INSPIRATIONชวนรู้จักพฤติกรรมการทำงานที่บ้านแบบ Asynchronous

ชวนรู้จักพฤติกรรมการทำงานที่บ้านแบบ Asynchronous

การทำงานที่บ้านส่งผลต่อพฤติกรรมเราอย่างไร?

 
การระบาดของ Covid-19 ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 ส่งผลให้บริษัทหลายที่เริ่มกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคให้พนักงานทำงานที่บ้าน ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องใช้เวลากักตัวอีกนานแค่ไหน
 
วันนี้เราเลยอยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับพฤติกรรมการทำงานแบบ “Asynchronous” ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ แต่เป็นการสื่อสารที่คุณเองเป็นผู้กำหนดเวลาสำหรับการโต้ตอบกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า อย่างเช่น หากคุณต้องติดต่อกับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศที่มีไทม์โซนคนละเวลากัน แน่นอนอยู่แล้วว่าเราจำเป็นต้องตามเวลาช่วงเช้า ซึ่งเราไม่สามารถที่จะตอบลูกค้าแบบทันทีได้
 
ดังนั้น การสื่อสารแบบ Asynchronous จึงเป็นขั้วตรงข้ามของ Synchronous ที่เป็นการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราพบปะเจอผู้คนหรือเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการทำงานร่วมกับผู้อื่น
 
แต่หลังจากการระบาดของ Covid-19 การสื่อสารแบบ Asynchronous กลายเป็นเรื่องที่ปกติมากขึ้นเพราะเราต่างต้องแยกย้ายไปทำงานต่างสถานที่ ต่างเวลากัน ทำให้เราสามารถควบคุมและจัดการเวลาการทำงานของตัวเองได้มากขึ้น มีอิสระในการเลือกเวลาทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง
 
แต่บริษัทหลายที่ก็ยังคงคาดหวังให้พนักงานของตนนั่งทำงานตั้งแต่เวลาเริ่ม จนหมดเวลางานหรือบางครั้งทางบริษัทก็อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมการสื่อสารแบบ Synchronous โดยจัดกิจกรรมอย่างการประชุมแบบออนไลน์ผ่าน Zoom เพื่อให้ทุกคนได้มาพูดคุยกันในทุกเช้านั่นเอง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการทำงานแบบนี้

ซึ่งข้อดีของการทำงานแบบ Asynchronous อาจจะเหมาะสำหรับบางคนและไม่เหมาะสำหรับงานบางสาย เพราะเราสามารถกำหนดเวลาการทำงานได้ เราสามารถจัดการบริหารเวลาการทำงานของเราได้เอง หรือเราสามารถกำหนดเวลาในการส่งอีเมลตอบลูกค้าได้ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ได้ งานที่เหมาะกับ Asynchronous ก็จะเป็นพวก นักเขียน, ศิลปิน เป็นต้น เพราะเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งงานพวกนี้แต่ละคนจะมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดแตกต่างกันไป
 
หรือบางบริษัทก็บอกว่าการทำงานแบบ Asynchronous ทำให้บริษัทจำเป็นต้องส่งเอกสารข้อมูลบริษัทให้กับผู้ร่วมประชุมก่อน ก็ถือว่าเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้พนักงานสามารถรับรู้ข้อมูลและทำความเข้าใจเพื่อเตรียมการประชุมก่อนได้
 
แต่ข้อเสียของ Asynchronous คือ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและกิจวัตรประจำวันที่ไม่ชัดเจนซึ่งมันง่ายมากที่จะทำให้เราทำงานไม่เป็นเวลา และงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องทำเป็นทีมก็ถือว่าเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควร เพราะประสิทธิของงานอาจจะออกมาไม่เท่ากับการได้ระดมความคิดตอนอยู่ด้วยกัน บางครั้งอาจเกิดผลกระทบกับผู้ร่วมงานคนอื่นที่ต้องสอบถามเรื่องงาน แถมยังทำให้คุณรู้สึกเหมือนตัดขาดจากเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

และองค์กรในยุคนี้ต้องปรับการทำงานให้เป็นแบบไหน?

ถึงแม้ว่าการทำงานระยะไกลจะเอื้ออำนวยให้เราทำงานแบบ Asynchronous มากขึ้น แต่พนักงานก็ไม่ควรทำงานแบบ Asynchronous มากจนเกินไป เพราะทีมงานก็ยังคงจำเป็นต้องการทำงานแบบ Synchronous ที่ต้องสื่อสารแบบเรียลไทม์อยู่เพื่อรักษาคุณภาพของงานและให้งานเป็นไปตามเวลาที่กำหนด
 
ลองคิดดูว่าถ้าเพื่อนร่วมงานต้องการที่จะพูดคุยกับเรา แต่เรากลับตอบเขาช้าก็จะส่งผลให้กระบวนการทำงานล่าช้าไปด้วย และถ้าจะให้ดีที่สุดต้องทำควบคู่กับการสื่อสารแบบ Asynchronous ให้เป็นช่วงเวลาสำหรับการคิดวิเคราะห์ รวบรวมข้อมูล และติดตามความคืบหน้าของงานด้วย
 
แล้วคุณล่ะ ชอบการทำงาน Synchronous หรือ Asynchronous แบบไหนมากกว่ากัน?
 
 
แปลและเรียบเรียง: https://bbc.in/3wGDVv2
 
 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวและเนื้อหาน่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ https://missiontothemoon.co/online-content/

Advertisements
Advertisements

Lastest

คนยุคใหม่ควรวางแผนการเงินอย่างไรดี? สรุปพอดแคสต์ MM X โค้ชหนุ่ม Money Coach

เพราะเรื่อง “เงิน” นั้นไม่เข้าใครออกใคร การเงินเป็นเรื่องของคนทุกเพศทุกวัย จะดีกว่าไหมถ้าเรามีแผนด้านการเงินที่ดี เพราะมีก่อน พร้อมกว่า และได้เปรียบกว่า โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกผันผวนเช่นนี้

Anthropocene Era: ธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่ ‘เปลี่ยนไป’ จากน้ำมือมนุษย์ | MM Change Podcast EP.1341

Anthropocene Era: ธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่ ‘เปลี่ยนไป’ จากน้ำมือมนุษย์

Hope Frozen: A Quest To Live Twice เมื่อวิทยาศาสตร์ถูกใช้เพื่อพิสูจน์รักนิรันดร์

Hope Frozen: A Quest To Live Twice ได้รับรางวัล “สารคดียอดเยี่ยม” จากเวที International Emmy Awards ตอนนี้สามารถหาดูได้แล้วใน Netflix ส่วนใครที่อยากจะดูเราอยากให้เตรียมใจไว้สักนิด ว่าอาจจะสะเทือนใจได้กับประเด็นของตัวสารคดี รวมถึงกระบวนการทำ ไครโอนิกส์ (Cryonics) อาจจะดูโหดร้ายไปสักหน่อย แต่เราอยากแชร์เรื่องราวนี้ไว้เพื่อพิสูจน์ว่ารักนิรันดร์มีอยู่จริง
Mission To The Moon
พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งบันเรื่องราวเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การตลาด แรงบันดาลใจ และข้อคิดในการใช้ชีวิต