5 สิ่งที่คนฝันอยากทำเพื่อผู้อื่น

รูปภาพจาก Number 24 x Shutterstock.com
มีเวลาไม่เยอะอยากอ่านสั้นๆ
  • ถ้าไม่ติดเรื่องเงินหรือเงื่อไขอื่นๆในชีวิต คนส่วนมากอยากมีชีวิตที่ได้อยู่เพื่อช่วยเหลือคนอื่น
  • หลายคนอยากช่วยเหลือเรื่องการศึกษา คือผลักดันให้เด็กๆรู้จักตัวเองผ่านกิจกรรม
  • บางคนอยากทำบ้านผักคนชราที่นอกจากดูแลสุขภาพร่างกายแล้วยังมองไปถึงการสร้างความสุขให้พวกเขาด้วย
  • คนรักการอ่านหลายคนอยากทำห้องสมุดเพื่อแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างกัน
  • หลายคนฝันอยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
  • บางคนอยากทำศูนย์เรียนรู้ตามความสนใจ เพราะอยากแบ่งปันความรู้ของตัวเองให้เกิดประโยชน์

“ถ้าไม่ติดเรื่องเงินหรือเงื่อนไขอื่นๆ ในชีวิต คุณฝันอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง?”

คุณเคยตั้งคำถามอะไรแบบนี้ในชีวิตบ้างไหมครับ ผมเคยประจำ วันหนึ่งผมเลยสงสัยว่าคนอื่นเขาตอบคำถามนี้ยังไงกันบ้าง พอสงสัย ..ก็ถามครับ

เดือนก่อน ผมจัดกิจกรรมชวนคนในเพจมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หัวข้อหนึ่งที่ผมชวนคุย ก็คือถามเรื่องนี้แหละ ปรากฎว่ามีคนมาตอบประมาณ 100 กว่าคนได้ครับ และ 70-80% ของความคิดเห็นทั้งหมด เป็นความฝันเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนอื่นครับ 

ซึ่งน่าสนใจมากๆเลยครับ เพราะนั่นหมายความว่า ถ้าไม่ติดเงื่อนไขอะไรในชีวิตแล้ว จริงๆแล้วคนจำนวนมากอยากมีชีวิตที่ได้อยู่เพื่อช่วยเหลือคนอื่น

โดยเมื่อเอาความคิดเห็นต่างๆมาแตกย่อยออกไปแล้ว ผมก็พอจะจัดหมวดหมู่เรื่องที่คนอยากช่วยเหลือคนอื่นได้ประมาณ 5 กลุ่มครับ 

1. การศึกษา

มีหลายท่านแสดงความคิดเห็นว่า อยากทำโรงเรียน หรือไม่ก็อยากเป็นครู แต่ไม่ใช่โรงเรียนหรือครูตามสถานศึกษาทั่วๆไปนะครับ หลายท่านบอกว่าอยากมุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้เด็กๆได้รู้จักตัวเอง ให้ได้ลองทำกิจกรรมอะไรหลายๆอย่าง เช่น ถ้าอยากเป็นนักดนตรี ก็จัดค่ายเพลงจริงๆขึ้นมาเพื่อฝึกให้เด็กเข้าใจกระบวนการทำดนตรี ว่าง่ายๆคืออยากช่วยให้เด็กได้รู้ว่าตัวเองถนัดหรือชอบอะไร เพื่อจะได้ส่งเสริมให้ถูก

ซึ่งเดาว่าหลายท่านคงจะมองเห็นปัญหาการศึกษาในบ้านเราคล้ายๆกัน คือ การศึกษาไม่ค่อยเอื้อหรือส่งเสริมให้เด็กได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ผลที่ตามมาคือ เราได้วิศวกรที่ไม่ชอบงานวิศวกรรม เราได้นักกฏหมายที่จริงๆแล้วชอบและเก่งศิลปะมากกว่า ซึ่งคนแบบนี้มีอยู่เต็มไปหมด นอกจากบุคลากรที่ทำงานจะไม่ตรงกับความถนัดแล้ว ยังนับเป็นการเสียโอกาสของสังคมที่จะได้ประโยชน์จากศักยภาพที่แท้จริงของคน และยังไม่นับเรื่องความสุขของเจ้าตัวอีกนะครับ ที่ต้องทนทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับตัวตนของตัวเอง

2. ผู้สูงอายุ

นอกจากเรื่องโรงเรียนแล้ว ก็มี 2-3 ท่านที่บอกว่า อยากทำบ้านพักคนชรา ที่ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับดูแลสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการสร้างความสุข ซึ่งก็คล้ายๆกับเรื่องโรงเรียนครับ คือ มีการจัดกิจกรรมต่างๆขึ้นมาให้ผู้สูงอายุ เพื่อตอบสนองให้คนชราที่มีความชอบหลากหลาย ได้มีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองมีความสุข เช่น ทำอาหาร ทำงานฝีมือ ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ

ซึ่งผมว่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดี เพราะนอกจากเยาวชนแล้ว ผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งประเทศเรากำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุด้วยแล้ว การที่มีคนมาช่วยคิดเพื่อเตรียมการเรื่องนี้เยอะเท่าไรยิ่งดีครับ

3. หนังสือ 

นอกจากเรื่องการศึกษา อีกเรื่องที่มีคนพูดถึงมากพอๆกันก็คือเรื่องการอ่านครับ หลายท่านฝันอยากทำห้องสมุด อยากทำร้านหนังสือ อยากเขียนหนังสือ หรือทำโครงการแลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างกันเพื่อให้หนังสือที่อยู่ในบ้านแต่ละคนเกิดประโยชน์สูงสุด ดีกว่าทิ้งไว้เฉยๆ ซึ่งในฐานะที่ผมก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นดีเห็นงามด้วยมากๆครับ เพราะการอ่านหนังสือช่วยเปิดโลก เปิดมุมมองชีวิตที่เราอาจไม่สามารถไปสัมผัสด้วยตัวเองได้ นอกจากนี้การอ่านหนังสือดีๆสักเล่ม บางครั้งก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคนเราไปได้เลย ผมเลยเดาว่าหลายท่านคงคิดคล้ายกันว่า ถ้าสังคมเราเป็นสังคมส่งเสริมการอ่าน หรือมีหนังสือดีๆ ที่ตั้งใจทำออกมาเยอะๆ สังคมเราก็จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ตามไปด้วย 

4. ผู้ด้อยโอกาส

หลายท่านมีความฝันที่อยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือช่วยคนกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครมองเห็นได้มีทางเลือกชีวิตที่ดีขึ้น อย่างความคิดเห็นหนึ่งที่ผมประทับใจ คือมีท่านหนึ่งบอกว่า ฝันอยากทำหอพักราคาถูกในกรุงเทพฯ เหตุผลก็เพราะอยากให้เด็กต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้อยู่พักหอพักราคาถูกและปลอดภัย เพราะสมัยก่อนตนก็เคยเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ต้องมาหาหอพักในกรุงเทพฯ แต่สู้ราคาไม่ค่อยไหว

ซึ่งตอนผมอ่านความคิดเห็นนี้ ผมก็นึกขึ้นได้ว่า

การที่เราเคยตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก มันช่วยให้เราเห็นปัญหานั้นได้ชัดกว่าคนอื่นๆ

และผมยังเชื่อด้วยว่า หลายคนที่ลุกมาทำอะไรเพื่อผู้อื่น มีจำนวนไม่น้อยที่เคยลำบากเรื่องนั้นมาก่อน พอวันหนึ่งที่ตัวเองหายลำบากแล้ว ก็เลยอยากช่วยคนที่ตกอยู่ในภาวะแบบนั้น 

หรือบางท่านอาจไม่ได้ประสบความทุกข์ยากนั้นด้วยตัวเอง แต่มีชีวิตใกล้ชิดกับปัญหา ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำ เช่น ท่านหนึ่งเขียนว่า

“อยากเปิดบริษัทที่นำเข้ายากำพร้า หรือยาที่มีความต้องการใช้ในปริมาณน้อยๆ เข้ามาขายในประเทศครับ เพราะจากงานที่ทำ ทำให้รู้ว่ายาเหล่านี้ไม่มีความคุ้มค่าทางธุรกิจทั้งในการจำหน่ายและนำเข้า แต่คนที่ต้องการใช้นั้นคือชีวิตของเขา”

ตอนผมอ่านความคิดเห็นนี้ ก็ยังเซอร์ไพรส์ไปด้วยนะครับ เพราะหากท่านนี้ไม่เขียนเล่าเรื่องนี้ ผมก็คงไม่ทันได้เอะใจฉุกคิดว่า ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งของสังคมเหมือนกัน

5. ศูนย์เรียนรู้

อันนี้จะเป็นอารมณ์ประมาณสำนักวิชา อยากทำศูนย์เรียนรู้ ซึ่งจะเป็นศูนย์เรียนรู้อะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสนใจหรือความใกล้ชิดของแต่ละท่าน เช่น บางท่านบอกอยากทำศูนย์ปฏิบัติธรรม บางท่านบอกอยากทำศูนย์ฝึกอาชีพ เพราะอยากส่งเสริมให้คนมีทักษะอาชีพไว้เลี้ยงตัวได้ บางท่านบอกอยากทำศูนย์เรียนรู้การเกษตร เพราะอยากติดอาวุธให้เกษตรกรต่อยอดเพิ่มรายได้ได้ หรือบางท่านมาจากสตาร์ทอัพ ก็บอกอยากทำศูนย์เรียนรู้หรือฝึกอบรมให้กับสตาร์ทอัพ

ว่าง่ายๆคือ หลายท่านอยากช่วยเหลือสังคมด้วยการแบ่งปันความรู้หรือทักษะที่ตัวเองมีให้เกิดประโยชน์ครับ


และนี่ก็คือ 5 เรื่องที่มีคนตอบเข้ามาเยอะ ถึงแม้ความคิดเห็นเหล่านี้จะไม่สามารถสะท้อนความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในสังคมจริงๆได้ตามหลักสถิติ แต่ผมคิดว่ามันก็พอเป็นภาพสะท้อนเล็กๆให้เห็นได้ครับ ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความฝันอยากทำอะไรเพื่อสังคม เพื่อคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจมากเลยนะครับ ผมเลยอยากมาเล่าให้คุณได้ดีใจด้วยกัน 🙂  

ผมหวังว่าทุกท่านที่ฝันจะได้ทำเรื่องเหล่านี้ และวันหนึ่ง ความฝันจะเป็นจริงนะครับ

ปล. ท่านสามารถอ่านความคิดเห็นของท่านอื่นๆ ต่อได้ที่ลิงก์นี้ครับ https://goo.gl/QRFDB2