้น AstraZeneca ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 โดยให้ความสำคัญในการคิดค้น พัฒนา จำหน่ายยา และมีการศึกษาวิจัยทางคลินิก รวมถึงทางบริษัทยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ชาวไทย นอกจากนี้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่ส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

แน่นอนว่าความสนใจของ AstraZeneca ไม่ได้มีเพียงแค่การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 เท่านั้น จริงๆ แล้วจุดมุ่งหมายหลักขององค์กรคือการเป็นผู้นำในการรักษา 4 กลุ่มโรค ดังนี้

1) CVRM (Cardiovascular, Renal, and Metabolism) : กลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือด ไต และเมแทบอลิซึม
2) Oncology : กลุ่มโรคมะเร็ง
3) Respiratory, Immunology, Vaccines and Immune Therapies หรือ RIVIT: กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบภูมิคุ้มกัน วัคซีน และภูมิคุ้มกันบำบัด
4) Rare Diseases : กลุ่มโรคหายาก

โดยองค์กรมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะพัฒนายาที่ “มีประสิทธิภาพ” และ “เข้าถึงได้ง่าย” สำหรับทุกคน

รู้จักกับโครงการของ AstraZeneca เพราะสุขภาพดีไม่ได้เริ่มต้นที่ยาเพียงอย่างเดียว

แม้ AstraZeneca จะมุ่งมั่นไปที่การพัฒนายาและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย แต่องค์กรเองก็ตระหนักดีว่า สุขภาพดีที่แท้จริงนั้นเริ่มจากการที่ประชาชนต้องมี “ความรู้ความเข้าใจ” ต่อเรื่องโรค และการเข้าถึง “การวินิจฉัย” โรคอย่างแม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ

AstraZeneca จึงร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการริเริ่มโครงการต่างๆ เช่น แคมเปญ “Making Health Happen” ที่ใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการนำองค์ความรู้มาเผยแพร่เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการป้องกันโรค โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเบาหวาน เป็นต้น ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขให้สามารถดูแลสุขภาพคนไทยได้อย่างทั่วถึง

ยิ่งไปกว่านั้น แคมเปญนี้ยังได้มุ่งเน้นการพัฒนาการดูแลสุขภาพทั้งของประชาชน (People) ชุมชน (Society) และโลก (Planet) ซึ่งเป็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดเป็นความยั่งยืนในระยะยาวทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและการมอบสิ่งดีๆ คืนให้กับประชาชนและโลกใบนี้อย่างแท้จริง

นอกจากนั้นแล้ว AstraZeneca ยังมีโครงการที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น โครงการ “ตรวจไว สู้ภัยมะเร็งปอด” ที่โฟกัสด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดตั้งแต่เนิ่นๆ ให้แก่คนไทยกว่าล้านคน โดยมีการนำ Artificial Intelligent (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรอง

หรือจะเป็นโครงการ “Young Health Program” ที่เน้นการป้องกันโรคไม่ติดต่อในเยาวชนอายุ 10-24 ปี ผ่านการสนับสนุนเรื่องการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเหล่านี้และปลูกฝังองค์ความรู้ให้แก่เยาวชน เพื่อที่พวกเขาจะได้มีข้อมูลในการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และแบ่งปันความรู้แบบ Peer-To-Peer Education หรือ การให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนรอบตัวต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว

ทั้งสามโครงการนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เพราะ AstraZeneca ยังมีโครงการดีๆ อีกมากมาย เพราะองค์กรมีความเชื่อว่าการที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพดี องค์กรต้องทำมากกว่าการพัฒนายา โดยเฉพาะขณะนี้ที่สังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว หากไม่มีการให้ความรู้ด้านโรคต่างๆ อย่างถูกต้อง รวมถึงหากขาดการส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน จะทำให้การจัดการระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องยากมากขึ้นในอนาคต

Advertisements
Advertisements

AstraZeneca ดูแลเราพร้อมกับดูแลโลก

นอกจากการดูแลสุขภาพคนไทยแล้ว AstraZeneca ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดย “ความยั่งยืน” คือสิ่งที่คุณเจมส์ ทีก ย้ำอยู่บ่อยครั้งตลอดการสัมภาษณ์

AstraZeneca เดินตามความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาพัฒนาทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนายา การทำงาน การผลิต และการขนส่ง แต่อีกด้านที่ AstraZeneca หวังว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยอย่างยิ่ง คือ ความยั่งยืน

โดย AstraZeneca มุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการด้านความยั่งยืน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ (Ambition Zero Carbon) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตลงให้ได้ 98% ภายในปี 2569 ผ่านการร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงผลกำไรและภาครัฐ ในการปลูกและดูแลต้นไม้กว่า 50 ล้านต้นทั่วโลก เพื่อสร้างออกซิเจนคืนให้แก่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนั้นแล้ว AstraZeneca ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กร “Carbon Negative” หรือองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบ ภายในปี 2573

โดยไม่ลืมที่จะดูแล “พนักงาน” คนสำคัญที่สุดขององค์กร

หนึ่งสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการสัมภาษณ์ คือ AstraZeneca ในภูมิภาคเอเชียได้รับรางวัล Top Employer ที่แสดงถึงการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม ถึง 2 ปีซ้อนด้วยกัน ซึ่งรางวัลที่ได้มานั้น เป็นผลมาจากความเอาใจใส่และให้ความสำคัญอย่างยิ่งขององค์กรที่มีต่อ “เพื่อนพนักงาน” ผู้เป็นเหมือนขุมพลังเบื้องหลังความสำเร็จขององค์กร

อย่างเช่นในช่วงแรกๆ ของการระบาดโควิด-19 ความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัวถูกจัดให้เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก มีการใช้มาตรการ Work From Home อย่างรวดเร็ว พร้อมกับการฉีดวัคซีนฟรีให้แก่พนักงานและคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง แม้ AstraZeneca จะเป็นองค์กรระดับโลก แต่ก็ตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเข้าใจดีว่า ชาวไทยจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ประกอบไปด้วยคนหลายเจเนอเรชัน การให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของคนในครอบครัวด้วยจึงเป็นเรื่องจำเป็น

และอีกหนึ่งในหัวใจหลักที่ AstraZeneca ยึดมั่นคือการ “Do The Right Thing” หรือทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งภายนอกองค์กรและ “ภายในองค์กร” อย่างเช่นการเอาใจใส่พนักงานครบทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้พนักงานเป็น Lifelong Learners หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ การสนับสนุนเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียม การสนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็น และการรับฟังอย่างเปิดกว้าง

ความใส่ใจทั้งในเรื่องเล็กๆ และเรื่องใหญ่ๆ รวมกันนี้เองทำให้ AstraZeneca เป็นองค์กรอันดับต้นๆ ที่คนอยากทำงานด้วย

แม้หลายๆ คนอาจเริ่มรู้จัก AstraZeneca เพราะวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว AstraZeneca เป็นมากกว่านั้น เราจะเห็นว่าเป้าหมายของ AstraZeneca ไม่ได้มีแค่การพัฒนายาหรือวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย แต่ยังรวมไปถึงการช่วยเสริมสร้าง พร้อมขับเคลื่อนระบบสาธารณสุข และช่วยดูแลสุขภาพคนไทยให้ดียิ่งขึ้น ไปพร้อมๆ กับการเอาใจใส่สิ่งแวดล้อม เพื่อให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของทุกคนดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ฟังบทสัมภาษณ์คุณเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/3w2ZiHP

Mission To The Moon X AstraZeneca

#AstraZenecaThailand
#Astrazeneca
#makinghealthhappen
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Advertisements
Mission To The Moon
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า