ตำรวจคลั่ง พังแดนโสม เมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หันมาไล่ฆ่าประชาชน

124
เรื่องราวในวันนี้เกิดขึ้นที่เมือง Uiryeong (อึย-ยอง) จังหวัด South Gyeongsang (คยองซังใต้) ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเมืองที่มีประชากรน้อยมาก ในปี 2019 มีรายงานประชากรแค่ราวๆ 27,550 คนเท่านั้น
 
มีตำรวจนายหนึ่งชื่อว่า “วู บอม กน” เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปี 1955 เดิมทีเคยเข้ารับราชการเป็นทหารนาวิกโยธิน หลังจากนั้นเข้ามารับราชการเป็นตำรวจในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ Pusan แต่ไม่นานในปี 1981 ก็ถูกย้ายมาประจำสถานีตำรวจท้องถิ่นในหมู่บ้าน Kungryu ที่เมือง Uiryeong นายวูอาศัยอยู่กับแฟนสาวชื่อ “ซัน มาย ซุน” ซึ่งวัฒนธรรมเกาหลีในช่วงเวลานั้น การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งดูเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ จนถูกชาวบ้านมองด้วยสายตาแปลกๆ แถมยังโดนนินทาลับหลังอยู่บ่อยๆ
 
เวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงวันที่ 26 เมษายน ปี 1982 ระหว่างที่นายวูกำลังนอนหลับอยู่นั้น แฟนสาวของเขากำลังไล่ตบแมลงวัน จนกระทั่งพลาดไปตบโดนหน้าอกของนายวู ทำให้เขาสะดุ้งตื่นและโมโหมากที่ปลุกเขาขึ้นมา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ทะเลาะกันเสียงดังลั่น
 
หลังทะเลาะกันเสร็จนายวูออกจากบ้านไปเพื่อเข้ากะที่สถานีตำรวจช่วงประมาณ 4 โมงเย็น แต่เหมือนอาการหงุดหงิดโมโหของเขาจะยังไม่หายไป เขาเริ่มเอาเหล้ามาดื่มในที่ทำงาน ซึ่งเพื่อนร่วมงานได้บอกว่านายวูดื่มเหล้าไปเยอะมากๆ
 
เวลาผ่านไปจนถึงหนึ่งทุ่ม นายวูเดินทางกลับบ้านและมีปากเสียงกับแฟนสาวของเขาอีกครั้ง ถึงขนาดลงไม้ลงมือทั้งชกต่อยทุบตีแฟนสาว จากนั้นอาการคลั่งของนายวูยังไม่หายไป เขาเริ่มทำลายข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แล้วเขาก็กลับไปที่สถานีตำรวจอีกครั้ง
 
เขาตรงไปที่คลังอาวุธเพื่อแอบหยิบปืนกล M2 สองกระบอก พร้อมกระสุนอีก 200 นัด แถมยังพกระเบิดมือไปด้วยอีก 7 ลูก ออกมาจากสถานีตำรวจ ที่นายวูเข้าไปในคลังอาวุธได้โดยไม่มีใครห้าม เพราะตอนนั้นทางสถานีตำรวจกำลังประชุมกันอยู่เลยไม่มีคนเฝ้า หลังจากนั้นนี่คือ 8 ชั่วโมงที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่รุนแรงที่สุดครั้งนึงของเกาหลีใต้
 
เวลา 3 ทุ่ม ที่ทำการไปรษณีย์ท้องถิ่นของหมู่บ้าน Kungryu เขาสาดกระสุนใส่พนักงานโอเปอเรเตอร์ที่กำลังทำหน้าที่โทรศัพท์ในขณะนั้น เสียชีวิตไปทั้งสิ้น 3 ศพ แถมยังตัดสายโทรศัพท์เพื่อให้ทั้งหมู่บ้านนี้ขาดการติดต่อ จะได้ไม่มีใครสามารถโทรออกไปแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ไหนได้ ซึ่งดูเหมือนว่านายวูจะวางแผนนี้มาอย่างดี
 
หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปยังตลาด Torongni และเริ่มยิงคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แถมยังใช้ระเบิดมือปาเข้าไปแถวบ้านคนในบริเวณนั้น ทำให้มีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 6 คน และเป้าหมายที่เขาอยากฆ่ามากที่สุดนั่นก็คือ “ซัน มาย ซุน” แฟนสาวของเขานั่นเอง
 
ตั้งแต่ตอนที่ทะเลาะกันจนนายวูออกจากบ้านไป แฟนสาวได้ออกตามหาด้วยความเป็นห่วง แต่ปรากฏว่าพอเจอกันอีกที นายวูก็มาพร้อมกับอาวุธครบมือ เมื่อเขาเห็นแฟนสาวก็หันกระบอกปืนไปยิงใส่ทันทีจน ซัน มาย ซุน ล้มลงไปกองกับพื้น หลังจากนั้นเขาก็เดินไประบายอารมณ์ใส่เหยื่อคนอื่นๆ ต่อ โชคยังดีที่ ซัน มาย ซุน ไม่ได้ถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญ จึงรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์
 
แต่ความคลั่งของนายวูไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เขาจับเด็กอายุ 16 ปี (บางที่รายงานว่า 18 ) ไว้เป็นตัวประกัน พวกเขาหยุดพักที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง โดยมีนาย “ชิน วี ดู” อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของร้าน
 
นายวูสั่งให้ “คิม จู ดอง” ตัวประกันที่เขาพามาด้วย หยิบน้ำอัดลมในร้านมาให้เขา พอเขาดื่มน้ำอัดลมจนชื่นใจแล้ว เขาก็หันกระบอกปืนมาใส่ คิม จู ดอง และเหนี่ยวไกในทันที แถมยังกราดยิงร้านขายของชำนั้นและเจ้าของร้านรวมถึงครอบครัวที่อยู่ในบ้าน แต่นายคิม จู ดอง ดวงดีรอดออกมาได้ แต่ภรรยาและลูกทั้งสองคนไม่ได้ดวงดีเหมือนเขา
 
นายวูยังคงอยากระบายความคลั่งของตัวเองออกมา โดยการเดินทางไปที่ตลาดในหมู่บ้าน Ungye เพื่อไล่ยิงคนที่สัญจรไปมา เมื่อสาสมใจแล้วเขาก็เดินทางไปอีกหมู่บ้านที่อยู่ติดกันชื่อ Pyongchon เขาอาศัยความที่ตัวเองเป็นตำรวจ และระหว่างก่อเหตุยังอยู่ในเครื่องแบบอยู่ด้วย
 
นั่นเองเป็นเหตุผลที่นายวูก่อเหตุได้ง่าย เพราะเวลาชาวบ้านมีตำรวจมาหาก็มักจะเปิดประตูต้อนรับ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือมัชจุราชที่พร้อมทำลายชีวิตของทุกคนในครอบครัวอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งบางคนก็ถูกนายวูยิงทั้งๆ ที่ยังนอนหลับอยู่
 
มีอยู่บ้านหนึ่งที่เปิดรับเขาเข้าไป เพราะเขาอ้างว่ากำลังโดนเกาหลีเหนือไล่ตามอยู่ เจ้าของบ้านจึงพาเขามากินอาหารค่ำด้วยกัน ระหว่างนั้นเขาก็ได้พร่ำบ่นถึงเรื่องที่เขาถูกย้ายจากปูซาน มาอยู่ชนบทแบบนี้ แถมเงินเดือนยังน้อยนิดจนแทบไม่เหลือใช้ หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาก็ได้สังหารครอบครัวนี้ซึ่งมีถึง 12 ชีวิตด้วยกัน หากนับรวมคนในหมู่บ้าน Pyongchon แล้ว นายวูสังหาคนไปทั้งหมด 24 รายเลยทีเดียว
 
นายวูได้วกกลับมาที่หมู่บ้าน Kungryu และใช้แผนเหมือนเดิม คือบอกว่าตัวเองกำลังโดนพวกคอมมิวนิสต์ไล่ล่าอยู่ ทำให้เขาจับนาย ซู อิน ซู และครอบครัวเป็นตัวประกัน เวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตามรอยเขามาจนเจอตัวเขาที่นี่ เมื่อเขาอยู่ในสถานการณ์ที่จนมุมสุดขีด ในเวลานั้น นายวูจึงตัดสินใจใช้ระเบิดมือพลีชีพตัวเองและตัวประกันในครอบครัวของ ซู อิน ซู
 
ซู อิน ซู รอดมาได้แต่บาดเจ็บสาหัส วีรกรรมอันโหดร้ายของนายตำรวจคลั่งคนนี้ สังหารเหยื่อผู้บริสุทธิ์ไปมากถึง 55 ราย บาดเจ็บ 36 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 6 ราย
 
ด้วยเหตุการณ์นี้เองทำให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 ราย ข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเกาหลีใต้ รวมไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ขอเสนอตัวลาออกเพื่อชดใช้กับเหตุการณ์ของนายวูอีกด้วย รวมไปถึงการรักษาภาพลักษณ์ของตำรวจเกาหลีที่ถูกทำลายไปอย่างย่อยยับเพราะคนเพียงคนเดียว ส่วนครอบครัวของเหยื่อได้รับเงินชดเชยเพื่อเป็นการเยียวยาให้ดำเนินชีวิตต่อไป
 
หลังจากจบเหตุการณ์นี้ มีหลายคนได้วิเคราะห์แรงจูงใจของนายวูทั้งเรื่องการที่เขาถูกย้ายงานมาอยู่ในที่ชนบท หรืออย่างทางแฟนสาวของเขาที่ออกมาบอกว่า นายวูรู้สึกเครียดและกดดันกับชาวบ้านขี้นินทา และเขาต้องปรับตัวในหลายๆ ด้านจากที่เพิ่งย้ายมา หรืออาจจะเป็นทั้งความเครียดที่ถูกย้ายงาน รวมไปถึงความกดดันจากขี้ปากของชาวบ้านแถวนั้นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่เขาต้องปรับตัวอยู่พอดี สุดท้ายเลยระเบิดออกมากลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สุดแสนสะเทือนใจครั้งหนึ่งของชาวเกาหลีใต้
 
 
 
ฟังเวอร์ชั่นพอดแคสต์ได้ที่: