ENTERTAINMENTยิ่งไม่ฉลาด ยิ่งมั่นใจ? ทำไมคนไม่เอาไหน จึงคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใคร

ยิ่งไม่ฉลาด ยิ่งมั่นใจ? ทำไมคนไม่เอาไหน จึงคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใคร

เคยสงสัยไหม…? ว่าตัวเองเรียนเก่งแค่ไหนเมื่อเทียบกับเพื่อน สวยขนาดไหนเมื่อเทียบกับเน็ตไอดอล
 
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดว่าตัวฉันดีเลิศกว่าใครในปฐพี เราคือเพื่อนกัน!
 
แท้จริงแล้ว คนเรานั้นไม่เก่งเรื่องประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา และบ่อยครั้งก็เผลอคิดว่าตัวเองมีความสามารถเกินความเป็นจริง นักวิจัยเรียกอาการนี้ว่า “ปรากฏการณ์ดันนิง-ครูเกอร์” (Dunning–Kruger Effect) หรืออธิบายได้ง่ายๆ ว่ามันคืออาการ “ยิ่งไม่เก่ง ยิ่งมั่นใจ”
 
ปรากฏการณ์ดันนิง-ครูเกอร์นั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ในสังคม และบางครั้ง… มันก็เกิดขึ้นกับตัวเราเอง
 
David Dunning และ Justin Kruger นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนล เจ้าของทฤษฎีได้กล่าวถึงอาการนี้เป็นครั้งแรกในงานวิจัยของเขาที่ชื่อ “Unskilled And Unaware of” หรือ แปลเป็นภาษาไทยแสบๆ ว่า “ห่วยแตก แต่ยังไม่รู้ตัว”
 
Unskilled And Unaware of ถูกตีพิมพ์ในปี 1999 ซึ่งพวกเขาได้อธิบายว่า กลุ่มคนที่ขาดความรู้ และทักษะเฉพาะด้าน มีโอกาสที่จะหลงระเริงไปความความเก่งกาจที่ไม่มีอยู่จริงของตนเองมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
 
ผลวิจัยนี้ไม่ได้กล่าวขึ้นลอยๆ เพราะมีการสำรวจความคิดเห็นผู้ขับขี่ชาวอเมริกัน เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญในการขับรถบนท้องถนน พบว่ามีผู้ขับขี่ถึง 88% ที่คิดว่าตนเองขับรถเก่งกว่าคนอื่นๆ
 
นอกจากนี้ยังมีการสำรวจความคิดเห็นของวิศวกรซอฟแวร์บริษัทหนึ่ง ปรากฎว่ามีวิศวะกรเพียง 5% ที่ประเมินว่าตนเองอยู่ในกลุ่มผลงานดีเด่น
 
จากผลการทดสอบที่แตกต่างกันในสองกรณีนี้ ทำให้เห็นว่า กลุ่มคนที่มีความสามารถต่ำ มักจะประเมินว่าตนเองมีความสามารถสูงเกินจริงไปมาก เพราะพวกเขาขาดทักษะจนไม่สามารถตระหนักได้ว่าตนเองขาดประสิทธิภาพขนาดไหน
 
ดังนั้น ไม่ว่าใครคนนั้นจะมีความสามารถแย่แค่ไหนก็ตาม เขาก็มักจะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนส่วนใหญ่อยู่ดี เหมือนที่เราเคยได้ยินคนพูดว่า “อย่างน้อยฉันก็ไม่แย่ที่สุดหรอกน่า!”
 
ในขณะที่กลุ่มคนที่มีทักษะมากพอ จะตระหนักได้ว่าความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด จึงไม่ประเมินว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดๆ เป็นพิเศษ แต่จะคิดว่าตนเองเก่งเท่ากับคนอื่นๆ หรืออาจจะน้อยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
 
แม้ว่า การประเมินตนเองต่ำกว่าความจริงของเหล่าคนเก่ง จะเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่กลุ่มคนอัจฉริยะก็มักจะต้องเผชิญกับความเครียดจาก “Imposter Syndrome” หรือโรคกลัวไม่เก่ง จนทำให้ต้องรับแรงกดดันจากตัวเองตลอดเวลา
 
สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนไม่เอาไหน หรือคนเก่ง ก็มักจะตกหลุมพรางความเชื่อผิดๆ จากความคิดของตนเอง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเป็นเรื่องของ “ตัวเอง” เราก็มักจะคาดคะเนผิดพลาดไปทั้งหมดจนน่าแปลกใจ
 
ดังนั้น เพื่อความชัวร์… อย่าลืมหมั่นเช็คว่าตัวเราจัดอยู่ในกลุ่มคนประเภทไหนเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด!
 
อันดับแรก ลองถามคนอื่นๆ แล้วลองคิดทบทวนดู แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินอาจไม่ใช่สิ่งที่น่าฟังก็ตาม จากนั้น จงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ เพราะยิ่งเรามีความรู้มากเท่าไหร่ เราก็จะเห็นจุดบกพร่องของตนได้ดีขึ้นเท่านั้น
 
คงจะเหมือนคำที่กล่าวว่า “ความรู้ที่แท้จริง คือ การรู้ว่าตัวเองไม่รู้”
 
Written by Charuwan Sudaduong
Illustration by Kannala Pooriruktananon
 
อ้างอิง:
Advertisements

Lastest

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต

Related Articles

Poor Boy’s Riverside มีดกรีดหัวใจ ตัวฉันกำลังจะตาย

เมื่อบ้านไม่ใช่ “บ้าน” ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก จึงต้องหันไปพึ่งพิง “เพื่อนรัก” ในคราบปีศาจ ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตได้ทุกเมื่อ

ผู้นำก็ต้องปรับตัว! ถอดบทเรียน “การลาออกครั้งใหญ่” (The Great Resignation) เป็นหัวหน้าอย่างไรไม่ให้ลูกน้องลาออก?

ปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ไปจนถึงสไตล์การทำงาน รูปแบบงาน และสายงานที่ทำอยู่ ทำให้หลายๆ คนกลับมานั่งแล้วไตร่ตรองว่า พวกเขามีความสุขกับงานที่ทำอยู่ในตอนนี้ไหม ถ้าไม่ แล้วมันคุ้มค่าที่จะทนอยู่ในงานนี้ต่อไปไหม หรือเกิดความรู้สึกอยากทำงานกับบริษัทที่ไม่กำหนดเวลาเข้างาน รู้สึกหมดไฟทำงาน หรือไม่ชอบการปฏิบัติตนของหัวหน้า ฯลฯจากเหตุผลดังกล่าว จึงเกิดการลาออกของพนักงานเป็นจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ จนเกิดกระแส “The Great Resignation” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวสหรัฐฯ พากันลาออกจากงานมากกว่า 4 ล้านคนในเดือนเมษายนปี...

อาจถึงกับต้องหยุดบิน?! สายการบินสหรัฐฯ พบสัญญาณ 5G เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหล่า CEO ของสายการบินชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง American Airlines, Delta Air Lines, United Airlines, Alaska Airlines และสายการบินอื่นๆ อีกมากมาย ได้ร่วมกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กำกับดูแลด้านการบินหลายหน่วยงานเพื่อ แจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตั้งเสาปล่อยสัญญาณ 5G

ฝึกสมองให้สร้างสรรค์กว่าใคร! สรุปบทเรียนจากหนังสือ “Creative Acts For Curious People”

ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ความขาดแคลน โลกร้อน ความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงโรคระบาด แม้เทคโนโลยีใหม่ๆ จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังช้ากว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปัญหาอยู่ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานและเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบล็อคการใช้งานคุกกี้ได้จากเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการใช้งานเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้สำหรับการวิเคราะห์และวัดผลการทำงาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า