รีวิวหนังสือ: ทุกอย่างในชีวิต เริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ

หนังสือ ทุกอย่างในชีวิต เริ่มจากความคิดที่เป็นระเบียบ

หนังสือเล่มนี้พูดถึงเรื่องการจัดระเบียบความคิดครับ ซึ่งเป็นเรี่องที่สำคัญมากแต่เราอาจจะไม่ค่อยได้คิดถึงกัน เป็นหนังสือเล่มที่ผมอ่านจบแล้วทำให้การ brainstorm หรือการทำกลยุทธ์นั้นสนุกมากขึ้นเยอะเลยครับ

หนังสือเล่มนี้ทำให้เข้าใจว่าคนที่สามารถจัดระเบียบความคิดได้นั้น จะเป็นคนที่เข้าใจประเด็นหลักของข้อมูล, คิดอย่างเป็นหลักการ , มีกระบวนการการแก้ปัญหาที่ชัดเจน, มีการวางแผนล่วงหน้า เป็นต้น

ในขณะเดียวกันคนที่ไม่มีการจัดระเบียบความคิดนั้น จะคิดแบบวกไปวนมา, จับประเด็นหลักของเรื่องไม่ได้, คิดจุกจิก, ไม่สามารถเรียงกระบวนการการแก้ปัญหาได้, ลงมือทำแบบไม่วางแผน เป็นต้น

เครื่องมือที่ใช้ในการจัดระเบียบความคิดนั้นมีหลายอย่างครับ ที่ได้กล่าวถึงในหนังสือมี Mandala Art, Logic Tree, Mindmap ซึ่งหลายอย่างเราอาจจะคุ้นๆ ว่าเคยใช้ แต่หนังสือเล่มนี้ได้ทบทวนหลักการให้เป็นอย่างดีครับ

ที่ผมชอบมากๆ คือมีการเปรียบเทียบการใช้วิธีคิดแบบ ใช้ปากกากับกระดาษ กับแบบดิจิทัลด้วยว่าอะไรมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร

แต่อันที่ผมชอบที่สุดเห็นจะเป็นเรื่อง question map ครับ

Question Map หรือที่ในหนังสือเรียกว่า แผนที่คำถาม เป็นการใช้คำถามเข้ามาในการจัดระเบียบความคิด มีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อ คือ

  1. คำถามทำให้สมองตื่นตัว เพราะเมื่อต้องตอบคำถาม สมองส่วนหน้าจะตื่นตัวอยู่และอยู่ในสภาพพร้อมคิดสร้างสรรค์​ 
  2. คำถามเป็นแหล่งกำเนิดของจินตนาการ ของเจ๋งๆ บนโลกใบนี้มักเกินจากคำถามที่ว่า “ฉันจะทำสิ่งนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร” หรือ “เราจะแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ได้ยังไง” เป็นต้น 
  3. คำถามทำให้ได้คำตอบที่ต้องการ 
  4. คำถามทำให้ช่วยคิดได้หลากหลายมุม 
  5. คำถามช่วยให้คิดได้อย่างเป็นรูปธรรม

การตั้งคำถามโดยใช้ who, what, when, where, how, why จะช่วยให้เรามองเห็นเรื่องๆ ต่างได้มากมาย

เช่น ถ้าถามเรื่องเกี่ยวกับสมุด เราสามารถตั้งคำถามได้ว่า

Where = สมุดใช้ที่ไหน
Who = ใครซื้อสมุด
Why = ซื้อสมุดทำไม
What = สมุดทำขึ้นมาอย่างไร
When = สมุดใช้เมื่อไร
How = สมุดใช้อย่างไร

ถ้าหากใช้หลักแบบนี้คือ “ สมุด (คำนาม ) ​+ ใช้ (คำกริยา) + “who what when where why how”

เท่านี้เราก็ตั้งได้เป็นร้อยๆ คำถาม

ตอนอ่านบทนี้จบ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมบางคนถึง brainstorm ไอเดียออกมาได้เยอะกว่าคนอื่นแบบน่าตกใจ ซึ่งถ้าใครสงสัยเรื่องนี้เหมือมผม หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้ครับ

อีกบทที่ผมชอบมากคือ วิธีเขียนแผนงานในหน้าเดียว ซึ่งพออ่านจบผมลองนำมาใช้จริงเลยครับ วิธีเขียนแผนงานในหน้าเดียวทำแบบนี้ครับ

  1. หัวข้อของแผนงานคืออะไร
  2. เนื้อหาที่อยากจะพูดแบบสั้นๆ
  3. ทำไมถึงวางแผนนี้
  4. อะไรคือสิ่งที่คาดหวังว่าจะได้จากแผนงานนี้ 
  5. สิ่งที่อยากได้เป็นรูปธรรมชัดเจนและวัดผลได้
  6. งบประมาณที่ต้องใช้
  7. จะดำเนินการอย่างไร

Framework นี้สามารถนำไปใช้กับเรื่องการจัดความคิดให้สั้นง่ายและจบในกระดาษแผ่นเดียวได้เลยครับ

หนังสือเล่มนี้ผมชอบมากครับ เพราะว่ามีเรื่องที่หยิบจับไปใช้งานได้เลย หรือนำไปสอนคนอื่นต่อก็ได้สบายครับ

ใครหาหนังสือแนวคู่มืออยู่เล่มนี้ต้องไม่พลาดครับ