INSPIRATION เมื่อคนรุ่นมิลเลนเนียลนิยมจ่ายเงินเพื่อซื้อ “ประสบการณ์ชีวิต”

เมื่อคนรุ่นมิลเลนเนียลนิยมจ่ายเงินเพื่อซื้อ “ประสบการณ์ชีวิต”

คนรุ่นมิลเลนเนียล (Millennials) หรือเรียกอีกชื่อว่า Gen Y คนกลุ่มนี้มีอายุ 18-34 ปี ในตอนนี้กลุ่มมิลเลนเนียลถือว่าเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนเยอะที่สุดทั้งในสหรัฐอเมริการวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
 
พฤติกรรมของคนรุ่นมิลเลนเนียลเป็นอย่างไร?
 
จากข้อมูลของ TCDC ในบทความ “เจาะเทรนด์โลก 2021 Reform this Moment” ได้กล่าวว่า พฤติกรรมของชาวมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มคนที่ติดโซเชียลหนักมาก แต่ไม่สามารถเลิกเล่นได้ จึงทำให้คนกลุ่มนี้ชอบออกไปเดินเล่น ถ่ายรูปตามคาเฟ่และอัปลงโซเชียลในวันหยุดเป็นประจำ
 
คนรุ่นมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มที่มีช่วงอายุรอยต่อระหว่างวัยเรียนและเริ่มเข้าสู่ชีวิตทำงาน ทำให้คนที่มีอายุ 25 ปี ขึ้นไป จะถูกเรียกว่า Old Millennial และจากรูปแบบการทำงานของสังคมและเศรษฐกิจสมัยนี้ส่งผลให้กลุ่ม Old Millennial เกิดความเครียดจากที่ทำงานค่อนข้างมาก
 
จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวมิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาวะมากที่สุด จนกลายเป็นกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนตลาดด้านสุขภาพและอาหาร รวมไปถึงการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel ที่ไม่พึ่งไกด์นำทาง แต่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่และบรรยากาศเพื่อปรับสมดุลของจิตใจ ร่างกาย จากชีวิตการทำงานที่มีความเครียดและความกดดันสูง
 
คนรุ่นมิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับอะไร?
 
งานวิจัยของ Eventbrite นักวิจัยชื่อว่า Harris ได้ทำการศึกษาคนรุ่นมิลเลนเนียลในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลกว่า 8 ใน 10 ให้ความสำคัญและยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ “ประสบการณ์ชีวิต” เป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น งานปาร์ตี้ คอนเสิร์ต งานศิลปะ หรืองานเทศกาลต่างๆ มากกว่าการตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนัก เพื่อซื้อบ้านและรถ เหมือนคนรุ่นก่อนๆ
 
การติดโซเชียลก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นมิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า FOMO ที่ย่อมาจาก The fear of missing out หรือ ความกลัวที่จะพลาดบางสิ่งบางอย่างไป เช่น รู้สึกกลัวว่าจะพลาดการปาร์ตี้, กลัวว่าจะพลาดประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจไป เพราะจากรายงานกล่าวว่า คนกลุ่มนี้ชื่นชอบการบันทึกความทรงจำ รวมถึงชอบการแบ่งปันประสบการณ์ลงโซเชียลเพื่อสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ขึ้นมา
 
โอกาสสำคัญของโลกธุรกิจ
 
จากพฤติกรรมและช่วงอายุของกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น กำลังบ่งบอกเราว่าในตอนนี้กลุ่มคนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่มาจากคนกลุ่มนี้ แต่ด้วยพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิม ส่งผลให้ตอนนี้ธุรกิจหรือแบรนด์ต้องมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ว่าในตอนนี้เรามีรูปแบบธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนมิลเลนเนียลอยู่หรือเปล่า?
 
เพราะสิ่งสำคัญคือ ธุรกิจต้องเปลี่ยน “สินค้า” ของตัวเองให้กลายเป็น “ประสบการณ์” หรือใส่เอกลักษณ์ความเป็นคนรุ่นนี้เข้าไป เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของชาวมิลเลนเนียลมากขึ้น เช่น แบรนด์แฟชั่น อาจจะมี Collaboration กับศิลปินวงดนตรีหรืองานศิลปะ โดยใส่ลวดลายหรือการออกแบบลงบนเสื้อผ้าเพื่อโยงเข้ากับประสบการณ์ให้ลูกค้าสามารถใส่ไปงานคอนเสิร์ตหรือเก็บเป็นผลงานที่ระลึกได้
 
ยกตัวอย่างธุรกิจที่มีชื่อเสียงอย่าง Virgin Galactic บริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่ก่อตั้งและได้รับการสนับสนุนโดย Sir Richard Branson ได้เปิดเที่ยวบินให้ผู้คนสามารถท่องเที่ยวอวกาศได้ ซึ่งในตอนนี้อยู่ระหว่างการทดสอบและคาดว่าน่าจะสำเร็จในปีนี้ ถือว่าเป็นธุรกิจที่เปลี่ยนสินค้าหลักให้เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของคนได้อย่างแท้จริง
 
ถ้าคุณทำธุรกิจเพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มไหน ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์แกลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียล ที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ในตลาดปัจจุบัน
 
แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก: http://bit.ly/3nPAjkC
ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

POPULAR

รีวิวหนังสือ: Principles

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มนึงที่ผมเคยอ่านมาในชีวิต หนังสือเล่มนี้พลาดแล้วจะ”เสียใจ”ครับ

10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

บิล เกตส์ เขียนถึง 10 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น

13 ข้อที่คนเข้มแข็งไม่ทำกัน

แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของจิตใจคน ไม่ได้มาจากสิ่งที่เราทำ แต่มาจากสิ่งที่เรา "ไม่ได้ทำ" ต่างหาก
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต