รีวิวหนังสือ: Chasing Daylight

มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกจริงๆ ที่หนังสือบางเล่มจะมีความหมายกับเราเป็นบางช่วงเวลา

หนังสือชื่อ Chasing Daylight นี่มันอยู่ในชั้นหนังสือของผมมาเป็น 10 ปีแล้ว และผมก็เคยอ่านจบไปแล้วรอบนึง แต่ตอนนั้นไม่อินเลย แต่พอกลับมาอ่านอีกทีเมื่อไม่นานมานี้ผมพบว่านี่คือหนังสือที่ทำให้ผมคิดเรื่องลำดับความสำคัญของชีวิตใหม่ครับ

คือจะบอกว่าก่อนหน้านี้ก็จัดลำดับใหม่มาแล้วรอบนึง แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ อยากจัดให้ดีขึ้นไปอีก

หนังสือเล่มนี้เป็นบทบันทึกของผู้ชายชื่อ Eugene O’Kelly

ชื่อของ Eugene O’Kelly อาจจะไม่ได้คุ้นหูนัก แต่ถ้าบอกว่าเขาคือ Chairman และ CEO ของบริษัทระดับโลกอย่าง KPMG ทุกคนคงร้องอ๋อ ถึงเราอาจจะไม่ได้คุ้นชื่อเขา แต่ก็คงพอเดาได้ว่าเขาคนสำคัญของโลกธุรกิจคนนึง

Eugene O’Kelly อยู่กับ KMPG มาหลายสิบปี ค่อยได้ไต่เต้าจากตำแหน่งเล็กๆ ใน KPMG มาจนกระทั่งขึ้นมานั่งเป็น CEO ดูแลลูกน้องกว่า 20,000 คน ในวัย 53 ปี เขามีทุกอย่างที่คนคนนึงอยากมี

  • ครอบครัวที่น่ารัก
  • งานที่ไปได้ดีอย่างมาก
  • เขาพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังใหญ่ในนครนิวยอร์คและยังมีบ้านพักตากอากาศอีกหลายที่เขาเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเครื่องบินส่วนตัว
  • เขามีโอกาสทานข้าวกับ ประธานาธิบดีสหรัฐ​, Warren Buffett, Jeff Immelt ฯลฯงานที่เขาทำก็เป็นงานที่เขารัก แม้ว่าเขาจะยุ่งมากๆ เขาทำงานตลอดเวลา ทั้งกลางคืน วันหยุด ฯลฯ

แต่เขาไม่เคยไปงานโรงเรียนของลูกสาวเลย และเขามีโอกาสออกจากที่ทำงานมาทานข้าวเที่ยงกับภรรยาแค่สองครั้งเท่านั้นในรอบสิบปี

มีอยู่ครั้งนึงเขาต้องการจะได้สัญญาของวณธนกิจยักษ์ใหญ่ของโลกซึ่งประธานบริษัทที่มีอำนาจในการตัดสินใจนี้อยู่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเขามีเวลาเหลือไม่มากและลูกค้าก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เขาพยายามที่จะติดต่อขอพบกับลูกค้าคนนี้ แต่ลูกค้าไม่มีช่วงเวลาว่างเลย และเส้นตายก็งวดเข้ามาทุกที

เมื่อลูกค้าไม่สามารถว่างมาพบเขาได้เลย เขาก็เลยคุยกับเลขาของประธานบริษัทท่านนี้ แล้วถามว่าช่วงนี้เจ้านายจะเดินทางไปไหนบ้างไหม เธอเลยบอกว่ามีจะเดินทางสั้นๆ จาก Sydney ไป Melbourne

Eugene เลยถามว่าท่านประธานบริษัทนี่จะนั่งเก้าอี้เบอร์อะไร เลขาก็บอกไป

พอได้ข้อมูลเรื่องที่นั่ง เรื่องไฟล์ต เขาก็บินจาก New York ไป Sydney โดยใช้เวลาบิน 22 ชั่วโมง เพื่อขึ้นเครื่องบินต่อจาก Sydney ไป Melbourne ซึ่งเป็นไฟลต์ที่มีความยาวประมาณชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นเอง

บนเครื่องเขาได้นั่งคุยกับลูกค้าถึงข้อเสนอของ KPMG ทันทีที่เครื่องลงที่ Melboune เขาก็ร่ำลาลูกค้า แล้วขึ้นเครื่องบินอีก 20 กว่าชั่วโมงกลับไป New York ทันที

อีกไม่กี่วัน KPMG ก็เซ็นสัญญามูลค่ามหาศาลกับลูกค้ารายนี้ นี่คือความาหมายของการ “ทุ่มเท” ทำงานหนักของ Eugene O’Kelly

Eugene ในวัย 53 ปี กำลังอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต เขามีทุกอย่างที่คนทั่วๆ ไปอยากมีจริงๆ

จนกระทั่ง… วันนึงเขาไม่สบาย

เขาไม่ค่อยจะไม่สบายเท่าไรในชีวิตนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนยุ่ง แต่เขาก็ดูแลตัวเองดี ระวังเรื่องอาหาร หมั่นออกกำลังกายเสมอ และที่สำคัญคือเขานอนค่อนข้างเยอะด้วย 

การไปตรวจกับหมอจึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรซีเรียส 
จนกระทั่งผลออกมา

เขาเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย สุดท้ายชนิดที่หมอบอกว่า การทำคีโม หรือการฉายแสง คงไม่ได้ช่วยอะไรมาก หมอบอกว่าเขามีเวลาไม่กี่เดือนที่จะอยู่บนโลกใบนี้

Eugene O’Kelly ตกจากจุดสูงสุดของชีวิต

จะว่าไปสำหรับเขา นี่เหมือนการตัดสินโดยประหารชีวิต หลังจากตั้งสติยอมรับความจริงได้ว่านี่คือเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเขาจริงๆ เขาก็เริ่มมาจัดลำดับชีวิตใหม่ 

เรื่องงานที่เคยเป็นศูนย์กลางของชีวิตเขา เขาเคยทำงานอยู่ทุกวัน งานที่เคยเป็นสิ่งที่เขาทำตั้งแต่ตื่นจนหลับ

วันนี้คำว่า “งาน” มันไม่มีความสำคัญอะไรกับเขาเลย
มันไม่มีความสำคัญถึงขั้นว่าเขางงว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรไป

สิ่งที่ Eugene O’Kelly ใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำคือ 
การ “บอกลา” กับคนที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ เคยพบเจอกันมาในชีวิต

ติดต่อคนประมาณ 500 คนที่เขาเคยเจอ เคยทานข้าว เคยทำงานด้วย เคยตีกอล์ฟด้วย ตั้งแต่ คนรู้จัก, เพื่อนร่วมงาน, ลูกค้า, เพื่อนที่ห่างหายกันไป, รูมเมทสมัยเรียน, จนกระทั่งถึงเพื่อนสนิท ครอบครับ ลูกๆ และภรรยา 

เขาต้องการที่จะบอกว่าอะไรที่ทำให้คนเหล่านี้สำคัญ มีส่วนในชีวิตเขา และที่สำคัญคือเพื่อบอกลา ทั้งหมดมีปฏิกริยาที่แตกต่างกันออกไป

แต่ท้ายสุดแล้วทุกคนให้ค่ากับความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างนี่เองที่เป็นความหมายที่แท้จริงของ Eugene

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างนี่เองที่เป็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต

Eugene เคยสัญญาที่จะพาลูกสาวคนเล็กไปเที่ยวปราก เขาคิดมาตลอดว่าจะมีเวลามากมายที่จะพาเธอไป แต่วันนี้เขาไม่มีแรงพอที่จะพาเธอไปได้แล้ว

Eugene มีเครื่องบินส่วนตัวจอดรออยู่แค่ไม่กี่นาทีจากบ้านเขา พร้อมจะพาเขาและลูกสาวไปที่ไหนก็ได้บนโลกไปนี้ แต่เขาไปไม่ไหวแล้ว เขาได้แต่ฝากภรรยาของเขาให้เป็นคนช่วยสานต่อสัญญาที่เขามีกับลูกสาว ภรรยาของเขาสัญญาว่าจะพาลูกสาวไปปรากให้ได้ 

ครอบครัวของเขาตัดสินใจไปพักผ่อนที่บ้านตากอากาศที่ Lake Tahoe แทน

ที่นี่เองที่เขาได้บันทึกถึงวันที่ “ดีที่สุด” ในชีวิตของเขา

เป็นวันธรรมดาที่เขาได้ออกไปนั่งเรือ เรือที่ปรกติเขาจะเป็นคนขับ และลูกสาวนั่งที่หัวเรือ แต่วันนี้ลูกสาวเป็นคนขับ และเขาเองไปนั่งหัวเรือแทน

เขาหันมามองลูกและภรรยา แล้วหัวเราะกัน

Eugene บันทึกไว้ว่า ในเวลา 19,300 กว่าวันที่เขาอยู่บนโลกนี้มา

วันนี้ บนเรือ กลางทะเลสาบแห่งนี้

คือ “วันที่ดีสุด” 

หลังจากนั้น Eugene ก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และย้ายกลับมารักษาต่อที่บ้านที่นิวยอร์ค เขาจากไปอย่างสงบในวันที่ 10 กันยายน 2005

ผมคงเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ได้เท่านี้ เพราะเนื้อหาในหนังสือมันลึกซึ้งเกินกว่าที่จะมารีวิวแค่สองสามหน้าได้

ผมคงเพียงได้แต่บอกว่า ถ้ามีโอกาส ผมอยากให้ทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ 

ในตอนที่มันยังไม่สายเกินไป 

RIP Eugene O’Kelly