BOOK REVIEWรีวิวหนังสือ: Hit Maker

รีวิวหนังสือ: Hit Maker

มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • ทฤษฎี MAYA: Most Advanced Yet Acceptable (ทันสมัยมากที่สุดเท่าที่ยังยอมรับได้) อธิบายสาเหตุที่ทำให้สินค้าบางอย่าง “ฮิต” ขึ้นมาได้
  • มนุษย์เราชอบอะไรซ้ำๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกกระตุ้นด้วยการเปลี่ยนแปลง
  • การที่สินค้าเริ่มมีชื่อเสียงก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง เช่นหนังสือที่ได้รับรางวัลย่อมถูกคาดหวังจากผู้อ่านมากกว่าปกติ และก็นำมาซึ่งแนวโน้มที่จะผิดหวังได้ง่ายเช่นกัน
  • สินค้าหรือบริการบางอย่างที่เป็นที่นิยมมากเกินไปอาจสูญเสียความ “พิเศษ” และทำให้คนบางกลุ่มรู้สึกว่ามันไม่เจ๋งพอสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
  • ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่การันตีความสำเร็จได้

ใครสงสัยไหมครับว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เพลงบางเพลง หนังสือบางเล่ม ภาพบางภาพ หรือเกมบางเกม ดังขึ้นมาระดับโลกได้ ในขณะที่ของบางอย่างที่เรารู้สึกว่าคุณภาพใกล้กันมากๆ กลับแทบไม่มีใครรู้จัก

หรือทำไมสินค้าบางชิ้นตอนออกไปล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่มีสินค้าคล้ายๆกันออกแล้วดังเปรี้ยงปร้าง

นี่คือคำถามที่หนังสือเล่มนี้อยากจะหาคำตอบครับ 

เมื่อเอ่ยถึงชื่อเรย์มอนด์ โลวี่ (raymond loewy) หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเขาคือบิดาแห่งโมเดิร์นดีไซน์ของสหรัฐ ผู้ออกแบบตั้งแต่รถไฟหัวจรวด ที่กดน้ำอัดลมของโคคา โคลา ซองบุหรี่ที่มีจุดแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของลักกี้ สไตรก์ (Lucky Strike) รวมไปถึงต้นแบบของลวดลายบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ซึ่งเรย์มอนด์ออกแบบตั้งแต่สมัยของ JFK ที่แม้ว่าเครื่องบินจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ลวดลายของเครื่องบินยังคงถูกถ่ายถอดมาสู่ลำปัจจุบัน

เรย์มอนด์ โลวี่ เป็นคนนิยามทฤษฎีชื่อ MAYA: Most Advanced Yet Acceptable (ทันสมัยมากที่สุดเท่าที่ยังยอมรับได้) ซึ่งพูดถึงดุลภาพระหว่าง

  1. ความต้องการของคนที่จะต้องการจะตื่นเต้นกับของใหม่ และ
  2. ความต้องการที่จะรู้สึกอุ่นใจกับของที่คุ้นเคย

หาจุดที่พอดีได้เมื่อไร จะได้ของที่คนชอบและจะฮิตได้ครับ

ตัวอย่างที่เห็นชัดเลยก็อย่างเช่น รถไฟเป็นของที่เราคุ้นเคย แต่พอทำเป็นรูปแบบหัวจรวดมันดูทันสมัย เท่ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่รับได้ มันจึงฮิต ประมาณนี้ครับ 

อันนี้ผมลองมาคิดตาม เออ มันก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะเราลองมาดูของที่เรียกได้ว่าเป็นกระแสของโลกตั้งแต่ไอโฟนไปจนถึงสตาบัคส์ ถ้าจะคิดให้อยู่ในแนวคิดแบบนี้ก็ทำได้ (แต่จะเป็นการคิดจากผลไปหาเหตุรึเปล่าอันนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันครับ)

แล้วแนวคิดทำนองนี้สามารถนำไปใช้กับเรื่องอื่นได้ไหม เช่นเพลงเป็นต้น

เมื่อมาถึงเพลงแล้ว มนุษย์เราชอบฟังอะไรซ้ำๆ แต่จะถูกกระตุ้นด้วยการเปลี่ยนแปลง งงไหมครับ ถ้างงเราลองมาฟังการทดลองนี้ดูครับ

เราลองมาดูข้อมูลก่อนนะครับ 90% ของคนเวลาได้ฟังเพลงที่ชอบแล้วจะก็จะอยากฟังซ้ำอีก โดยถ้าเราดูข้อมูลจาก 100 อันดับเพลงในบิลบอร์ด เราจะพบว่าเมื่อไรที่เพลงดังแล้วมันจะดังอยู่ไปได้อีกนาน เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน?

แต่เรื่องการได้ยินเพลงซ้ำ อาจจะสามารถแปลความหมายได้ด้วยว่าคนเราอยากได้ฟังอะไรที่คุ้นเคยกับพวกเขา ความคุ้นเคยจะสามารถทำให้คนเราคาดเดาทำนองเพลงที่จะทำให้ฟังแล้วรู้สึกดีได้ประมาณนึง

Advertisements

เพื่อที่จะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงได้มีการทำการทดลองเรื่องเพลงกับหนู 

ถ้าเราเล่นโน้ต B ให้หนูฟัง ตอนแรกๆพวกมันจะตั้งใจฟัง แต่เมื่อมันเริ่มชินกับเสียงแล้ว มันจะเริ่มไม่สนใจฟัง แต่ถ้าเราเปลี่ยนแปลงเสียงเล็กน้อย เช่นเล่นโน้ตตัว C เข้าไป หนูจะกลับมาตั้งใจฟังอีกครั้งเพราะโน้ตใหม่ที่เราใส่เข้าไปนั้นไม่เพียงแต่เรียกความสนใจของหนูเท่านั้น แต่เมื่อเรากลับมาเล่นโน้ต B ใหม่หนูยังคงตั้งใจฟังอยู่ การเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียวอย่างการเดิมโน้ต C นั้นจะเป็นต่อการดึงความสนใจของพวกมันให้กลับมาฟังเพลงต่อ

ในการทดลองนี้ได้พิสูจน์ว่าแพทเทิร์นที่สามารถดึงความสนใจของหนูได้มากที่สุดคือ BBBBC-BBBC-BBC-BC-D ซึ่งคล้ายกับ โครงสร้างของเพลงป๊อปที่มีแพทเทิร์นพิมพ์นิยมแบบ verse-verse, chorus, verse-chorus, bridge

แม้มันฟังดูน่าแปลกแต่เราจะเห็นว่าแพทเทิร์นความนิยมของเพลงที่ชอบของซ้ำๆที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ของมนุษย์มีกระบวนการไม่ต่างจากหนูเลย

ถ้าหากเรามองแบบนี้จะพบว่าความชอบด้านเพลงของมนุษย์นั้นคล้ายกับความชอบด้านสิ่งของมาก คือตราบใดที่มีของใหม่นิดหน่อย เรายังชอบของเดิมๆและการเล่นซ้ำๆ

แต่การมีชื่อเสียงก็มีข้อควรระวังเช่นกัน 

ยกตัวอย่างเช่นมีการทำการศึกษาการตลาดโดยนักวิจัยการตลาดชื่อบัลลาสต์ โควาส (Balazs Kovacs) และอะแมนด้า เจ. ชาร์กี้ (Amanda J. Sharkey) เพื่อเข้าไปดูการรีวิวหนังสือในเว็บไซต์ goodreads.com ทั้งสองพบว่าหนังสือที่ได้รับรางวัลกลับได้การรับเรทที่ต่ำกว่าหนังสือที่ไม่ได้รับรางวัลที่คล้ายคลึงกัน 

จากการศึกษาพบว่าหนังสือที่ได้รับรางวัลนั้นได้รับความคาดหวังสูงจากผู้อ่าน และหนังสือที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ยังทำให้คนซื้อหลายๆคนที่เลือกซื้อโดยผู้ซื้อเหล่านั้นอาจจะไม่ชอบสไตล์ของหนังสือเล่มนี้ก็ได้ กลุ่มคนอ่านที่มีความชอบหลากหลายที่มาพร้อมความคาดหวังที่สูงย่อมมาพร้อมกับแนวโน้มที่จะผิดหวังได้ง่ายอย่างแน่นอน 

การศึกษานี้ยังได้พบกับสิ่งที่น่าใจมากขึ้นไปอีก ซึ่งการค้นพบนี้สามารถปรับใช้ได้กับหลายสินค้าและบริการ นั่นก็คือเมื่อหนังสือดังเกินไป คนบางกลุ่มที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักอ่านตัวจริง จะเริ่มรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นไม่ “เจ๋ง” พอสำหรับพวกเขาแล้ว มันสูญเสียความ “พิเศษ” ไปเลยไม่อ่านมันซะเลย 

เรื่องนี้เป็นจริงกับอีกหลายสินค้า ยกตัวอย่างเร็วๆตอนนี้ที่ผมคิดอีกคือ การกลับมาเป็นที่นิยมจากลูกค้ากลุ่ม A+ ของกระเป๋าอย่าง มัวน่าห์ (Moynat) เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มเบื่อที่แบรนด์อื่นๆ มีคนถือเต็มไปหมดแล้ว

โดยหนังสือเล่มนี้พยายามจะอธิบายประวัติศาสตร์เบื้องหลังของความสำเร็จของสินค้าและบริการสร้างๆที่สร้าง “ป๊อบคัลเจอร์” (pop-culture) ขึ้นมา

กล่าวโดยสรุป ก็พอจะบอกได้ว่า สินค้าหรือบริการไหนจะดังไม่ดังนี่มันไม่มีการอธิบายหรือสูตรตายตัวที่ชัดเจน (ไม่งั้นคงทำให้ดังกันได้หมดแล้ว) ในขณะที่เรื่องอย่างการได้มองเห็นบ่อยๆ (exposure) ความสมดุลระหว่างความใหม่และความคุ้นเคย (MAYA) แต่ท้ายที่สุดแล้ว โชคก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันด้วย เราสามารถสร้างโอกาสให้สินค้ามีความน่าจะเป็นในการสำเร็จมากขึ้น แต่เราไม่สามารถรับประกันความสำเร็จนั้นได้

Advertisements

Lastest

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงไหม? ในวันที่ “ต้นทุนชีวิต” (Socioeconomic Status) ต่างกัน

มีงานวิจัยหนึ่งจากสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ที่พบว่า เด็กจากครอบครัวที่ร่ำรวย (รายได้มากกว่าหรือเท่ากับ 3,595,500 บาทต่อปี) มีโอกาสเรียนจบได้มากกว่า 8 เท่าของเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1,129,380 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก National Student Clearing House ในปี 2020 ที่เผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้อัตราการเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ ลดต่ำจนถึงติดลบ 21.7% เพราะพวกเขาแบกรับค่าใช้จ่ายที่จะเรียนต่อไม่ไหว

From Pandemic to Endemic: เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าโควิด-19 กลายเป็น “โรคประจำถิ่น”?

จากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโอมิครอน ที่แม้จะก่อให้เกิดการติดต่ออย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแนวโน้มการก่อความรุนแรงลดลง ทำให้ทั่วโลกต่างออกมาคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเปลี่ยนไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด ซึ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากรูปแบบของโรคระบาดเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? | 5M EP.1086

จัดการกับความกลัวอย่างไรให้ได้ผล? ‘ความกลัว’ มีหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนกลัวความล้มเหลว บางคนกลัวสัตว์อันตราย หรือบางคนกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
Rawit Hanutsaha
CEO : Srichand United Dispensary Co.,Ltd. CEO & Co Founder : Mission to the Moon Media Author , Podcaster , Speaker , Guest Lecturer

Related Articles

รีวิวหนังสือ: Chasing Daylight

บทบันทึกของชายผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ Eugene O’Kelly ที่จะเตือนคุณแรงๆ ว่าวันนี้คุณเข้าใจจริงๆ หรือเปล่าว่าอะไรคือสิ่งสำคัญของชีวิต

รีวิวหนังสือ: Make Time: How to Focus on What Matters Every Day

10 หลักคิดเรื่องวิธีบริหารจัดการเวลาเพื่อเพิ่มความ productive ให้กับชีวิตการทำงาน ที่น่าสนใจจากหนังสือ Make Time

รีวิวหนังสือ: ทุกอย่างในชีวิต เริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ

เล่มนี้พูดถึงวิธีการจัดการความคิด วิธีใช้ชุดคำถาม Question Map และ Framework ในการเขียนแผนงานในแผ่นเดียว

รีวิวหนังสือ: 52 วิธีคิดให้ได้อย่างเฉียบคม และ 52 วิธีตัดสินใจไม่ให้พลาด

หนังสือทั้งสองเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการทำงานของสมองในการคิดมากยิ่งขึ้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า