ศีลธรรม กับการเอาตัวรอดในโลกของการทำงาน

88
หลายคนคงคุ้นหูกับเรื่องเล่าสุดคลาสสิกของ บิลลี่ คอนนอลลี่ นักแสดงตลกชาวสก็อตที่เพิ่งเกษียณจากการแสดง เขาพูดถึงชายสองคนกับการเดินทางไปถ่ายทำสารคดีสัตว์ป่า โดยเป็นการถ่ายทำสิงโต แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้สิงโตตัวหนึ่งหันมามองทางพวกเขา
 
ด้วยความกลัว ชายคนแรกจึงค่อยๆ ถอดรองเท้าบูตออก แล้วหยิบรองเท้าวิ่งคู่หนึ่งขึ้นมาสวม “คุณไม่มีทางวิ่งเร็วกว่าสิงโตตัวนั้นหรอก” เพื่อนร่วมงานของเขากล่าว “ฉันไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วกว่าสิงโต” ชายคนแรกตอบขณะกำลังบรรจงผูกเชือกรองเท้า “ฉันแค่ต้องวิ่งให้เร็วกว่าคุณ”
 
กลับกันหากเรื่องตลกร้ายนี้เป็นสถานการณ์จริง และสิงโตตัวดังกล่าวก็กำลังหิวโซ แทนที่คุณจะยืนกล้าๆ กลัวๆ โดยไม่ทำอะไร ในเสี้ยวนาทีนั้นคุณอาจต้องหาทางเลือกที่สามารถเอาชนะทางเลือกอื่นให้ได้ ซึ่งการตัดสินใจเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการออกวิ่งมากที่สุด (เพิ่มความได้เปรียบ) ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นเช่นกัน
 
นั่นหมายความได้ว่า ผลของการตัดสินใจอาจทำให้คุณ “ต้องทรยศศีลธรรมในใจตัวเอง” อย่างการทิ้งเพื่อนร่วมงาน “เพื่อเอาตัวรอด”
 
จึงเกิดเป็นคำถามตามมา… หากเป็นโลกของการทำงาน ทักษะการเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน เช่นนี้จะสามารถตัดเรื่องของศีลธรรมทิ้งไปได้หรือไม่?
 
คุณอาจเอาตัวรอดเก่งหรือมีทักษะการพูดเป็นเลิศ แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้คนรอบข้างได้รับผลกระทบโดยไม่รู้ตัว ต่อให้คุณผลักดันตัวเองไปยืนอยู่ในตำแหน่งงานที่สูง แต่หากมองย้อนกลับมาอาจพบว่า ตัวเองไม่สามารถปรับตัวหรือทำงานร่วมกับคนอื่นในระยะยาวได้ ด้วยโลกของการทำงานที่รายล้อมไปด้วยผู้คนที่ไม่มีใครเคารพคุณจากใจจริง คุณสามารถรับได้ใช่ไหม?
 
แน่นอนว่ามีโอกาสที่คำตอบในใจกับการกระทำจะสวนทางกัน เพราะหากคุณไม่เลือกเส้นทางนี้ ชีวิตคุณก็อาจจะตกลงสู่จุดต่ำสุดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คำถามที่ตอบในแบบทดสอบกับชีวิตจริงอาจเทียบกันไม่ได้ อยู่ที่ว่า คุณจะตีความคำว่าศีลธรรมนั้นว่าอย่างไร หรือตอนนั้นคุณกำลังเผชิญกับอะไร
 
ดังนั้นบรรทัดฐานของคนคนหนึ่งก็คงไม่สามารถชี้ว่าสิ่งใดถูกหรือผิดในชีวิตของอีกคนได้ หากไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบที่เขาเผชิญ