ปัญหาที่ธุรกิจต้องเจอในยุคที่ดิจิทัลเฟื่องฟู

621

อย่างที่เราทราบกันดีว่าบทบาทของเทคโนโลยีอย่าง ดิจิทัล ที่กำลังพัฒนาส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะตัวเราเองก็ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้บริโภคที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปเช่นกัน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 เข้ามาเร่งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เร็วมากขึ้น

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การปรับตัวของธุรกิจให้เท่าทันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ กลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจสมัยนี้ไปแล้ว เราสามารถเห็นได้ชัดเจนจาก จำนวนปริมาณของธุรกิจหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เริ่มมีการนำธุรกิจเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เมื่อมีการค้าขายออนไลน์สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์”

ข้อมูลจาก Digital 2020 Reports ได้ระบุถึงปัจจัยและสถิติของสื่อดิจิทัล สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันของคนไปอย่างมาก ผู้บริโภคนิยมใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับครอบครัว เพื่อน การติดต่องาน รวมไปถึงธุรกรรมทางการเงิน

แต่ที่น่าตกใจคือ ข้อมูลจาก GlobalWebIndex ได้ระบุไว้ว่า ประเทศไทยมีเปอร์เซ็นต์การซื้อของออนไลน์แต่ละเดือนสูงถึง 82% เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศอินโดนีเซีย 88% ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงการเติบโตและการเข้าถึงของผู้บริโภคในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ส่งผลให้การทำธุรกรรมการเงินไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking ที่ใช้สำหรับทำธุรกรรมทางโทรศัพท์มือ และ Internet Banking ที่ใช้สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร กลายเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากต่อธุรกิจที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในตอนนี้ Mobile Banking และ Internet Banking ในประเทศไทยมีการขยายตัวสูงขึ้นกว่า 72% และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอย่างมากในอนาคต

ถึงแม้ว่า ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทต่อภาคธุรกิจมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ปัญหาหนึ่งที่ภาคธุรกิจยังเผชิญอยู่คือ ความยุ่งยากของระบบ Internet Banking แบบเดิม ๆ

ปัญหาการใช้งานในระบบ Internet Banking ที่ธุรกิจต้องพบเจอ เช่น ปัญหาด้านการจ่ายเงิน ก็จะมีการอัปเดตข้อมูลหรือการโหลดข้อมูลของระบบที่มีความล่าช้า รูปแบบการทำรายการที่ยุ่งยาก ต้องเข้าเมนูหลายขั้นตอนซึ่งเกิดความยุ่งยากของผู้ใช้ หรือปัญหาการรับเงินที่ไม่ทราบว่าได้รับเงินผ่านช่องทางไหน และต้องเสียเวลาไล่ตรวจสอบ Statement หรือรายการที่ไม่ได้แสดงผลแบบเรียลไทม์ รวมถึงไม่สามารถเห็นภาพรวมทางการเงินของบัญชี ไม่สามารถที่จะส่งข้อมูลต่อให้ระบบอื่น ๆ ได้ และที่สำคัญคือ คนที่ทำธุรกิจยังคงต้องหอบเอกสารทางการเงินและเตรียมข้อมูล เข้า-ออกธนาคารอยู่

ในตอนนี้ก็เริ่มมีธนาคารที่ทำการพัฒนาระบบ และปรับปรุงระบบ Internet Banking ให้ครอบคลุมทุกการทำธุรกรรมและมีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายมากขึ้น อย่างในตอนนี้ก็มี Business ONE ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ จาก TMB

Business ONE ไม่ได้เป็นเพียง Internet Banking เท่านั้น แต่มาในรูปแบบของ Digital Business Management Platform ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารธุรกิจ และลดต้นทุนการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งความต้องการของทาง TMB คือ การให้ดิจิทัลเข้ามาเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดเล็กสามารถทำธุรกรรมการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านรูปแบบระบบที่สะดวกสบายต่อการใช้งาน และครบวงจรภายในระบบเดียว อีกทั้งยังสามารถช่วยให้เห็นรายละเอียดข้อมูลทางการเงินแบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน

Business ONE เข้ามาแก้ปัญหาและช่วยให้บริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง? แล้วดีกว่า Internet Banking ที่ใช้อยู่อย่างไร?

ปัญหาการจ่ายเงินของระบบ Internet Banking แบบเดิม คือ การทำรายการที่ยุ่งยาก ต้องเข้าเมนูหลายขั้นตอน ซึ่ง Business ONE ได้มีฟังก์ชัน Quick Menu มาให้ผู้ใช้สามารถจัดวางเมนูได้เองตามความต้องการ รวมถึงมีตัวช่วยในการแนะนำประเภทของการโอนจ่ายให้เหมาะสม ที่เรียกว่า Payment Assistant และไม่ต้องกลัวเรื่องการอัปโหลดไฟล์ช้าทำให้เสียเวลา เพราะมี Smart Import ช่วยให้ทำรายการจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำรายการอื่นไปด้วยได้ขณะที่อัปโหลดไฟล์อยู่

รวมไปถึงปัญหาเรื่องการรับเงินที่ข้อมูลไม่ได้ขึ้นแบบเรียลไทม์และเสียเวลาตรวจสอบรายการโดยการไล่ดู Statement ที่ไม่สามารถทราบว่าเงินที่ได้มาจากช่องทางไหน ทาง Business ONE ก็ปรับให้มีฟังก์ชัน Real-Time Update ที่สามารถแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้อย่างครบถ้วนได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะรับเงินจากใครผ่านช่องทางไหนก็ตาม อีกทั้งเพิ่มความสะดวกในการค้นหาด้วย Live Search ที่เพียงแค่พิมพ์คำที่ต้องการหา ไม่ว่าจะเป็นชื่อคู่ค้า จำนวนเงิน หรือ keyword อะไรก็ได้ ก็จะพบรายการที่ต้องการทราบทันที

และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ Business ONE เข้ามาช่วยในเรื่องการบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยฟังก์ชัน Smart Dashboard ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมการรับจ่ายเงินในรูปแบบกราฟตามช่วงเวลาที่ต้องการดู เพื่อวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจได้ทันตามสถานการณ์ และยิ่งไปกว่านั้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของทั้งธุรกิจที่ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน Business ONE ได้ออกแบบระบบเป็นแบบ Open API คือสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น HR Management ทำให้สามารถเห็นภาพรวมทั้งการจ่ายเงินเดือนและการบริหารทรัพยากรบุคคลไปด้วยได้ผ่านเพียงระบบเดียว ช่วยเพิ่มผลประโยชน์ของธุรกิจได้เป็นอย่างดี และทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจได้แบบมืออาชีพ

สรุปแล้ว Business ONE ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ ถือว่าเป็นเครื่องมือผู้ช่วยทางการเงินของภาคธุรกิจอย่างแท้จริง ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกของ Internet Banking แบบเดิม ๆ ของคนทำธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเชื่อมโยงการทำธุรกรรมการเงินแบบ Financial และ Non-financial ครบจบภายในที่เดียวเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

หากท่านใดสนใจและต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ tmbbank.com/missiontothemoon/fb หรือสอบถามได้ที่ Corporate Call Center โทร. 02-643-7000