BUSINESS8 เทรนด์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจในปีหน้า

8 เทรนด์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจในปีหน้า

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น ปี 2021 ก็จะหมดลงอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ใช่แค่ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่ความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคหลายๆ อย่างก็กำลังจะมาเช่นกัน หากคุณอยากเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ พร้อมกับแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้า คุณอาจจะต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณกันใหม่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง

ก่อนปี 2022 จะเริ่มต้นขึ้น ลองมาส่อง 8 เทรนด์ใหญ่ที่น่าจับตามอง ที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจกันเถอะ!

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 1: Chanel Digitalization and Expansion

ช่องทางดิจิทัลจะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นช่องทางหลัก

หลายๆ ธุรกิจถูกผลักให้เข้าสู่โลกดิจิทัลแบบเต็มตัว แต่ที่ผ่านมา ช่องทางดังกล่าวอาจเคยเป็นแค่ช่องทางเสริมเท่านั้น เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ แต่ปัจจุบัน ฟันเฟืองนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้บริโภคจำนวนมากต่างใช้ช่องทางดิจิทัลในการเชื่อมต่อกับธุรกิจ 

Advertisements

แบบสอบถามหนึ่งของ McKinsey Global พบว่า วิกฤติ COVID-19 ได้เร่งให้ธุรกิจจำนวนมากหันมาปรับใช้รูปแบบดิจิทัลเพื่อติดต่อระหว่างผู้บริโภคและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) จากเดิมที่ใช้ระยะเวลา 3-4 ปี มาเป็นเวลา 2-3 เดือน นั่นหมายความว่า ธุรกิจต้องมุ่งมั่นลงแรงไปที่การสร้างช่องทางดิจิทัลเป็นประตูแรกในการสื่อสารกับลูกค้าให้ดีขึ้น ดังนั้นธุรกิจต่างๆ ควรมุ่งเป้าที่ 3 สิ่งต่อไปนี้เป็นพิเศษ

  • สร้างแอปพลิเคชันที่เป็นสื่อกลางให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจได้ง่ายขึ้น
  • การใช้การตลาดแบบผสมผสาน (Omnichannel) เช่น Singapore Airlines ตัดสินใจร่วมมือกับ AOE ยกระดับสนามบินและร้านค้าต่างๆ ด้วยการผสมผสานประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์ ให้ลูกค้าสามารถช็อปปิง จองเที่ยวบินล่วงหน้า อัปเกรดเที่ยวบินได้แบบเรียลไทม์
  • ผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่มีขายแค่ในรูปแบบดิจิทัลอย่างเดียว เช่น E-book จาก Kindle หรือคอร์สสอนออนไลน์ต่างๆ
8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 2: The Cognification of Products and Services

สินค้าและบริการจะถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นไปอีก

ในทุกวันนี้ เราไม่ได้มีแค่ Smartphone ที่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ แต่ตอนนี้เรามี Smart TV ไปจนถึง Smart Home อุปกรณ์ทุกอย่างแทบจะรอบตัวเรากลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งสิ้น ที่มีสมองสำหรับคิดและสั่งงาน ใกล้เคียงกับคนที่ฉลาดๆ สักคนจริงๆ

นั่นเพราะ ชีวิตเราถูกรายล้อมไปด้วย AI และ IoT ที่เชื่อมต่อโลกไร้สายและอุปกรณ์สุดสมาร์ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เห็นได้จากจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากติดไว้ว่า “Smart” ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วลีของ Kevin Kelly ผู้บริหารและบรรณาธิการของนิตยสาร Wired ที่ว่า “การทำให้ผลิตภัณฑ์ฉลาดขึ้น (Cognifying)” ถูกใช้อย่างเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ตู้เย็น รถยนต์ ยันเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโรงงานต่างๆ 

ในความจริงแล้ว แม้การทำให้เซนเซอร์มีขนาดเล็กลงจะสามารถเปลี่ยนสินค้าทุกอย่างให้ดู Smart ไปหมด แต่ไม่ใช่ว่าแค่ Smart แล้วจะขายได้ AI ต้องมีความสามารถด้วย เช่น Amazon’s Echo Google Home หรือ Apple’s Siri ที่รองรับคำสั่งเสียงเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และมี AI สุดแสนฉลาดที่สามารถทำตามคำสั่งของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 3: Micro-moments and Personalization

ช่วงเวลาเล็กๆ ที่แสนสำคัญและการตอบรับความต้องการแบบเฉพาะบุคคล

ยุคนี้ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจก (Individualization) ทุกคนจึงล้วนอยากเป็นคนพิเศษและคาดหวังให้แบรนด์ต่างๆ เข้าใจตนเอง และสามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันได้ พวกเขาจึงนิยมสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ไม่ใช่สินค้าที่วางขายอยู่ดาษดื่นตามท้องตลาดเหมือนแต่ก่อน ซึ่งแปลได้ว่า ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่มีความหมายมากขึ้นจากแบรนด์ต่างๆ

นอกจากนี้ ผู้บริโภคไม่ค่อยมีเวลา และโฆษณาจากสินค้าต่างๆ ห้อมล้อมพวกเขาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงคาดหวังสินค้าที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังมองหาสินค้าหรือข้อมูลที่ตรงใจพวกเขาได้อาจดูเป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสของธุรกิจ Google เรียก “ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ผู้บริโภคได้สิ่งที่ตนมองหา” ว่า “ช่วงเวลาเล็กๆ (Micro-moments)”

Sephora เองก็ตระหนักถึงความสำคัญของช่วงเวลาเล็กๆ ของลูกค้า จึงผลิตแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบรีวิว และระดับคะแนนผ่านการสแกนสินค้าที่ต้องการ นอกจากนี้ แอปยังใช้ระบบ AR  ในการลองเครื่องสำอางเพื่อให้ลูกค้าทราบว่า สินค้าเข้ากับตนหรือไม่

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 4: Subscription and Servitization

การสมัครรับข้อมูลและการออกแบบบริการ

นอกจากการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านการทำผลิตภัณฑ์และบริการจำนวนมากให้ฉลาดขึ้น ธุรกิจต่างๆ ยังหันมาให้บริการผ่านการ Subscription อีกด้วย เช่น Netflix และ Spotify ที่ให้บริการผ่านการขายสื่อมีเดียต่างๆ แทนที่จะให้ลูกค้าซื้อแผ่นซีดี หรือ ดีวีดีเพื่อดูภาพยนตร์หรือฟังเพลง

เทรนด์ที่สำคัญนี้เป็นการขยับขยายจากธุรกิจแบบเดิมที่ผู้บริโภคซื้อสินค้า หรือบริการเฉพาะตอนที่พวกเขาต้องการ เข้าสู่ธุรกิจที่ผู้บริโภคสมัครรับสินค้าหรือบริการนั้นๆ ในฐานะความต้องการพื้นฐาน นอกจากนี้การบริการประเภท “เปลี่ยนสินค้าให้ใหม่แบบอัตโนมัติ (Auto-renewals)” สามารถทำให้ลูกค้ารักแบรนด์มากขึ้น แต่ธุรกิจยังได้รายได้ต่อไป เพราะตราบใดที่ลูกค้ายังได้ผลประโยชน์นี้ พวกเขาจะยังคงจ่ายเงินให้ธุรกิจต่อไปเช่นกัน

Advertisements
8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 5: Cutting Out the Middleman

การตัดพ่อค้าคนกลางออกไป

เราอาจรู้จักวิธีนี้กันดีในชื่อ “Disintermediation” หรือการกำจัดตัวกลางทางเศรษฐศาสตร์ เช่น ร้านค้าปลีก (Retailers) ผู้ค้าส่ง (Wholesalers) ผู้จัดจำหน่าย (Distributors) และนักโฆษณา (Advertisers) ออกจากห่วงโซ่อุปทานเพื่อเชื่อมธุรกิจถึงผู้บริโภคโดยตรง แบรนด์ต่างๆ จึงเลือกช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

อย่างเช่น Dell และ Apple ได้ก้าวข้ามการขายผ่านตัวแทนสู่การขายสินค้าต่างๆ ตรงสู่ลูกค้า โดยสามารถประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่น่าจดจำ และได้กำไรมหาศาล

ธุรกิจทั้งหมดต้องเริ่มคิดว่า จะใช้ทางใหม่ๆ ที่เชื่อมตรงถึงลูกค้าของพวกเขาอย่างไร และเทรนด์นี้ก็กลายเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่สำหรับธุรกิจตัวกลาง (Intermediary Organizations) เช่น ธนาคาร รวมถึงร้านค้าปลีกที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ซึ่งตอนนี้กำลังจะถูกกำจัดออกจากห่วงโซ่ธุรกิจแล้ว

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 6: From B2C to “All to All” (C2C)

จากธุรกิจถึงลูกค้า สู่ “ลูกค้าถึงลูกค้า”

ระบบเศรษฐกิจแบบลูกค้าสู่ลูกค้า (Customer-to-Customer : C2C) เป็นระบบที่ลูกค้าเชื่อมต่อถึงกันเพื่อสื่อสารหรือขายสินค้ารวมถึงบริการต่างๆ ซึ่งระบบนี้ทำให้เกิดธุรกิจประเภทแพลตฟอร์ม (Platform Business) เป็นจำนวนมาก เช่น Uber, Facebook และ Etsy ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายและปลอดภัยสำหรับลูกค้าในการทำธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้

ถึงแม้ธุรกิจของคุณไม่ใช่ธุรกิจประเภทแพลตฟอร์ม แต่เทรนด์นี้ก็ยังคุ้มค่า เพราะคุณอาจมีโอกาสได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม หรือแนะนำธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดจากการใช้แพลตฟอร์มเพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจ

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 7: More Immersive Experiences

เพิ่มประสบการณ์ให้มีมิติกว่าเดิม

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีนำความจริงมาต่อยอดอย่าง  Extended Reality (XR) เช่น การจำลองสภาพเสมือนจริง (Virtual Reality – VR) และการผสานโลกเสมือนเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง (Augmented Reality – AR) ที่ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและมีมิติให้ลูกค้าคนพิเศษของพวกเขาได้

75% ของลูกค้าในเจนเนอเรชันมิลเลนเนียล (Millennials) บอกว่า พวกเขาให้ค่ากับประสบการณ์มากกว่าสิ่งอื่นใด และนี่หมายความว่า แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าจะต้องทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าในการใช้บริการทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์เป็นที่น่าจดจำ 

เหมือน Lancôme ที่นำเทคโนโลยี XR มาสร้างร้านค้าเสมือนจริง เปิดประสบการณ์ให้ลูกค้าสามารถเข้าร้านค้าได้ภายในหนึ่งคลิก และยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าและพนักงานได้เหมือนเดินเข้าร้านค้าจริงๆ

8 เทรนด์ใหญ่

เทรนด์ที่ 8: Conscious Consumption

การบริโภคแบบมีจิตสำนึก

บางครั้งโลกถูกขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับกลุ่ม Extinction Rebellion ที่เรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจผลกระทบจากธุรกิจที่มีต่อธรรมชาติ หรือการเรียกร้องจากนักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่าง Greta Thunberg ผู้บริโภคหลายๆ คนมาถึงจุดที่ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ และสร้างจิตสำนึกของตนให้ใฝ่หาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ (Eco-friendly) และมีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงนี้ ดูได้จาก “Flygskam” หรือ “การรณรงค์ต่อต้านการเดินทางด้วยเครื่องบิน (Flight Shame)” ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2017 ณ ประเทศสวีเดน หลังจากทุกคนรู้ผลเสียของคาร์บอนไดออกไซด์จากการสันดาปของเครื่องบิน ประชาชนจำนวนมากหันมาใช้รถไฟเพื่อเดินทางแทนเครื่องบินที่ถึงแม้จะรวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือหลักฐานที่บอกว่า การบริโภคแบบมีจิตสำนึกกำลังจะกลายเป็นกระแสหลักของผู้บริโภคยุคใหม่

อ้างอิง
https://bit.ly/3FiMXBW
https://bit.ly/3kFNypw
https://bit.ly/30uAwUx
https://bit.ly/3kH36Js
https://bit.ly/3kDXBLq
https://bit.ly/30tyofr

#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast
#business

Advertisements

Lastest

Metaverse กับการช่วยเหลือจิตใจ มุมมองที่หลายคนอาจมองข้ามไป

“แต่จริงๆ แล้ว Metaverse อาจช่วยชีวิตคนก็เป็นได้” นี่อาจฟังดูเป็นประโยคที่เป็นไปไม่ได้จากอีลิตที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Metaverse สามารถทำให้เราเข้าใจและรับมือกับความเจ็บปวด ความเศร้าและอคติในสังคมได้มากขึ้น

Arcane ผลงาน ‘มาสเตอร์พีซ’ จากค่ายเกมที่ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม!?

เปิดจักรวาลความบันเทิงครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กับซีรีส์ที่หยิบยกเนื้อหามาจากเกม LoL (League of Legends) โดย Riot Games ค่ายเกมผู้ถูกตั้งแง่โดยแฟนๆ ว่า “ทำดีทุกอย่าง ยกเว้นเกม” แต่ตามทฤษฎีได้บอกไว้ว่า “เกมไหนกาก แปลว่าเกมนั้นดัง” ดังนั้นจึงไม่น่าห่วงอะไร (มั้ง!?)

ไม่แปลกที่จะ “แปลก” เมื่อความแปลกมีพลังกว่าที่คิด!

วันนี้ Mission To The Moon จึงอยากมาแนะนำหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าจะช่วยให้เรารับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ได้ดี กับหนังสือที่มีชื่อว่า “Weird: The Power of Being an Outsider in an Insider World” โดย Olga Khazan ที่จะมาเปลี่ยน “ความแปลก” ของเราให้กลายเป็นพลัง และสอนให้เราเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ไปดูเรื่องราวโดยสรุปของหนังสือเล่มนี้กัน