BOOK REVIEWรีวิวหนังสือ: การตลาด 4.0 | Marketing 4.0: Moving from Traditional to Digital

รีวิวหนังสือ: การตลาด 4.0 | Marketing 4.0: Moving from Traditional to Digital

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • หนังสือที่อ่านแล้วทำให้เข้าใจว่า ในยุคดิจิทัลที่อะไรก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว การทำการตลาดแบบเดิมๆไม่สามารถพาเราเดินไปในอนาคตได้แล้วจริงๆ
  • ผู้บริโภคยุคใหม่มีเวลาในการตัดสินใจจำกัด ทั้งยังต้องเจอกับโฆษณามากมาย พวกเขามีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเชื่อคำแนะนำที่น่าไว้ใจเช่นจากเพื่อนหรือครอบครัวของเขาแทน
  • ความภักดีต่อตราสินค้าในยุคนี้อาจไม่ใช่การจดจำและซื้อซ้ำ แต่เป็นการแนะนำสินค้านั้นให้คนอื่นต่อแม้จะไม่ได้กำลังใช้สินค้านั้นอยู่ก็ตาม

จริงๆ เห็นชื่อคนเขียนก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วครับ เพราะ ฟิลลิป คอตเลอร์ คือที่สุดของปรมาจารย์ด้านการตลาดคนหนึ่งของโลกแล้วก็ว่าได้

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมขีดไฮไลท์เยอะมากๆครับ บางหน้าขีดเกือบทั้งหน้า

เพราะว่าหนังสือเล่มนี้เนื้อหาค่อนข้างแน่นครับ และมันตรงกับคำถามที่ผมกำลังเจออยู่ ณ ปัจจุบันมากๆ

คำถามที่ว่านั่นก็คือ จะทำอย่างไรให้เวลาออกแคมเปญการตลาดของเราไปแล้วคุ้มค่าเงินที่สุด

Marketing 4.0 อ่านแล้วช่วยทำให้ผมคิดอะไรออกได้หลายอย่างครับ


การตลาดในยุคดิจิทัล

หนังสือเล่มนี้เล่าถึงหลักพื้นฐานของการทำการตลาดในยุคดิจิทัลที่ต้องยอมรับว่า อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว การทำงานแบบเดิมๆเริ่มใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป จริงๆในฐานะนักการตลาดคนหนึ่งต้องบอกว่าหลายเรื่องเราก็พอจะรู้กันอยู่แล้วล่ะ แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้เรา “ตระหนัก” มากยิ่งขึ้นว่า วิถีเดิมๆที่เราทำกันอยู่นั้นมันไม่สามารถที่จะพาพวกเราเดินไปในอนาคตได้แล้วจริงๆ 

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทฤษฏีและข้อเขียนหลายท่อนหลายตอนที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้จะไปอยู่ในพรีเซนเทชั่นของนักพูดทั่วโลกที่ต้องบรรยายเกี่ยวกับการตลาด และต้องถูกเอาไปขยายความต่อในหนังสือและตำราเรียนอีกหลายเล่ม เช่น บางส่วนที่คอตเลอร์เขียนไว้ในหน้า 59 ว่า

“ด้วยการการเปลี่ยนแปลงและการเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคมีเวลาจำกัดในการตัดสินใจและประเมินผลตราสินค้า จังหวะของชีวิตที่เร็วขึ้นและอายุความสนใจที่สั้นลง ผู้บริโภคเริ่มเจอกับความลำบากในการให้ความสนใจสิ่งต่างๆ และช่องทางที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ทำให้ผู้บริโภคต้องเจอกับทุกอย่างมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ คำมั่นสัญญาของแบรนด์ หรือการเชิญชวนให้ซื้อของ อีกทั้งข้อความเกินจริงของโฆษณา ทำให้ผู้บริโภคเพิกเฉยต่อข้อความเหล่านั้นบ่อยขึ้น และเปลี่ยนไปเชื่อคำแนะนำที่น่าไว้วางใจจากวงสังคมของเพื่อนหรือครอบครัวของพวกเขาแทน”

แค่ย่อหน้าสั้นๆแค่นี้ก็ทำให้นักการตลาดและผู้บริหารทั้งหลายต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานการตลาด งานโฆษณาและงานส่งเสริมการขายทั้งหมดไปเลย 

Advertisements

หรืออีกตัวอย่างหนึ่งจากหน้า 61 ของหนังสือเล่มนี้

นิยามใหม่ของ Brand Loyalty

“ในยุคก่อนการเชื่อมต่อ ความภักดีต่อตราสินค้าสามารถนิยามได้จากการจดจำและการซื้อซ้ำ ในยุคของการเชื่อมต่อ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์จะเป็นนิยามอันสูงสุดของความเต็มใจจะสนับสนุนแบรนด์ ผู้บริโภคอาจจะไม่ได้ต้องการซื้อสินค้าบางอย่างซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง (อาจเพราะวัฏจักรการซื้อสินค้าที่ยาวนาน) หรืออาจจะไม่สามารถซื้อซ้ำได้ (อาจเพราะสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวย) แต่ถ้าหากผู้บริโภคมีความสุขกับแบรนด์ เขาจะเต็มใจแนะนำสินค้านั้นต่อถึงแม้ว่าไม่ได้กำลังใช้อยู่ก็ตาม เส้นทางของการซื้อสินค้าแบบใหม่จึงอาจถูกจัดเป็นนิยามใหม่ของความภักดี”

อีกส่วนที่ผมคิดว่าเป็นแก่นสำคัญที่สามารถนำไปใช้ได้เยอะมากของหนังสือเล่มนี้คือเรื่องแนวทางการตัดสินใจของผู้บริโภค (customer journey) ที่อธิบายไว้อย่างละเอียดมากผ่าน 5 ขั้นตอนคือ รับรู้ (aware) > สนใจ (appeal) > สอบถาม (ask) > ลงมือ (act) > สนับสนุน (advocate) มีการพูดถึงวิธีการปรับจูนแต่ละขั้นของทางเดินผู้บริโภค (customer path) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์มากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่นักการตลาดและนักธุรกิจทั้งหลายต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

นอกจากนั้นยังมีคำอธิบายอย่างละเอียด ของภาษาเฉพาะของวงการการตลาด (marketing jargon) ทั้งหลายที่เราคงจะคุ้นเคยในการคุยกันของนักการตลาดทั้งหลาย อย่างคำว่า PAR: Purchase Action Ratio (สัดส่วนการตัดสินใจซื้อ) หรือ BAR: Brand Advocacy Ratio (สัดส่วนการสนับสนุนในตราสินค้า)

หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนกับตำราการตลาด 101 ในยุคดิจิทัล (Marketing 101 for Digital Age) ซึ่งสำหรับผม ผมคิดว่าเป็นหนังสือที่ “ควร” อ่านสำหรับคนที่ทำธุรกิจทั่วๆไปครับ และเป็นหนังสือที่ “ต้อง” อ่านสำหรับคนที่อยู่สายงานการตลาด


เขียนโดย: ฟิลลิป คอตเลอร์ (Philip Kotler) พร้อมด้วยเฮอร์มาวัน คาร์ทาจายา (Hermawan Kartajaya) และไอวาน เซเตียวาน (Iwan Setiawan)

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใครบ้าง: นักการตลาด ผู้บริหาร นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ และนักศึกษา เป็นต้น

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Rawit Hanutsaha
CEO : Srichand United Dispensary Co.,Ltd. CEO & Co Founder : Mission to the Moon Media Author , Podcaster , Speaker , Guest Lecturer

Related Articles

เรื่องของ e-Marketplace และตลาด SEA

บทเรียนน่าสนใจเกี่ยวกับ Global Marketplace Platform และตลาด SEA ในมุมมองของ CEO แห่ง Lazada

ช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้งกับแคมเปญ 11.11 Mega Sale กับเซ็นทรัล รีเทล

พักหลังเมื่อไม่กี่ปีมานี้ถ้าเราสังเกตดูกันดีๆ เราจะพบว่ามันมีวันที่อยู่ๆ ก็เป็นวันช้อปปิ้งสำคัญชองโลก มันมีที่มาที่ไปอย่างไร

รีวิวหนังสือ: Chasing Daylight

บทบันทึกของชายผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ Eugene O’Kelly ที่จะเตือนคุณแรงๆ ว่าวันนี้คุณเข้าใจจริงๆ หรือเปล่าว่าอะไรคือสิ่งสำคัญของชีวิต

Music Marketing ดีต่อแบรนด์อย่างไร

เชื่อมโยงอารมณ์ของลูกค้าเข้ากับแบรนด์ เพิ่มเอกลักษณ์และความเป็นตัวตน ด้วยการใช้กลยุทธ์ Music Marketing

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า