ทำไมบางคนถึงอยากย้อนเวลากลับไป “แก้ไขอดีต” แต่บางคนกลับ “ไม่”

280
คำถามยอดฮิตที่มักจะถูกนำมาใช้ตั้งคำถามบ่อยๆ ในวงสนทนาคือ ถ้าย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้เราจะย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องอะไร?
 
แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ จะมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกไม่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต เพราะว่าเป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และชีวิตตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องย้อนเวลาไปแก้ไขอะไร แต่กลุ่มที่สองคือ กลุ่มที่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตเพราะรู้สึกว่ามีจุดหนึ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดไปและส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบัน
 
ซึ่งจริงๆ แล้ว มันก็เกี่ยวข้องกับ Nostalgia (นอสตัลเจีย) อยู่เหมือนกัน คำนี้เป็นคำศัพท์ที่มีความหมายถึง ความรู้สึกคิดถึงช่วงเวลาในอดีตของตัวเองที่มีความสุข ความอบอุ่น เต็มไปด้วยสิ่งดีๆ ที่เมื่อย้อนกลับไปนึกถึงเมื่อไหร่ก็จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้
 
ความรู้สึกแบบ Nostalgia เป็นความรู้สึกที่เราทุกคนสามารถพบกันได้ทั่วไป เราอาจจะมีแว่บหนึ่งที่เกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมาได้ คล้ายๆ กับความรู้สึกในการฟังเพลงเก่าแล้วดันคิดถึงความรู้สึกเก่าๆ ขึ้นมา แต่ละคนจะเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมามากน้อย แตกต่างกันไป
 
และมันเกี่ยวกับการอยากกลับไปแก้ไขอดีตอย่างไร?
 
บางครั้งความรู้สึกที่ดีเหล่านี้แหละที่ส่งผลให้ใครหลายคนเกิดความรู้สึกว่าเมื่อก่อนดีกว่านี้ มีความสุขกว่านี้ นำมาซึ่งการคิดเชื่อมโยงว่าต้องมีจุดบกพร่องอะไรสักอย่างแน่ๆ ที่กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ทำให้เราไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน เลยอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต
 
กลุ่มคนที่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตก็จะมีหลากหลายตามสถานการณ์เช่นกัน เช่น อยากย้อนกลับไปแก้การกระทำของตัวเอง เราน่าจะตั้งใจเรียนกว่านี้ เพื่อหวังเกรดดีๆ มาสมัครงาน หรือถ้าเราไม่ทำบางอย่าง ป่านนี้เราคงไม่เลิกกับแฟน
 
รวมไปถึงการกระทำที่น่าจะรุนแแรงที่สุดคือ การกระทำที่ส่งผลกระทบต่อคนอื่นโดยตรง อย่างการไปบูลลี่คนอื่น พูดจาไม่ดี กลั่นแกล้งคนอื่น เพราะการกระทำเหล่านี้ตัวเราอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร ทำไปเพื่อความสนุกสะใจแต่มันกลับสร้างรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้กับคนที่เราถูกกระทำและสิ่งเหล่านั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อคนนั้นแบบระยะยาว พอนึกขึ้นได้ก็รู้สึกผิดและอยากกลับไปแก้ไขช่วงเวลานั้นในอดีต
 
แต่ Nostalgia ก็ส่งผลดีกับบางคนเช่นกัน เพราะความทรงจำดีๆ จะช่วยส่งผลกับความคิดด้านบวก คนกลุ่มนี้จึงรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วส่งผลให้เขาเป็นตัวเองในทุกวันนี้ จึงไม่รู้สึกว่าตัวเองอยากกลับไปแก้ไขในอดีต เพราะทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว
 
ประกอบกับความคิดด้านบวกจะเป็นตัวช่วยป้องกันเราจากสถานการณ์แย่ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้ ทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถผ่านทุกอย่างไปได้และจะมีสิ่งดีๆ รอเราอยู่ในอนาคตแน่นอน
 
มีงานวิจัยที่เขียนโดย Aaron Smith นักวิจัยอาวุโสได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ผ่านกลุ่มคนหลายช่วงอายุ ซึ่งปกติแล้วเราอาจจะคิดว่าคนที่อายุมากที่ผ่านเรื่องราวประสบการณ์มาเยอะ ต้องมีความรู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตกันส่วนมาก
 
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะพบว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ต้องการย้อนเวลาได้ และมีผู้ที่เข้าร่วมคนหนึ่งได้บอกว่า เมื่ออายุมากขึ้นเธอรู้สึกสนใจสิ่งที่จะเกิดในอนาคตมากกว่าอดีตด้วยซ้ำและให้ความสำคัญกับปัจจุบันที่เป็นอยู่มากที่สุด
 
ดังน้ัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นแล้ว เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในอดีต แต่เราสามารถนำสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาเป็นบทเรียนไม่ให้มันเกิดซ้ำอีก อย่ากระทำสิ่งที่จะสร้างรอยแผลให้กับผู้อื่น ทำสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ตอนนี้ให้เต็มที่ เพื่อที่จะไม่ได้รู้สึกอยากกลับไปแก้ไขมันทีหลัง
 
เพราะสุดท้าย “การปรับตัวให้เข้ากับอนาคตนั้นง่ายกว่าการจมอยู่กับอดีต”
 
 
แปลและเรียบเรียงจาก: