ทำยังไงให้แก่ช้าๆ หน่อย แม้ไม่สามารถหยุดอายุได้ แต่เลือกที่จะแก่ช้าลงได้

311
พออายุเกิน 40 ความจริงเรื่องการเสื่อมถอยของวัยก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น บางคนเริ่มเหนื่อยง่าย บางคนเริ่มมีโรคภัยถามหา หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกแต่เป็น “ความรู้สึกภายใน” ของเรา
 
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปงานเลี้ยงรุ่น ได้คุยกับเพื่อนเก่ามากมาย และพบว่าคนอายุ 40 กว่ารุ่นผมนั้นมีหลากหลายจริงๆ บางคนดูเด็ก บางคนดูสมอายุ และบางคนดูเกินอายุไปพอควร
 
ซึ่งหลังจากได้คุยกับหลายคนในงาน ผมคิดว่าองค์ประกอบในพลังของความเป็นหนุ่มสาวนั้นมาจากสองส่วนเชื่อมต่อกันแบบแยกไม่ได้ คือ Young at heart เป็นพลังที่มาจากจิตใจในแบบหนุ่มสาว กับ Young at health เป็นพลังที่มาจากร่างกายที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ผมจึงรวบรวมจากประสบการณ์ของตัวเองและคนรอบข้างออกมาเป็น 15 วิธีที่จะช่วยให้แก่ช้าลง
 
1. อาหาร
พี่หมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้ง Ookbee เป็นรุ่นพี่ผมประมาณสองปี ทุกครั้งที่เจอ ผมกลับรู้สึกว่าพี่หมูหน้าเด็กลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการทำ Fasting หรือการอดอาหารเป็นช่วงเวลา อย่างครั้งล่าสุดที่เจอกันพี่หมูทำ Fasting 3 วัน
 
และงานวิจัยยุคหลังก็เริ่มแสดงให้เห็นตรงกันว่าการทำ Intermitted Fasting นั้นช่วยชะลอวัยได้จริงๆ โดยเฉพาะถ้าในช่วงการ Fast ที่ยิ่งยาวก็จะยิ่งดี (แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอนะครับ)
 
และประเภทของอาหารก็สำคัญมาก คำว่า You are what you eat ยังคงเป็นจริงเสมอครับ รวมไปถึง “ความหิว” เป็นเรื่องที่บริหารจัดการได้ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้จะให้เล่าคงต้องใช้เวลา เอาเป็นว่าอาหารที่เราทานนั้นสำคัญมากถ้าทานอาหารดี จะไม่มีอาการหิวหน้ามืด หรือถ้ามีก็น้อย
 
การปล่อยให้ร่างกายหิวนิดๆ บางครั้งก็ทำให้มีสมาธิดีขึ้น นอนหลับดีขึ้นด้วย แต่อันนี้ต้องทดลองเอง และอย่าหักโหมเกินไปถ้าไม่อยากแก่ช้า โดยรวมหลักๆ ที่ผมพยายามทำคือ เลือกกินและพยายามกินให้น้อยลงหน่อย อดให้นานหน่อย และปล่อยให้ร่างกายหิวบ้างก็ไม่เป็นไร
 
2. อยู่กับคนวัยอื่นบ้าง
นิ้วกลมเป็นคนที่มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับคนมากหน้าหลายตามาก และเขาเคยบอกผมว่า เคล็ดลับของคนที่ Young at heart คือการได้พูดคุยกับคนที่ไม่ใช่รุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองบ้าง เพื่อเป็นการรับความคิดใหม่ๆ มุมมองโลกใหม่ๆ ทำให้ชีวิตเด็กลงและมีพลังขึ้น
 
3. ไปหาหมอบ้างก็ได้
ถ้ากังวลเรื่องรอยย่นบนใบหน้าหรือเส้นผมที่ค่อยๆ ร่นไปบนหัว คุณหมอมีทางออกครับ ไปลองคุยดูได้
 
4. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและตัวบ้าง
สำหรับคนที่ไม่ทำอะไรเลย อย่างน้อยขอครีมบำรุงกับกันแดดก็ยังดี ของพวกนี้ต้องทำต่อเนื่องยาวนานนะครับ
 
5. ออกกำลังกายไม่ใช่ Option
เป็นที่รู้กันว่า ถ้าอยากสุขภาพกายและใจดีต้องออกกำลังกาย ซึ่งในวัยนี้การออกกำลังกายไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป และไม่ใช่แค่การไปวิ่งหรือไปฟิตเนสอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการใช้ชีวิตให้ Active เช่น เดินให้ได้ 10,000 ก้าว ทำงานบ้านเยอะๆ ปลูกต้นไม้ หรือทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ที่จะช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวประมาณหนึ่งทุกๆ วัน
 
ฟิตเนสไม่ต้องไปก็ได้ครับ แต่ขอให้ชีวิต Active มากก็พอแล้ว
 
6. ทำงานให้ฉลาดขึ้น
 
When you get older, be wiser เป็นคำที่มีคนพูดให้ผมฟังตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งผมมาตีความหมายคำว่า Wiser เองในตอนหลังว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นเราอาจจะไม่ได้ฉลาดในเชิงเทคนิคได้มากขึ้นเท่าไรแล้ว แต่เราสามารถนำทรัพยากรของเราที่มีอยู่ มาทำให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดได้ ทำงานเยอะได้ แต่ต้องมีการวางแผนด้วย ไม่ใช่ใช้แต่แรงอย่างเดียว
 
ยิ่งเราสละเวลามาวางแผนให้ดีเท่าไร งานของเราจะออกมาทั้งดีและใช้เวลาน้อยด้วยครับ
 
7. รักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยการ “อยู่กับปัจจุบัน”
แค่พยายามไม่จับมือถือตอนปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และโฟกัสกับคนตรงหน้าจริงๆ แค่นี้ ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเยอะมากแล้วครับ
 
8. ดื่มด่ำแต่พอดี (Don’t overindulge anything)
จำไม่ได้แล้วว่าอ่านเจอที่ไหน แต่ผมชอบมากกับประโยคที่ว่า เมื่ออายุมากขึ้นการ “อัด” อะไรแบบหักโหมเป็นสิ่งที่ควรเลิกทำ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับร่างกายเราโดยตรง
 
อยากทานขนม อยากดื่มชานมไข่มุก ทานได้ครับ แต่อย่าให้เยอะเกินไป
 
อยากทานหมูสามชั้นทอดกรอบ ทานได้ครับ แต่อย่าทานเยอะและอย่าทานบ่อย
 
อยากดื่มสังสรรค์ ดื่มได้ครับแต่อย่าเยอะมาก เอาพอดีๆ
 
อยากทำงานดึกๆ ทำได้ครับ แต่อย่าดึกมากและอย่าบ่อยมาก
 
อยากออกกำลังกายเยอะๆ อยากวิ่ง 200 km ทำได้ครับ แต่ต้องรู้ลิมิตของตัวเองด้วย และทำแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าเอาแต่ใจสู้อย่างเดียว
 
9. อยู่คนเดียวบ้าง
หนึ่งในสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมากคือการหากิจกรรมที่ทำคนเดียวบ้างเป็นครั้งคราว เช่น การอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ วาดรูป เล่นดนตรี นั่งสมาธิ ถักไหมพรม ฯลฯ
 
ในโลกที่เต็มไปด้วย “สิ่งรบกวน” ถ้าเราไม่มีกิจกรรมที่ทำคนเดียวเลย เราจะสูญเสียเวลาในการตกผลึกเรื่องราวของชีวิตครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นโมเมนต์ที่สำคัญมากๆ สิ่งต่างๆ ที่ผมคิดออกไม่ว่าจะเรื่องานหรือเรื่องส่วนตัวมักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ทั้งสิ้น
 
10. นอน
ข้อนี้เป็นข้อที่ผมมีปัญหาที่สุดเลยครับ คนที่นอนง่ายก็จะค่อนข้างสบาย แต่สำหรับคนที่หลับยากการทดลองกระบวนการและเวลานอนที่ดีที่สุดเป็นเรื่องสำคัญมากๆ และให้พึงระลึกไว้เสมอว่าการอดนอนครั้งหนึ่งมีราคาที่ต้องจ่ายแพงมาก ดังนั้นคิดให้ดีก่อนจะอดนอนว่ามันคุ้มกับเรื่องที่เราจะทำไหม
 
11. ช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้ทุกวัน
“เราไม่สามารถช่วยทุกคนบนโลกได้ แต่เราสามารถช่วย (เกือบ) ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราได้” นี่คือแนวคิดที่ผมพยายามจะทำเสมอ
 
แต่คำว่าช่วยนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเรื่องเงินอย่างเดียว อาจหมายรวมไปถึง การแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความรู้ บริจาคเลือด หรือแม้แต่การฟังปัญหาของคนอื่น ก็เป็นการช่วยเหลือเช่นกัน ของพวกนี้ไม่ต้องใหญ่โต ขอให้ทำบ่อยๆ และอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน
 
เรื่องของการช่วยคนรอบตัว เป็นนิสัยที่ฝึกได้เลยครับ ยิ่งช่วยคนรอบตัวบ่อยขึ้นเท่าไร เราจะยิ่งทำง่ายขึ้นเท่านั้น จนมันจะกลายเป็นนิสัยดีๆ ที่เราเองอาจไม่รู้ตัว และในที่สุดก็นำมาซึ่งความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
12. ลองของใหม่ๆ
คุณสุทธฺชัย หยุ่น เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับ ผมยังจำวันแรกที่ฟังคุณสุทธิชัยพูดถึง TikTok ว่ามันเป็นของใหม่นะ น่าไปลองเล่นดู ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่า Tiktok คืออะไร
 
ไม่นานคุณสุทธิชัยก็ไปลองเล่นดู​ เพียงไม่กี่เดือน ตอนนี้ Follower พุ่งไป 3 แสนกว่าแล้ว และพิสูจน์ว่า TikTok ก็เล่าข่าวได้ เป็นช่องทางที่ใครๆ ก็เล่นได้ ขอให้กล้าลองเท่านั้นเอง
 
13. อะไรที่สร้างให้คุณรู้สึกหนุ่มสาวและมีพลังจงทำมัน (Do things that make you feel young and energetic)
 
บางคนเวลาได้แต่งตัวหล่อๆ สวยๆ จะมีพลัง บางคนเวลาได้ออกกำลังกายเยอะๆ จะมีพลัง บางคนเวลาได้เล่น Extreme Sports เช่น โดดร่มหรือขับรถแข่งจะมีพลัง บางคนได้จัดปาร์ตี้จะมีพลัง บางคนได้พูดในที่สาธารณะจะมีพลัง ฯลฯ
 
ฉะนั้น หากิจกรรมของคุณให้เจอแล้วหาโอกาสทำมันบ้าง สำหรับผมเวลาต้องการชาร์จพลัง การได้ออกไปวิ่งกับการได้ขับรถไปที่ไกลๆ ช่วยได้เสมอครับ
 
14. เวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ให้ลองถามตัวเองว่าตัวเราตอนอายุ 60 จะขอบคุณเราตอนนี้หรือไม่
 
ถ้าไม่ขอบคุณแต่จะตามมาด่าด้วย อาจต้องพิจารณาการตัดสินใจนั้นให้ดี
 
15. มีความสุขกับเรื่องเล็กทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้บ่อยๆ
 
ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับสุนัขตัวโปรด การอ่านการ์ตูน การได้สนทนาเรื่องเก่าๆ กับเพื่อน การนอนกลิ้งอยู่บนเตียงกับนิยายที่อ่านแล้วต้องอมยิ้ม ฯลฯ พลังเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเราได้เป็นอย่างดีครับ
 
George Burns เคยกล่าวไว้ว่า “You can’t help getting older, but you don’t have to get old.”
 
“คุณไม่สามารถหยุดอายุของคุณได้ แต่คุณสามารถเลือกที่จะไม่แก่ได้”