รีวิวหนังสือ: Together is Better : A Little Book of Inspiration

Together is Better : A Little Book of Inspiration
หนังสือ Together is Better : A Little Book of Inspiration
มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • หนังสือเล่มนี้อาจจะแตกต่างจากหนังสือที่เต็มไปด้วยคำคมตรงที่ ประโยคคำคมเหล่านี้ถูกมาร้อยเรียงกันจนเป็นนิทานได้ ซึ่งอันนี้ต้องขอชมคนเขียน ในส่วนที่สองของเล่มนี้เป็นการอธิบายเชิงลึกถึงประโยคต่างๆบางประโยคที่ผู้เขียนต้องการขยายความเพิ่ม

ตั้งแต่เห็นชื่อผู้เขียนก็หยิบมาโดยไม่ได้เปิดดูเนื้อหาข้างในด้วยซ้ำครับ เพราะผู้เขียนคือ ไซมอน ซิเนค (Simon Sinek) เจ้าของ TED talk อันโด่งดังที่ผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ดูกันมาหมดแล้วละ และยังเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีระดับ Bestseller อีกสองเล่มชื่อ ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม” (Start with Why) และ นำยังไง ได้ทั้งใจ ได้ทั้งงาน (Leaders Eat Last)

TED talk เรื่อง Start with Why ของ ไซมอน ซิเนค นี่ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะติด 5 อันดับ ของ TED talk ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลกด้วยครับ ตอนเปิดหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกหลังจากซื้อมาแล้ว ยอมรับว่าอึ้งไปเล็กน้อยเพราะมันมีความคล้ายหนังสือนิทานเด็กมาก

หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็นสองช่วงและช่วงแรกก็อย่างที่ว่าครับ เป็นเหมือนนิทานเด็ก นิทานที่เล่าเชิงเปรียบเทียบผ่านตัวละครสามตัว ที่อยู่ในสนามเด็กเล่น ที่เปรียบเทียบเป็นที่ทำงาน ที่มี เด็กเกเรที่ทำตัวเป็นเจ้าของสนามเด็กเล่น หรือเจ้านายบ้าอำนาจ และสามตัวละครนี้ต้องทำอะไรเพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

แต่ละหน้ามีตัวหนังสือไม่กี่บรรทัด ส่วนใหญ่เป็นคำที่คมๆหน่อย สามารถนำไปใช้ในพรีเซนเทชั่น แนวสร้างแรงบันดาลใจได้เลย

ยกตัวอย่างให้หน่อยละกัน

จากหน้าที่ 29
“เราจะประสบความสำเร็จมากขึ้น เมื่อเราไล่ล่าความฝัน แทนการแข่งขัน”
“We achieve more when we chase the dream instead of competition”

จากหน้าที่ 31
“ความปลอดภัยเป็นที่ ที่ดีสำหรับทางเท้า และสระว่ายน้ำ ชีวิตต้องการความเสี่ยง ถ้าเราต้องการจะไปที่ไหนก็ได้”
“Safe is good for sidewalks and swimming pools. Life requires risk if we are to get anywhere.”

จากหน้าที่ 38
“นักสร้างสรรค์เป็นคนที่มีความฝันชัดเจนมากกว่าความเป็นจริง ที่ดูเหมือนว่าเขาบ้าไปแล้ว”
“Innovators are the ones whose dreams are clearer than the reality that tells them they’re crazy.”

จากหน้าที่ 55
“ความสามารถของกลุ่มคนในการทำสิ่งที่น่าทึ่ง ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มคนนั้นมีความเป็นทีมมากแค่ไหน”
“The ability of a group of people to do remarkable things hinges on how well those people can pull together as a team”

จากหน้าที่ 77
“การทดสอบที่ดีที่สุดของอาจจะไม่ได้มาจากทางสู่ความสำเร็จ มันคือสิ่งที่เราทำด้วยความสำเร็จเมื่อเราพบมัน”
“Our greatest test may not come from the path we travel to success. Our greatest test is what we do with success once we find it.”

จากหน้าที่ 95
“ ความแข็งแกร่งที่แท้จริง คือความกล้าที่จะยอมรับความอ่อนแอ”
“True strength is the courage to admit weakness”

และประโยคที่ผมชอบที่สุดอยู่ที่หน้าที่ 47

“สิ่งที่เราได้ยินจะเป็นคำติหรือคำแนะนำ ขึ้นอยู่คำทัศนคติของเรา”
“When we are closed to ideas, what we hear is criticism. When we are open to criticism, what we get is advice.”

หนังสือเล่มนี้อาจจะแตกต่างจากหนังสือที่เต็มไปด้วยคำคมตรงที่ ประโยคคำคมเหล่านี้ถูกมาร้อยเรียงกันจนเป็นนิทานได้ ซึ่งอันนี้ต้องขอชมคนเขียน ในส่วนที่สองของเล่มนี้เป็นการอธิบายเชิงลึกถึงประโยคต่างๆบางประโยคที่ผู้เขียนต้องการขยายความเพิ่มครับ ช่วงนี้จะมีตัวหนังสือเยอะหน่อย

หนังสือเล่มนี้อ่านเอาขำๆก็โอเคครับ แต่ส่วนตัวถ้าให้เลือก ขอเอาเงินไปซื้อหนังสือของ ไซมอน ซิเนค อีกสองเล่มดีกว่าครับ